{{-- --}}
Advertisement

SHARE

วันที่ 14 เม.ย. 2563 นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. แถลงความคืบหน้าการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 วันนี้มีผู้ป่วยยืนยันเพิ่ม 34 ราย กลับบ้านเพิ่ม 117 ราย รวมกลับบ้านแล้ว 1,405 ราย ยังรักษาตัวในโรงพยาบาล 1,167 ราย ยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 2,613 ราย ถือเป็นรายที่ 2,580-2,613 และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย  รวมผู้ป่วยเสียชีวิต 41 ศพ ผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นเป็นหญิงไทย 52 ปี ขับรถเมล์สาย140 ความดันสูง หัวใจโต ดื่มสุรากับผู้ป่วยยืนยัน วงนี้พบผู้ติดเชื้อถึง 10 ราย ผู้ติดเชื้อรายใหม่ กลุ่มใหญ่สัมผัสเกี่ยวข้องผู้ป่วยก่อนหน้า 27 คน ผลจากวันนี้ เกิดขึ้นจาก 7 วันที่แล้ว

ผู้ป่วยใหม่ที่เพิ่มขึ้นในวันนี้ 34 ราย ใน 9 จังหวัด เข้ารับการรักษาในกรุงเทพมหานคร (8 ), ยะลา (6), ปัตตานี (5), ภูเก็ต (5), นครศรีธรรมราช (4), สมุทรปราการ (2), เลย (1), พังงา (1), สตูล (1) และอยู่ระหว่างการสอบสวนโรค 1 ราย

กรุงเทพมหานคร มีผู้ป่วยที่รับรักษาสะสมมากที่สุด (1,311 ราย) ตามด้วย ภูเก็ต (186), นนทบุรี (150), สมุทรปราการ (107), ยะลา (90), ปัตตานี (82), ชลบุรี (80), สงขลา (56), เชียงใหม่ (40) และปทุมธานี (33) โดยอยู่ระหว่างการสอบสวนอีก 73 ราย โดยยังมี 9 จังหวัดที่ยังไม่มีรายงานการรับรักษาผู้ป่วย ได้แก่ กำแพงเพชร ชัยนาท ตราด น่าน บึงกาฬ พิจิตร ระนอง สิงห์บุรี และ อ่างทอง

นพ.ทวีศิลป์ วิเคราะห์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ว่า กราฟเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง ขอประชาชนการ์ดอย่าตก ให้ป้องกันให้ดีที่สุดไม่ให้เชื้อโรคเข้าได้ ขณะที่แผนภูมิการรักษาหายต่อวันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รักษาหายรวม 1,405 ราย ต้องขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานอย่างแข็งขัน สำหรับการดูแลผู้ป่วยภายใต้ความร่วมมือของโรงพยาบาลพบว่ากลุ่มก้อนที่ไม่แสดงอาการเข้าตรวจที่โรงพยาบาลเอกชนจำนวนมาก จากนั้นเมื่อมีอาการจึงไปรักษาที่โรงพยาบาลรัฐบาลซึ่งล่าสุดมีรายงานผู้ป่วยหนักอยู่ในความดูแล 48 ราย ซึ่งแต่ละรายต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณรายละ 1 ล้านบาท

นพ.ทวีศิลป์ สรุปจำนวนเครื่องช่วยหายใจเพียงพอต่อจำนวนผู้ป่วย มีเครื่องว่างพร้อมที่จะใช้งานทั่วทุกภาค ขณะที่เตียงที่รองรับผู้ป่วยมีราว 3,800 เตียง ซึ่งจากสถานการณ์ ณ วันนี้ ยังมีเตียงว่างอยู่และยังพอรับไหว และเจ้าหน้าที่มีเวลาไปดูแลผู้ป่วยหนักได้เพิ่มเติมอีก หากผู้ป่วยไม่เพิ่มไปมากกว่านี้
.
คำถามที่น่าสนใจจากสื่อมวลชน
1. ผู้ป่วยที่สงสัยอาการตัวเองเข้าข่าย PUI กว่าจะดำเนินการได้ใช้เวลานาน ระบบนี้ปรับเปลี่ยนหรือยัง
นพ.ทวีศิลป์ อธิบายว่า ผู้ป่วยที่สงสัยต้องการตรวจเพิ่มเติมระยะแรกๆ อาจใช้เวลานาน กรมควบคุมโรคใช้ระบบออกโค๊ตอตโนมัติแล้วเพื่อที่จะตรวจสอบและเบิกจ่ายได้ง่ายขึ้น ย้อยไปเดือน กพ. ถึงเม.ย. ประมาณ 3 เดือน ตรวจไปแล้ว 84,008 ตัวอย่าง จากนั้นภายใน 1 สัปดาห์ทำการตรวจเพิ่ม 16,490 ตัวอย่าง รวมสะสมตรวจตั้งแต่ กพ.-เม.ย. รวม 100,498 ตัวอย่าง
.
2. การปิดน่านฟ้าห้ามคนเข้าประเทศกระทบคนไทยที่จะเดินทางกลับ 
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ยินดีตอนรับคนไทยทุกคนกลับประเทศ ไม่ได้สั่งห้าม แม้จะป่วยจะนำเชื้อเข้ามาก็ดูแลอย่างดี แต่ขอให้ทยอยเดินทางเข้ามาและมีการจัดระเบียบในการดูแลเพื่อไม่ให้เกิดการระบาดในประเทศเพิ่มขึ้น
.
3. คนขับรถเมล์ที่ติดเชื้อโควิด-19 เสียชีวิตเป็นการปกปิดข้อมูลหรือไม่ จะป้องกันอย่างไรไม่ให้เหมือนกรณีสนามมวย
นพ.ทวีศิลป์ ชี้แจงว่า โรคนี้เมื่อเป็นแล้วระยะแรกๆ จะไม่รู้ว่ามีอาการจึงไปขับรถและสังสรรกับเพื่อนต่อ แต่เมื่อรู้แล้วต้องแจ้งหัวหน้างาน หรือ สสจ.จังหวัด กรณีนี้ทีมสอบสวนโรคได้เข้าไปสอบสวนพบมีผู้เกี่ยวข้องทั้งเรื่องงานและกลุ่มร่วมสังสรรค์ 9 คน ผู้สัมผัสใกล้ชิดเพื่อนร่วมงน 20 คน เบื้องต้นทุกคนถูกติดตามมาตรวจเชื้อแล้ว นี่คือระบบการสอบสวนโรค ประชาชนที่ไปใช้บริการ ขสมก. สงสัยและมีอาการขึ้นมาสามารถไปขอตรวจได้เลย การตรวจจะช่วยให้ปลอดภัย กระทรวงสาธารณสุขยินดีที่จะดูแลทุกคนเพื่อความปลอดภัย

 

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...