{{-- --}}
Advertisement

SHARE

โฆษก ศบค. ขอบคุณทุกความร่วมมือทำให้ตัวเลขผู้ป่วยโควิด-19 ลดต่อเนื่อง วันนี้พบผู้ติดเชื้อ 15 ราย ขณะที่รักษาหายออกจากโรงพยาบาลได้เพิ่มถึง 244 ราย ย้ำวันนี้เบาใจได้ แต่ยังวางใจไม่ได้ เพราะโรคติดต่อกันได้ง่าย

วันที่ 22 เมษายน 2563 นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย พบยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มในวันนี้นับเป็นตัวเลขที่น้อยต่อเนื่องถือเป็นความสำเร็จของคนไทยทั้งประเทศ แต่สถานการณ์ยังไม่จบ เพราะในต่างประเทศยังมีผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมาก ไทยจึงยังวางใจไม่ได้ แต่ก็ต้องขอบคุณประชาชนทุกคนที่ให้ความร่วมมือกันจนเห็นผลในวันนี้

วันนี้ผู้ติดเชื้อเพิ่ม 15 ราย รวมเป็น 2,826 ราย, หายป่วยกลับบ้านเพิ่ม 244 ราย รวม 2,352 ราย,  และเสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย รวม 49 ราย รายละเอียดผู้เสียชีวิต เป็นหญิงไทย อายุ 58 ปี อาชีพแม่บ้าน มีโรคประจำตัวคือเป็นเบาหวาน ความดัน ไขมันเลือดสูง และโรคอ้วน มีอาการป่วยเมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา

ส่วนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น 15 รายวันนี้ มาจากกลุ่มผู้ป่วยรายใหม่ – สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยก่อนหน้า 10 ราย, คนไทยกลับจากต่างประเทศ 1 ราย, ไปที่ชุมนุม/ห้าง/ร้าน/ตลาด 1 ราย และ อาชีพเสี่ยง 3 ราย
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า จังหวัดที่ติดเชื้อมากที่สุดยังเป็นกรุงเทพฯ ส่วนกลุ่มจังหวัดที่ไม่พบผู้ติดเชื้อมี 9 จังหวัดรวมจังหวัดสตูล และเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ 7 จังหวัด ไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ 28 วันแล้ว ขณะที่นช่วง 3 วันที่ผ่านมาแนวโน้มทั้งในกทม. นนทบุรี และต่างจังหวัดลดลงต่อเนื่อง ทั้งนี้เป็นผลจากที่เราร่วมกันทำกันเมื่อ 7-14 วันที่ผ่านมา จึงได้ตัวเลขในวันนี้ “เบาใจขึ้นมาได้ แต่ยังวางใจไม่ได้ เพราะโรคติดต่อกันได้ง่าย” 
จากประวัติผู้ป่วย 542 ราย พบว่าค่าเฉลี่ยอยู่ราว 4 วัน หลังจากมีอาการถือว่าดี ส่วนใหญ่อยู่ที่ 0-5 วันหลังจากมีอาการ นานที่สุดคือ 28 วัน หลังจากมีอาการ และตอนนี้กระทรวงสาธารณสุขทำการตรวจได้ง่ายขึ้นโดยปรับเกณฑ์สำหรับประชาชนทั่วไป คือ 1. มีไข้ หรืออุณหภูมิ 37.5 ขึ้นไป ร่วมกับอาการไอ น้ำมูก เจ็บคอ หายใจเหนื่อย ปอดอักเสบ อย่างใดอย่างหนึ่ง และ 2. มีประวัติอยู่ในพื้นที่เสี่ยง หรือเคยไป หรือกลับมา หรือ ไปที่คนจำนวนมาก หรือสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้า
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ค่าใช้จ่ายในการตรวจรักษาทาง สปสช. จะเป็นคนดูแลให้ รวมถึงดูแลเรื่องน้ำยาตรวจเชื้อ ซึ่งตอนนี้ในไทยผลิตได้เองแล้ว ขณะที่ห้องตรวจมาตรฐานมีมากกว่า 100 แห่ง ดังนั้น ผู้ที่มีอาการหรือสงสัยว่าป่วย สามารถไปขอตรวจได้ที่โรงพยาบาล
[คำถามที่น่าสนใจจากสื่อมวลชน]
1. ความเครียดที่เกิดจากการแพร่ระบาดโควิด-19 มีมาตรการดูแลอย่างไร
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า เข้าใจได้ปัญหาความเครียดที่เกิดขึ้นมาจากหลายสาเหตุ โควิด-19 นำมาซึ่งมาตรการของรัฐ กระทบต่อระบบเศรษฐกิจ หากควบคุมการแพร่ระบาดโควิดได้ปัญหาต่างๆ จะบรรเทาลง เรื่องสุขภาพต้องมาก่อนจากนั้นจะมีการเยียวยาตามมา “รักษาสุขภาพ รักษาชีวิต แล้วสิ่งอื่นๆ จะตามมาในโอกาสที่ดีข้างหน้า”
.
2. บางจังหวัดเตรียมคลายล็อก หากตัวเลขผู้ป่วยเหลือตัวเดียวจะคลายล็อกได้หรือไม่
นพ.ทวีศิลป์ ชี้แจงว่า ข้อมูลสถิติคือข้อมูลสำคัญ ยืนยันว่า ยังไม่มีการยกเลิกล็อกดาวน์ แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือการผ่อนปรน เพราะประเทศเพื่อนบ้านยังอยู่ระดับอันตราย ประมาทไม่ได้แม่แต่นิดเดียว ขอให้เข้าใจและให้ความร่วมมือกัน กรมควบคุมโรคเก็บสถิติการแพร่ระบาดของแต่ละพื้นที่ไว้จะเปิดได้บางสถานที่ หากมีการเปิดจะต้องมีมาตรการป้องกัน ทั้งหมดเป็นวาระสำคัญที่จะต้องตัดสินใจ ซึ่งอาจมีการทดลองให้เปิดในบางพื้นที่ ให้รอนโยบายจากส่วนกลาง หากแต่ละจังหวัดดูแลกันดีก็จะมีพื้นที่อิสระเพิ่มขึ้น
.
3. หลายบริษัทเริ่มกลับมาทำงานแล้ว พบการติดเชื้อ จะมีแนวทางแก้ไขอย่างไร
นพ.ทวีศิลป์ อธิบายว่า ต้องมีการสร้างมาตรการเข้มขึ้นเพื่อควบคุมสถานการณ์ให้ได้ เมื่อมีการรวมตัวเกิดการแพร่เชื้อก็จะถูกเพ่งเล็ง ขอความร่วมมือทุกคน หากพบการแพร่ระบาดทีมสอบสวนโรคจะลงพื้นที่เข้าไปควบคุม ขอเพียงบอกข้อมูลไม่ต้องกลัวว่าจะถูกปิด
.
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวถึงการทิ้งหน้ากากอนามัยว่า  ต้องมีกระบวนการจัดทิ้งให้เป็นระบบ หน้ากากทางการแพทย์ แต่ละโรงพยาบาลจะมีการจัดเก็บและจัดการขยะอย่างเหมาะสม ขอให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีการแพร่เชื้อ การทิ้งของประชาชนทางที่ดีควรแยกทิ้งเป็นถุงๆ หน้ากาก เศษอาหาร ขอให้แยกตั้งแต่ต้นทาง
.

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...