{{-- --}}
Advertisement

SHARE

ไทยป่วยโควิด-19 ติดเชื้อสะสมแตะสองพัน ป่วยเพิ่ม 89 ราย ติดเชื้อสะสม 2,067 ราย  เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย รัฐเร่งตามผู้เดินทางที่กลับจากสุวรรณภูมิวานนี้

วันที่ 4 เมษายน นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ผู้ป่วยไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยวันนี้ ว่า พบผู้ป่วยเพิ่ม 89  คน ยอดผู้ติดเชื้อสะสมขยับเป็น 2,067 คน มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1  คน  ซึ่งเป็นคนไทย อายุ 72 ปี มีโรคประจำตัวทั้งความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง

แม้จะมีการปิดสถานที่ในกรุงเทพฯ และภูเก็ต ซึ่งเป็นสองเมืองที่พบผู้ป่วยเป็นจำนวนมากนั้น นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่ายังไม่เป็นผลมากนัก อีกทั้งพบผู้ป่วยในจังหวัดอื่น ๆ ที่มีความสัมพันธ์กับสถานที่ในสองจังหวัดนี้ โดยขณะนี้ลำปางซึ่งเคยเป็นหนึ่งในจังหวัดที่ไม่เคยพบผู้ป่วยมาก่อนเลยก็มีผู้ติดเชื้อแล้ว 1 ราย

“ตอนนี้ความเสี่ยงทั้งในกรุงเทพ ต่างจังหวัดมีความเสี่ยงเท่า ๆ กัน” นพ.ทวีศิลป์กล่าว

สถานการณ์ทั่วโลกนั้นมีผู้ป่วยยืนยันแล้ว 1,097,810 ราย เสียชีวิตกว่า 59,140 ราย ซึ่งสหรัฐฯยังคงมีผู้ป่วยมากที่สุด แต่สิ่งที่น่ากังวล คือในประเทศอิตาลี และสเปน ยังคงมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“สองประเทศนี้เลือกคนที่จะอยู่จะไป คนนี้ถ้าสูงอายุ คนนี้คนหนุ่มกว่าใครคือคนเสียสละที่จะไป มีการให้ข่าวให้อย่างนี้ออกมาบ่อย ๆ เราไม่อยากให้เกิดภาพนี้กับคนไทย…เพราะฉะนั้นท่านเองมีส่วนช่วย ณ วันนี้เรายังไม่ไปถึงตัวเลขอย่างเขา เรียนรู้จากเขา” นพ.ทวีศิลป์

เร่งตามคนไทยที่กลับบ้านจากสุวรรณภูมิวานนี้ ขีดเส้น 6 โมงเย็นนี้

กรณีผู้เดินทางเข้าประเทศที่สนามบินสุวรรณภูมิ จำนวน 158 คน ทั้งจากญี่ปุ่น กาตาร์ และสิงค์โปร์ นพ.ทวีศิลป์ อธิบายว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (3เม.ย. ) ผู้เดินทางมีการต่อรองไม่ขอเข้ากักกันตัวในพื้นที่ซึ่งรัฐจัดให้ โดยอ้างว่าไม่ได้รับทราบมาก่อน และสามารถกักกันตนเองได้ ท้ายที่สุดจึงมีการอนุญาตให้บางส่วนกลับไปพักยังบ้านของตนเอง แต่มีเพียง 6 รายที่ให้ความร่วมมือไปยังพื้นที่ที่เตรียมไว้ให้

“เราจัดพื้นที่ให้อยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ต้องการความร่วมมือของท่านเป็นอย่างยิ่ง แต่ปรากฏว่าเราไม่ได้รับความร่วมมือของท่านก็ทำให้ต้องตามท่านนะครับวันนี้…จะต้องมีการทำ State quaranteen ทุกคน 100 %”

โดยครอบครัวของผู้เดินทางทั้งหมด นพ.ทวีศิลป์ ชี้ว่าพ่อแม่ ครอบครัว ที่มีการสัมผัสกันถือเป็นกลุ่มเสี่ยงทั้งสิ้น เจ้าหน้าที่จึงจะมีการใช้มาตรการ ดังนี้

-หากอยู่ในกรุงเทพฯ ขอให้รายงานตัวที่ศูนย์ EOC ในสนามบินสุวรรณภูมื  โทร 02-2139950

-มีภูมิลำเนาในต่างจังหวัด ขอให้ติดต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ณ ศาลากลางจังหวัดทุกแห่ง ภายใน 18.00 น.

นพ. ทวีศิลป์ อธิบายว่าสำหรับครอบครัวนั้นขอให้มีการกักกันตนเองอย่างเคร่งครัด หากไม่ปฏิบัติตามจะมีการดำเนินการตามกฎหมาย

“ไม่อยากจะต้องลงโทษท่าน เพราะเราเป็นห่วงเป็นใยท่านต่างหากครับถึงต้องตามท่านมาทุกคน…และท่านไม่ได้ท่านเพื่อตัวท่านเอง แต่ท่านทำเพื่อประเทศด้วย เพราะตัวเลขที่เกิดขึ้นมาเกิดจากลุ่มคนที่เดินทางมาจากต่างประเทศทั้งสิ้น”

กรณีที่มีผู้เดินทางติดข้างที่สนามบิน หลังสำนักงานการบินพลเรือนมีประกาศห้ามมีการบินเข้าประเทศเป็นการชั่วคราววันที่ 4-6 เม.ย. นั้น นพ.ทวีศิลป์ชี้แจงว่า หากอยู่ระหว่างการเดินทางแล้ว ให้ผู้เดินทางติดต่อไปยังสถานทูตประเทศนั้น ๆ เพื่อรายงานตัวและแจ้งข้อมูลส่วนตัว สถานทูตจะเป็นผู้ดูแล

สำหรับผู้ที่ขออนุญาตไว้ก่อนแล้ว ทั้งผู้เดินทางกลับจากการทำพิธีทางศาสนาจากทั้งอินโดนีเซีย และมาเลเซียกว่า 200 คน และกลุ่มนัดเรียนแลกเปลี่ยน สามารถเดินทางได้ตามเดิม ด้วยมีการเตรียมการเข้าสู่กระบวนการกักตัวในพื้นที่ที่รัฐจัดให้ 14 วัน

ผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ยืนยันวันนี้มีทั้งหมด 89 ราย

กลุ่ม 1 ผู้ที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยหรือเกี่ยวข้องกับสถานที่ที่พบผู้ป่วยก่อนหน้า 33  ราย

-สนามมวย 2  ราย

-สถานบันเทิงในกรุงเทพฯ 2 ราย

-สัมผัสผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันก่อนหน้านี้ 29 ราย

กลุ่ม 2 ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 48 ราย

-ผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ 21 ราย เป็นคนไทย 18 ราย และชาวต่างชาติ 3ราย

-สัมผัสผู้ป่วยที่เดินทางจากต่างประเทศ 7 ราย

-ไปสถานที่ชุมนุมชน เช่น ห้างสรรพสินค้า ตลาดนัด สถานที่ท่องเที่ยว 5 ราย

-บุคลากรทางการแพทย์ 3 ราย

-อาชีพเสี่ยง 12  ราย

กลุ่ม 3 ยืนยันการพบเชื้อแล้ว แต่รอสอบสวนโรค 8  ราย

เมื่อจำแนกข้อมูลผู้ป่วย วันนี้พบเด็กอายุ 1 เดือนซึ่งเป็นผู้ป่วยใหม่ที่อายุน้อยสุด และอายุมากสุอยู่ที่ 86 ปี โดยกลุ่มผู้สูงอายุยังเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากขณะนี้มีผู้ป่วยในกลุ่มนี้แล้วกว่า 497 ราย

คืนแรกหลังประกาศเคอร์ฟิว

พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิติประภัสร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า หลังมีการห้ามออกนอกเคหะสถานนั้นภาพรวมทั่วประเทศเรียบร้อยดี จากการบันทึกรถยนต์และประชาชนที่ผ่านด่านตรวจในเวลานั้น ส่วนใหญ่เกิดจากผู้ที่ขนส่งสินค้าอุปโภค บริโภค และผู้ทำงานที่มีความจำเป็นต้องเดินทางในเวลาดังกล่าว

แต่อย่างไรก็ตามก็มีประชาชนจำนวนหนึ่งที่ยังเดินทางโดยไม่จำเป็น รวมกลุ่มมั่วสุมอยู่ ซึ่งมีการตักเตือน และดำเนินคดีในกรณีการมั่วสุมซึ่งขาดความจำเป็น เช่น การแข่งรถ

ที่กระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีที่มีผู้เดินทางจากต่างประเทศ 3 คน ที่มีไข้ แต่หลบหนีกลับบ้าน นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ว่า ขอให้บุคคลดังกล่าวกลับมารายงานตัว แต่อย่างไรก็ตามคนกลุ่มนั้น น่าจะมีการเก็บตัวอย่างไว้ตรวจแล้ว หรือหากไม่วันนี้ก็น่าจะมีการตามตัวมาตรวจได้ เนื่องจากขณะนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนการดำเนินการที่สนามบิน คือหากตรวจพบผู้ที่มีอาการไข้ ก็จะเก็บตัวอย่างที่สนามบินและรอฟังผลที่สนามบินเลย

ส่วนประเด็นการจัดพื้นที่ดูแลผู้กักกันตัวในฐานทัพเรือสัตหีบแล้วมีการจัดให้พักห้องละ 3 คนนั้น นพ.ธนรักษ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้พิจารณาตามความเหมาะสม ทั้งความเสี่ยงของคนนั้นๆ รวมถึงทรัพยาการที่มี แต่อย่างไรก็ตามก็จะมีมาตรการอื่น ๆ เช่นเดียวกับคนไทยที่กลับมาจากอู่ฮั่น

สำหรับประเด็นของ ผู้อำนวยการรพ.สมุทรปราการ ที่มีการยืนยันการติดเชื้อก่อนหน้านั้น แต่มีการชี้แจงภายหลังว่าไม่ติดเชื้อนั้น นพ.ธนรักษ์ ชี้แจงว่า ผู้ป่วยรายนี้ช่วงแรกของการตรวจผลเป็นบวกแบบอ่อน แล้ววันถัดมามีการตรวจผลเป็นลบ เนื่องจากขณะนี้มีการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพียงครั้งเดียว จึงมีโอกาสที่ผลจะคลาดเคลื่อนได้บ้างในบางกรณี แต่อย่างไรก็ตามการทำงานในห้องปฏิติดตามก็ต้องมีการศึกษาข้อมูลส่วนนี้

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...