Advertisement

SHARE

บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหารเดินหน้าบุกตลาดสุกรในจีน ทุ่มงบกว่า 131,287 ล้านบาท ซื้อ 43 บริษัทธุรกิจสุกร ควบควมธุรกิจตลาดหมูในจีน

วันที่ 15 ก.ย.2563 ที่ประชุมคณะกรรมการ บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) มีมติเมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมาให้เสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2563 เพื่อพิจารณาอนุมัติการเข้าซื้อธุรกิจสุกรในประเทศจีนระหว่าง (ก) Chia Tai Investment Co., Ltd. (CTI) ในฐานะผู้ซื้อ ซึ่งเป็นบริษัทที่จัดตั้งในประเทศจีน และเป็นบริษัทย่อยที่ CPF ถือหุ้นผ่าน C.P. Pokphand Co., Ltd. (CPP) ที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาด หลักทรัพย์ฮ่องกง และ (ข) Chia Tai Animal Husbandry Investment (Beijing) Co., Ltd. ในฐานะผู้ขาย โดย CTI จะชำระค่าตอบแทนในมูลค่ารวม 28,140 ล้านเรนมินบิ หรือประมาณ 131,287 ล้านบาท ด้วยการออกหุ้นใหม่คิดเป็นร้อยละ 65 ของจำนวนหุ้นทั้งหมดของ CTI หลังจากการเพิ่มทุนให้แก่ผู้ขาย ทั้งนี้ คู่สัญญาที่เกี่ยวข้องได้มีการเข้าทำสัญญาและตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงอนุมัติให้เปิดเผยต่อสาธารณชน วันที่ 14 กันยายน 2563

อนึ่ง รายการดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการทำรายการเกี่ยวโยงกัน เนื่องจาก Chia Tai Animal Husbandry Investment (Beijing) Co., Ltd. เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจลงทุนในบริษัทอื่น จดทะเบียนจัดตั้งในสาธารณรัฐประชาชนจีน และเป็นบริษัทย่อยที่ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (CPG) ถือหุ้นทั้งหมดโดยทางอ้อม และ CPG เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ CPF

บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร ชี้แจงว่า CTI จะเข้าซื้อธุรกิจสุกรในจีนจำนวน 43 บริษัท โดยออกหุ้นใหม่เป็นการชำระราคาให้แก่ผู้ขาย เพื่อควบรวมธุรกิจขึ้นเป็นหนึ่งในบริษัทสุกรชั้นนำในประเทศจีนซึ่งเป็นตลาดสุกรที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่มีมูลค่าประมาณ 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และมีอัตราการขยายตัว 8.3% ต่อปีใน 10 ปีที่ผ่านมา ระหว่างปี 53 ถึง 62

สำหรับ บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือ CTI ประกอบธุรกิจหลักคือ การผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์ในสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นบริษัทย่อยทางอ้อมของ CPF ผ่าน C.P. Pokphand Co., Ltd. หรือ CPP ที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ต้องการควบรวมธุรกิจอาหารสัตว์เข้ากับธุรกิจสุกรในสาธารณรัฐประชาชนจีนของ Chia Tai Animal Husbandry Investment (Beijing) Co., Ltd.

การเข้าทำธุรกรรมครั้งนี้จะเป็นการสร้างโอกาสให้ CTI ได้ขยายการประกอบธุรกิจเข้าสู่ตลาดสุกรของสาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโต เป็นการรวมการดำเนินธุรกิจในแนวดิ่ง (Vertical Integration) ซึ่งจะทำให้ CTI เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจสุกรครบวงจร โดยเริ่มตั้งแต่การผลิตอาหารสัตว์ การเลี้ยงสุกร โรงชำแหละและแปรรูปสุกร ซึ่งจะทำให้สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และมีการประสานประโยชน์จากความเชี่ยวชาญของทั้งห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) เพื่อให้ธุรกิจของบริษัทครบวงจรอย่างเต็มรูปแบบและขยายธุรกิจออกไปได้มากขึ้น หากการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้สำเร็จ จะทำให้ CTI มีกำไรจากการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้นจากธุรกิจสุกรที่มีผลกำไรที่ดี มีต้นทุนและประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจที่ดีขึ้น และจะเป็นประโยชน์ในระยะยาวต่อการขยายธุรกิจในอนาคต

อ้างอิง : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...