{{-- --}}
Advertisement

SHARE

สธ.แถลงพบผู้ป่วย โควิด-19 เพิ่ม 3 ราย เป็นคนในครอบครัวเดียวกัน พร้อมออกประกาศให้โควิด-19 เป็นโรคติดต่อร้ายแรง ย้ำผู้ป่วยรายใหม่ที่พบไม่ได้เป็น Super Spreader

วันที่ 26 ก.พ.2563 นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ รองนายกรัมนตรีและ รมว.สาธารณสุข, นายสาธิต ปิตุเตชะ รมว.สาธารณสุข พร้อมคณะผู้บริหารสาธารณสุขแถลงความคืบหน้า สถานการณ์ โรคไวรัสโควิด-19 ณ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ว่า ผู้ป่วยติดโควิด-19 แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้เพิ่มอีก 2 ราย เป็นหญิงไทยอายุ 35 ปี จากสถาบันบำราศนราดูร และชายจีนอายุ 62 ปี จากสถาบันโรคทรวงอก ซึ่งทั้ง 2 รายเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน มีผู้ป่วยยืนยันที่รักษาหายแล้ว 24 ราย ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 16 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม 40 รายจำแนกเป็นผู้ป่วยติดเชื้อจากต่างประเทศ(Index case)หรือผู้ป่วยรายแรกๆในระบบรายงานจำนวน 26 ราย และผู้ป่วยในกลุ่มสัมผัสใกล้ชิด (High Risk contact) จำนวน 14 ราย

นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า วันนี้พบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่ม 3 รายมาจากครอบครัวเดียวกัน รายที่ 1 เป็นชายไทยอายุ 65 ปี เดินทางไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชน เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 ด้วยอาการ ไข้ ไอ ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการเป็นบวก ส่งตัวรักษาต่อสถาบันโรคทรวงอก รายที่ 2 เป็นหญิงไทยอายุ 62 ปี (เป็นภรรยาติดเชื้อมาจากประเทศญี่ปุ่น) และรายที่ 3 เด็กชายไทยอายุ 8 ปี (เป็นหลาน) ซึ่งเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยรายที่ 1 รักษาที่สถาบันบำราศนราดูร โดยขณะนี้ติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดที่มีความเสี่ยงสูงได้ทุกราย ส่วนผู้ร่วมเดินทางอยู่ระหว่างการติดตามตัวมาตรวจรักษา

นายอนุทิน กล่าวขอยืนยันว่า ขณะนี้ประเทศไทยยังอยู่ในระยะที่ 2 ยังไม่เกิดการระบาดในประเทศ ไม่มีผู้ป่วย Super Spreader กระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นโรคติดต่ออันตราย ใช้เป็นเครื่องมือคุ้มครองประชาชนและสังคม เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจตามกฎหมาย ทำให้ตรวจพบได้เร็วขึ้น ผู้ป่วยรายใหม่และครอบครัว ที่ค้นพบหลังกลับจากเที่ยวประเทศญี่ปุ่น เตรียมบังคับใช้กฎหมายหลังพบผู้ปกปิดประวัติการเดินทาง และสั่งไม่ให้ผู้มีความเสี่ยงเข้าเมือง เพื่อควบคุมการระบาดด้วยมาตรการขั้นสูงสุดหลังพบผู้ป่วยที่กลับจากญี่ปุ่น

รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้กำลังเตรียมออกประกาศให้การแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นโรคร้ายแรง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุข มีอำนาจในการสั่งการ ดำเนินการตรวจเข้มคัดกรอกผู้ป่วยมากขึ้น โดยประกาศฉบับนี้จะทำให้ไมยสามารถประสานความร่วมมือไปยังสาธารณสุขของจีน เพื่อขอยารักษามาใช้ในไทยได้ด้วย เนื่องจากผู้ป่วยที่รักษาอยู่ในไทยส่วนใหญ่เป็นพลเมืองของจีน ซึ่งจะทำให้ไทยได้ประโยชน์ในการใช้ยารักษาด้วยคาดว่าร่างประกาศจะแล้วเสร็จในบ่ายวันนี้ และประกาศลงในราชกิจจานุเบกษามีผลบังคับใช้ภายในระยะเวลาไม่เกิน 3 วัน

เมื่อถามว่าผู้ป้วยรายใหม่ 3 ราย ติดตามผู้ที่อยู่รอบๆ ได้หมดหรือยัง ยื่นยันไหมไม่เป็นไม่เป็น Super Spreader

นพ.สุขุม กล่าวว่า คุณปู่ผู้ป่วยรายแรกเดินทางจากประเทศญี่ปุ่น ทำให้คนรอบตัวติดเชื้อ 2 คน คือ ภรรยาที่เดินทางกลับจากญี่ปุ่นด้วยกัน ทราบว่ามีผู้สัมผัสติดเชื้อเพียงคนเดียวคือหลาน แต่ยังไม่เป็น Super Spreader  ขอความร่วมมือผู้ที่จะเดินทางไปประเทศเสี่ยงหากไม่จำเป็นขอให้เลื่อนออกไปก่อน ในส่วนของข้าราชการสั่งการแล้ว หากต้องไปกลับมาภายใน 14 วันต้องไม่ป่วย หากป่วยต้องแจ้งไม่ปกปิด ย้ำเตือนว่า การปฏิบัติตัวและความร่วมมือของประชาชนทุกคนจำเป็น

เมื่อถามว่าจะมีการเอาผิดผู้ป่วยรายใหม่นี้หรือเปล่า เพราะปกปิดข้อมูล นายอนุทิน กล่าวว่า เคสนี้เป็นการแสดงให้เห็นถึงการสื่อสารที่ดีระหว่างโรงพยาบาลกับส่วนกลาง เมื่อทราบแล้วดำเนินการเข้าสู่กระบวนการทันที ตอนนี้รักษาให้หายก่อนค่อยว่ากันเรื่องเอาผิด

นพ.สุขุม กล่าวเสริมว่า หากกลับจากประเทศเสี่ยง 7 ประเทศ ขอให้ดูแลตัวเองอยู่บ้าน ระมัดระวังอย่าอยู่ใกล้ใคร เลี่ยงการเข้าสังคม ขอความร่วมมือ 2 สัปดาห์ให้อยู่บ้าน เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดวันไหน วันนี้ผู้ป่วยรายแรกไม่ได้ไปไหน ป่วยก็ไปที่โรงพยาบาล

เมื่อถามว่า หลานของผู้ป่วยที่ไปโรงเรียน 1 วัน มีการติดตามสถานการณ์ที่โรงเรียนหรือไม่ นพ.โสภณ กล่าวว่า มีทีมแพทย์ลงพื้นที่โรงเรียนแล้วเพื่อให้นักเรียนหยุดเรียน 14 วัน โดยเฉพาะห้องเรียนในชั้นเดียวกันประมาณ 50 คน ให้เก็บตัวอยู่บ้านอย่างเพิ่งเดินทางไปไหน

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการประสานไปที่สายการบินหรือไม่ เพราะตอนนี้มีหลายสายการบิดจัดโปรไฟไหม้ราคาถูกเดินทางไปประเทศต่างๆ ที่เป็นพื้นที่เสี่ยง

นานอนุทิน กล่าวว่า ขอให้รักตัวเองดีที่สุด หากทำความเดือดร้อนให้กับคนอื่นจะบังคับกฎหมาย คงไม่สามารถไปบังคับสายการบินต่างๆ ได้ ส่วนกรณีมีการชุมนุมก็ต้องขอความร่วมมือ อาจต้องไปตั้งซุ้มตรวจไข้ แจกหน้ากาก ทางทีดีผู้จัดการชุมนุมต้องจัดการเรื่องหน้ากากอนามัย ตรวจไข้ด้วย กฎเกณฑ์ทุกอย่างมีอยู่แล้วในการควบคุมโรคติดต่ออันตราย

นพ. ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวในตอนท้ายว่า สำหรับประเทศพื้นที่เสี่ยงคือ จีนและเขตปกครองพิเศษ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อิตาลี อิหร่าน ประเทศเหล่านี้มีการระบาดในประเทศอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังต้องเฝ้าระวังสหรัฐอเมริกาขอความร่วมมือผู้เดินทางไปประเทศเหล่านี้เลี่ยง จำนวนประเทศพื้นที่เสี่ยงจะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

สรุป ยอดผู้ป่วยโควิด-19 มียอดผู้ป่วยสะสม 40 ราย
– ติดมาจากต่างประเทศ 26 ราย
– ติดจากการสัมผสใกล้ชิดผู้ป่วย 14 ราย
– รักษาตัวอยู่ 16 ราย
– รักษาหายแล้วกลับบ้านได้ 24 ราย

สถานการณ์ทั่วโลกใน 38 ประเทศ ข้อมูลตั้งแต่ 5 มกราคม – 26 กุมภาพันธ์ 2563 (07.00 น.) พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อจำนวน 80,427 ราย เสียชีวิต 2,712 ราย ส่วนประเทศจีนพบผู้ป่วย 77,666 ราย เสียชีวิต 2,664 ราย

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...