{{-- --}}
Advertisement

SHARE

🇺🇸 สถานการณ์การเมืองสหรัฐฯ ในตอนนี้ นอกจากพรรคเดโมแครตจะประสบความสำเร็จในการส่งนายโจ ไบเดน สู่ทำเนียบขาว ในตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผู้นำฝ่ายบริหารแล้ว พรรคเดโมแครตยังกำลังมีแต้มต่อในรัฐสภา เนื่องจากคะแนนเสียงของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาตอนนี้ พรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากทั้งสองสภา

🇺🇸 โดยในสภาผู้แทนราษฎร พรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากอยู่แล้วด้วยจำนวนที่นั่งในสภา 221 เสียง ขณะที่พรรครีพับลิกันมีที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรอยู่ที่ 211 เสียง

🇺🇸 แต่ที่หลายคนจับตาเป็นอย่างมากคือวุฒิสภา ซึ่งเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาเพิ่งมีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา 2 ที่นั่งในรัฐจอร์เจีย ซึ่งเดิมทั้งสองที่นั่งเป็นของพรรครีพับลิกัน แต่ผลการเลือกตั้งล่าสุด ผู้แทนจากพรรคเดโมแครตสามารถโค่นเจ้าถิ่นได้ทั้ง 2 คน

🇺🇸 ชัยชนะที่รัฐจอร์เจียทำให้จำนวนที่นั่งในวุฒิสภาของพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันกลับมาเท่ากัน คือ 50-50 โดยตามหลักการแล้ว หากมีมติใดที่สมาชิกวุฒิสภาลงคะแนนเท่ากัน อำนาจชี้ขาดจะเป็นของรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งในตอนนี้คือนางกมลา แฮร์ริส จากพรรคเดโมแครต

🇺🇸 การครองเสียงข้างมากของพรรคเดโมแครตจะทำให้การผ่านนโยบายต่างๆ ของนายโจ ไบเดนง่ายขึ้น โดยเฉพาะแผนของรัฐบาลไบเดนที่จะมีมาตรการเยียวยาทางเศรษฐกิจ ผลจากการระบาดของโรคโควิด-19 มูลค่า 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 56.8 ล้านล้านบาท ซึ่งจะรวมถึงเงินช่วยเหลืออีก 1,400 ดอลลาร์สหรัฐฯ ให้กับชาวอเมริกันทุกคน เพิ่มเติมจากที่ได้รับไปแล้ว 600 ดอลลาร์สหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม แต้มต่อของพรรคเดโมแครตในวุฒิสภาสหรัฐฯ ยังไม่มากพอถ้าต้องลงมติในประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระบวนการถอดถอนนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ค้างอยู่ในวุฒิสภารอการเห็นชอบ ซึ่งต้องการเสียงสนับสนุน 2 ใน 3

🇺🇸 ความพยายามของพรรครีพับลิกัน ซึ่งเป็นรองในวุฒิสภาสหรัฐฯ ในตอนนี้คือการเรียกร้องให้วุฒิสภาใช้กฎที่เรียกว่า ‘supermajority’ ที่สมาชิกต้องเห็นชอบด้วยคะแนน 60 เสียง จากที่ตามปกติใช้คะแนนแค่กึ่งหนึ่ง คือ 50 เสียงก็สามารถผ่านร่างกฎหมายได้แล้ว ขณะเดียวกันหลายฝ่ายยังจับตายุทธศาสตร์ของนายโจ ไบเดน รวมถึงนางกมลา แฮร์ริส ว่าจะประนีประนอมกับสมาชิกวุฒิสภาพรรครีพับลิกันอย่างไร ในฐานะที่ทั้งคู่เคยเป็นสมาชิกวุฒิสภามาก่อน

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...