Advertisement

SHARE

เรื่องราวของเจ้าหญิงไดอานากลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง โดยส่วนหนึ่งอาจเป็นผลมาจากซีรีส์ The Crown ที่เผยแพร่ในเน็ตฟลิกซ์ ซึ่งซีซันล่าสุดมีเนื้อหาพูดถึงชีวิตของพระองค์ แต่นอกจากซีรีส์แล้ว ตอนนี้ก็มีข่าวเกี่ยวกับเจ้าหญิงไดอานาที่เป็นผลมาจากการประทานสัมภาษณ์ครั้งประวัติศาสตร์เมื่อ 25 ปีที่แล้ว

การสัมภาษณ์ในครั้งนั้นนอกจากจะเป็นการเปิดใจเจ้าหญิงไดอานาครั้งสำคัญแล้ว ยังมีประเด็นการทำงานของสื่อมืออาชีพอย่างบีบีซี ที่ยังเป็นที่ถกเถียงจนถึงปัจจุบัน วันนี้ workpointTODAY จะสรุปสิ่งที่เกิดขึ้นใน 7 ข้อดังต่อไปนี้

1️⃣ วันที่ 20 พฤศจิกายน 2538 หรือเมื่อ 25 ปีที่แล้ว สถานีโทรทัศน์บีบีซีเผยแพร่บทสัมภาษณ์เจ้าหญิงไดอานา โดยนักข่าวบีบีซีชื่อมาร์ติน บาเชียร์ เป็นผู้สัมภาษณ์

บทสัมภาษณ์ชิ้นนี้ได้รับความสนใจจากคนทั้งโลก โดยมีผู้ชมบทสัมภาษณ์ในตอนนั้นมากถึง 23 ล้านคน และที่สำคัญ ยังเป็นบทสัมภาษณ์เจ้าหญิงไดอานาที่สั่นสะเทือนราชสำนักอังกฤษอย่างรุนแรง

เนื่องจากเจ้าหญิงไดอานาเปิดเผยกับบีบีซีในตอนนั้นถึงชีวิตคู่ที่ล้มเหลวกับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมารแห่งราชวงศ์อังกฤษ พร้อมเปรียบเปรยว่า การแต่งงานของพระองค์เป็นเรื่องของคนสามคน ซึ่งก็หมายถึงเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ เจ้าหญิงไดอานา และคามิลลา พาร์กเกอร์-โบลส์ หรือดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ พระชายาในเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ในปัจจุบัน

2️⃣ การประทานสัมภาษณ์บีบีซีเมื่อ 25 ปีที่แล้ว เปลี่ยนแปลงชีวิตเจ้าหญิงไดอานา ผู้ให้สัมภาษณ์ รวมถึงมาร์ติน บาเชียร์ ผู้สัมภาษณ์ตลอดกาล

สำหรับเจ้าหญิงไดอานา นี่คือการเปิดพระทัยอย่างชัดเจนถึงชีวิตรักที่ล้มเหลว แม้ในตอนนั้นจะพอเป็นที่รู้กันว่า พระองค์กับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์แยกกันอยู่แต่ยังไม่หย่าขาดกัน ซึ่งในปีต่อมาคือปี 2539 เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์และเจ้าหญิงไดอานาได้หย่าขาดกันอย่างเป็นทางการ

แม้พระองค์จะทรงยุติชีวิตคู่แต่ก็ยังทรงเป็นพระมารดาที่ดีของเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าชายแฮร์รี และยังเป็นบุคคลที่สื่อให้ความสนใจ จนสื่อถูกวิจารณ์ว่า ติดตามเจ้าหญิงไดอานาจนไม่คำนึงถึงความเป็นส่วนตัวของพระองค์

การทำงานของสื่อถูกวิจารณ์หนักขึ้นไปอีกเมื่อเจ้าหญิงไดอานาประสบอุบัติเหตุรถชน หลังจากที่คนขับพยายามขับรถหนีปาปาราซซี่ที่กรุงปารีสของฝรั่งเศสเมื่อปี 2540 จนทำให้พระองค์สิ้นพระชนม์

ส่วนมาร์ติน บาเชียร์ นักข่าวที่ทำหน้าที่ซักถามเจ้าหญิงไดอานา ก็มีชีวิตเปลี่ยนแปลงไปนับจากวันนั้นเช่นกัน เพราะเขากลายเป็นนักข่าวผู้มีชื่อเสียงระดับโลก โดยในเวลาต่อมาเขาไปทำงานข่าวที่สหรัฐฯ มีโอกาสได้สัมภาษณ์ไมเคิล แจ็กสัน ก่อนกลับมาทำงานที่บีบีซีอีกครั้งในตอนนี้

3️⃣ บทสัมภาษณ์เจ้าหญิงไดอานาของบีบีซี นอกจากจะถูกพูดถึงในฐานะที่เป็นการเปิดใจครั้งประวัติศาสตร์ที่สร้างแรงกระเพื่อมถึงราชวงศ์อังกฤษแล้ว ในอีกมุมหนึ่ง บทสัมภาษณ์ชิ้นนี้ยังถูกตั้งคำถามถึงการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนด้วย หลังมีการพบว่า นายมาร์ติน บาเชียร์ นักข่าวเจ้าของบทสัมภาษณ์ใช้วิธีการไม่เหมาะสมเพื่อให้ได้สัมภาษณ์เจ้าหญิงไดอานาแบบตัวต่อตัว

เนื่องจากนายบาเชียร์ใช้วิธีแต่งเติมเอกสารทางการเงินของนายอลัน วอลเลอร์ ซึ่งในตอนนั้นทำหน้าที่เป็นหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัย เพื่อนำไปโน้มน้าวคนใกล้ชิดเจ้าหญิงไดอานาว่า หน่วยอารักขากำลังรับเงินสื่อเพื่อสอดแนมชีวิตส่วนตัวของพระองค์อยู่

4️⃣ การปลอมแปลงเอกสารการเงินเจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัยถูกหยิบขึ้นมาเป็นประเด็นอีกครั้ง จากรายงานล่าสุดของสถานีโทรทัศน์ ITV ของอังกฤษเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา รวมทั้งรายงานของเดลีเมล์ สื่อแท็บลอยด์ของอังกฤษ ซึ่งเปิดใจนายแมตต์ วิลสเลอร์ อดีตเจ้าหน้าที่กราฟฟิกของบีบีซี ซึ่งเป็นผู้ที่นายบาเชียร์ร้องขอให้ช่วยปลอมแปลงเอกสารการเงินชุดดังกล่าว

นายวิลสเลอร์ อดีตเจ้าหน้าที่กราฟฟิกของบีบีซีเปิดเผยว่า เขาได้รับโทรศัพท์จากนายบาเชียร์ ก่อนที่นายบาเชียร์จะแวะมาหาเขาที่บ้านพัก เพื่อให้ทำการแต่งเติมเอกสารทางการเงิน โดยอ้างว่าเอกสารที่แต่งเติมเหล่านี้เป็นเพียงของประกอบการถ่ายทำสารคดี

นายวิลสเลอร์เล่าว่า นายบาเชียร์ให้เขาเติมยอดเงินในเอกสารการเงิน โดยระบุที่มาว่า เป็นเงินที่ถูกโอนมาจากบริษัทสื่อยักษ์ใหญ่เจ้าของหนังสือพิมพ์เดอะ ซัน หนังสือพิมพ์หัวสีในอังกฤษ ส่วนอีกยอดเป็นเงินที่มาจากบริษัทที่ปรึกษา

หลังทราบข้อเท็จจริงว่า นายบาเชียร์นำเอกสารที่เขาแต่งเติมไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม นายวิลสเลอร์พยายามแจ้งต่อหัวหน้างาน แต่ก็ดูเหมือนจะไม่มีความคืบหน้า มิหนำซ้ำยังมีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นหลังจากนั้นด้วย เพราะจู่ๆ ก็มีโจรเข้าไปขโมยดิสก์เก็บข้อมูลของนายวิลสเลอร์ถึงในห้องพัก ซึ่งดิสก์ดังกล่าวเป็นดิสก์ที่สำรองข้อมูลเอกสารทางการเงินที่เขาแต่งเติมพอดี

ในท้ายที่สุดนายวิลสเลอร์ถูกปลดจากการเป็นเจ้าหน้าที่กราฟฟิกของบีบีซี

5️⃣ บีบีซียอมรับและขอโทษถึงการปลอมแปลงเอกสารทางการเงิน แต่ก็ระบุว่าเอกสารที่ถูกปลอมแปลงดังกล่าวไม่มีผลต่อการตัดสินใจของเจ้าหญิงไดอานาในการให้สัมภาษณ์ โดยอ้างบันทึกของเจ้าหญิงไดอานาที่ระบุว่า พระองค์ไม่เคยเห็นเอกสารที่นายบาเชียร์ปลอมแปลงขึ้นมา

อย่างไรก็ตาม คำชี้แจงของบีบีซีดูเหมือนจะเป็นเพียงข้อแก้ตัวสำหรับเอิร์ล สเปนเซอร์ น้องชายของเจ้าหญิงไดอานา ที่เปิดเผยว่าบาเชียร์นำเอกสารปลอมชิ้นนี้ให้เขาดู และเป็นเหตุให้เขาแนะนำบาเชียร์ให้เจ้าหญิงไดอานารู้จัก และทำให้การสัมภาษณ์เกิดขึ้นได้

รายงานระบุว่า น้องชายของเจ้าหญิงไดอานาส่งจดหมายถึงบีบีซีให้เปิดการสอบสวน แต่ในตอนแรกบีบีซีระบุว่า จะมีการสอบสวนต่อเมื่อมีข้อมูลหลักฐานใหม่เท่านั้น พร้อมร้องขอให้นายสเปนเซอร์ส่งหลักฐานให้กับบีบีซีเพิ่มเติม

6️⃣ จนกระทั่งเมื่อวานนี้ บีบีซีออกมาเปิดเผยว่า จะเปิดการสอบสวนอิสระถึงกรณีอีกครั้ง โดยแต่งตั้งลอร์ด ไดสัน อดีตผู้พิพากษาเป็นหัวหน้าทีม โดยการสอบสวนจะครอบคลุมประเด็นดังต่อไปนี้
🟥 ขั้นตอนการเตรียมการเพื่อขอสัมภาษณ์เจ้าหญิงไดอานาเมื่อปี 2538 ของบีบีซีและนายบาเชียร์เป็นอย่างไร ซึ่งจะรวมถึงการสอบสวนการทำเอกสารทางการเงินปลอม และประเด็นอื่นที่นายเอิร์ล สเปนเซอร์ตั้งคำถาม
🟥 พฤติกรรมตามข้อแรกมีความเหมาะสมและเป็นไปตามมาตรฐานของกองบรรณาธิการบีบีซีในตอนนั้นหรือไม่
🟥 อะไรที่เป็นแรงจูงใจให้เจ้าหญิงไดอานาตัดสินใจประทานสัมภาษณ์กับบีบีซีในตอนนั้น
🟥 ในตอนนั้นบีบีซีทราบหรือมีข้อมูลหลักฐานอะไรบ้าง
🟥 การสอบสวนของบีบีซีต่อกรณีนี้มีประสิทธิภาพแค่ไหน

ปัจจุบันยังไม่มีท่าทีจากนายบาเชียร์ นักข่าวต้นตอของเรื่องทั้งหมด ซึ่งกลับมาทำงานเป็นบรรณาธิการให้กับบีบีซี หลังจากไปทำงานเป็นนักข่าวที่สหรัฐฯ โดยก่อนหน้านี้บีบีซีระบุว่า นายมาร์ตินอยู่ในสภาพไม่พร้อมและไม่สามารถให้ความเห็นได้ เพราะเพิ่งผ่าตัดบายพาสหัวใจ และติดเชื้อโควิด-19

การเปิดสอบสวนอีกครั้งทำให้เจ้าชายวิลเลียม ดยุคแห่งเคมบริดจ์ พระโอรสในเจ้าหญิงไดอานา ทรงออกมาแสดงความยินดี โดยชี้ว่าเป็นการก้าวไปในทางที่ถูกที่ควรแล้ว ขณะเดียวกันพระองค์ย้ำว่า การสอบสวนนี้น่าจะมีส่วนช่วยให้เห็นข้อเท็จจริงเบื้องหลังที่นำไปสู่การสัมภาษณ์เมื่อ 25 ปีที่แล้ว

7️⃣ กรณีปลอมแปลงเอกสารของนายบาเชียร์เพื่อให้ได้สัมภาษณ์เจ้าหญิงไดอานา ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของบีบีซีอย่างมาก เพราะนี่ไม่ใช่แค่การตั้งคำถามถึงพฤติกรรมของสื่อมวลชนเป็นรายบุคคล แต่ยังมีประเด็นเรื่องการตรวจสอบและควบคุมการทำหน้าที่สื่อขององค์กรอย่างบีบีซีด้วย ขณะเดียวกันยังทำให้เห็นถึงการตรวจสอบกันเองอย่างเข้มข้นของสื่อมวลชนในอังกฤษ จนทำให้เรื่องที่เคยเป็นประเด็นเมื่อ 25 ปีที่แล้ว กลับมาถกเถียงกันอีกครั้งในวันนี้

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...