Advertisement

SHARE

ผลกระทบจากสถานการณ์โรคโควิด-19 ที่ขยายเป็นวงกว้างในทุกมิติทั้ง สุขภาพประชาชน เศรษฐกิจ การท่องเที่ยวและสังคม ตลอดจนสร้างความเปลี่ยนแปลงในการใช้ชีวิตประจำวัน จนธุรกิจจำนวนมากต้องปลดพนักงาน หลายแห่งยื่นขอล้มละลาย และมีอีกไม่น้อยที่ต้องปิดกิจการ โดยเฉพาะอาชีพกลุ่มเสี่ยงทำให้ผู้คนจำนวนมากขาดรายได้ เช่นเดียวกับธุรกิจส่งออกสินค้าสุดแปลก ‘แปรรูปตุ๊กแกตากแห้ง’ ส่งออกขายไปต่างประเทศ มีออเดอร์รับจากจีน ไต้หวัน เพื่อนำไปปรุงเป็นยาชูกำลัง สร้างรายได้หมุนเวียนไม่ต่ำกว่าปีละ 50 – 100 ล้านบาท สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านพื้นที่บ้านตาล ต.นาหว้า อ.นาหว้า จ.นครพนม มายาวนาน

บรรจง อสุรา อายุ 56 ปี ชาวบ้านพื้นที่บ้านตาล หนึ่งในผู้ประกอบการแปรรูปตุ๊กแกตากแห้ง เล่าในรายการปัญญาปันสุข ว่าตนเองได้ยึดอาชีพแปรรูปตุ๊กแกตากแห้งขาย มากว่า 30 ปีแล้ว ตั้งแต่ยังวัยหนุ่ม เพราะเป็นอาชีพดั้งเดิมของครอบครัวภรรยา ก่อนเกิดโรคโควิด-19 ระบาด ธุรกิจนี้กำลังไปได้ดี มีพ่อค้าคนกลางมารับซื้อถึงบ้าน อยู่ที่ตัวละ 20-35 บาท เพื่อส่งออกไปยังจีน และไต้หวัน โดยเฉลี่ยขายได้เดือนละกว่า 5,000 ตัว ทำให้มีกำไรเดือนละกว่า 30,000 บาท ครอบครัวก็พอมีพอกิน

“ทำมาแล้วกว่า 30 ปี ตั้งแต่แต่งงานอายุ 21 ปี เมื่อก่อนเคยทำงานโรงแรม และเป็นคนที่กลัวตุ๊กแกไม่กล้าจับเลย แรกๆ กลัวไม่กล้าจับ เห็นภรรยาท้องได้ 3 เดือนจับตุ๊กแกด้วยมือเปล่า ก็คิดว่าทำไมจะจับไม่ได้ จึงเริ่มช่วยออกไปตามจับตุ๊กแก ตามต้นไม้ ตามบ้าน”

เมื่อสินค้าเป็นที่ต้องการมาก ตุ๊กแกที่นำมาแปรรูป มีทั้งจับเอง ซึ่งจะทำเป็นบ่วงคล้องเอาตามต้นไม้ ตามบ้านเรือนเพื่อเดินจับ และรับซื้อจากชาวบ้าน โดยขยายพื้นที่รับซื้อในจังหวัดต่างๆ มีจังหวัดอุบลราชธานี, อุดรธานี, ลำปาง, ลำพูน, แพร่, น่าน, อุตรดิตถ์, พิษณุโลก, เลย, หนองบัวลำภู, และอุทัยธานี ราคารับซื้อตุ๊กแกสดตัวละ 5-20 บาท ตามขนาดตัว เช่น ขนาด 12 -14 ซม. ราคา 5-15 บาท, ขนาด 15 ซม. ราคา 20 บาท จากนั้นก็ต้องมาจ้างลูกน้องชำแหละ ทั้งหมด 4-5 คน ค่าแรงวันละ 300 บาท

บรรจง บอกว่า ขั้นตอนการผลิตตุ๊กแกตากแห้ง ต้องใส่ใจในรายละเอียดทุกขั้นตอนเพื่อให้ได้ราคาดี เพราะตุ๊กแกจะได้ราคา สภาพต้องสมบูรณ์แบบ โดยต้องมีรูปร่างสวย หางยาวไม่ขาด

ธุรกิจแปลกที่กำลังไปได้ดี พอเจอโควิดกลับไม่มีใครซื้อ เพราะการส่งออกสินค้าสะดุด พ่อค้าคนกลางก็ปิดรับออเดอร์ไม่มีกำหนด ส่งผลให้ขาดรายได้ สินค้าที่ได้แปรรูปไว้ล่วงหน้าบางส่วนต้องขาดทุน และหาทางสต็อกไว้ขาย

“ก่อนโควิดส่งออกได้ดี หลังหักต้นทุนแล้ว กำไรเดือนนึงประมาณ 3 หมื่นบาท เราสามารถซื้อรถ เครื่องใช้ไฟฟ้า ทีวี ตู้เย็น โซฟาได้ กินดีอยู่ดี พอเกิดโควิดสินค้าส่งออกไม่ได้ ”

“ตุ๊กแกแบบแห้งส่งออกไม่ได้ สต็อกตุ๊กแกสดก็ค้างอยู่จำนวนมาก ที่ชำแหละแล้วประมาณพันตัว ก็ต้องไปยืมตู้แช่จากเถ้าแก่มาแช่แข็งเก็บไว้  เพราะปกติสินค้าไม่เคยค้างสต็อก ทำแบบซื้อมาขายไปตลอด”

วิกฤติธุรกิจ ทำให้เกิดจุดเปลี่ยนครอบครัว ภาระหนี้สินที่แบกรับไว้ ทั้งภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน รวมถึงหนี้สินที่นำเงินมาลงทุน และเงินกู้ยืมเรียน กยศ.ของลูก เมื่อขาดรายได้ทำให้ครอบครัวเดือดร้อนหนัก จนในที่สุดต้องขายที่นากว่า 3 ไร่ ซึ่งเป็นมรดกที่แม่เคยให้ไว้ ได้เงินมา 4 แสนบาท ก็มาใช้หนี้จนหมด จนต้องหาทางดิ้นรนหาเงิน เพราะไม่แน่ใจว่าจะมีการปิดรับออเดอร์ไปนานแค่ไหน ซ้ำร้ายอาชีพเสริมก็ดีดังใจคิดรายได้ไม่พอใช้ เขาขี่ซาเล้งตระเวนขายลาบก้อย ขายได้ไม่นานก็ต้องเลิก ไม่มีใครซื้อเพราะโควิดต้องกินของสุก หันเหไปรับซื้อที่นอน หมอน มุ้ง จากเพื่อนมาขายหลังรถกระบะ ก็ขายไม่ดี วิ่งรถจนน้ำมันหมดถัง ยังไม่มีใครซื้อ จนไม่มีเงินซื้อกับข้าว ต้องไปหากบ อึ่งอ่าง เขียด มากินกับน้ำพริก และสุดท้ายขายของจนหมดบ้าน ทั้งโซฟา โต๊ะ ตู้เย็น มาซื้อข้าวสาร เพื่อความอยู่รอด

หลังจากรัฐบาลได้คลายล็อกมาตรการ ก็เริ่มมีพ่อค้าคนกลางเข้ามาติดต่อขอซื้อตุ๊กแกตากแห้งมากขึ้นจนสต็อกสินค้าที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ เพราะเริ่มเข้าสู่ฤดูฝนการจับตุ๊กแกก็ยากขึ้น และชาวบ้านก็หันไปทำนาหารายได้อีกทาง บรรจง บอกว่า เขาก็ได้แต่หวังว่าจะได้กลับมาทำอาชีพหลักอีกครั้ง เพราะเป็นอาชีพดั้งเดิมของครอบครัวและชุมชนที่สร้างรายได้มานาน และมองว่าการค้าตุ๊กแกจะเป็นอาชีพสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรมหาศาล หากได้รับการส่งเสริมและช่วยแก้ปัญหาจากภาครัฐเช่นเดียวกับภาคเกษตรอื่นๆ

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...