Advertisement

SHARE

จากกรณีวันที่ 25 ต.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนของสถานีตำรวจภูธรคำเขื่อนแก้ว ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดยโสธร จับกุมนายไพรวัลย์ จันทร์ดี อายุ 34 ปี ผู้ต้องหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย

วันที่ 28 ต.ค. นางประพันธ์ จันทร์ดี อายุ 54 ปี ชาว ต.ตำบลดงเจริญ อ.คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร แม่ของ นายไพรวัลย์ พร้อมด้วยญาติพี่น้องและชาวบ้าน จำนวน 15 คน ได้ร้องเรียนสื่อมวลชนพร้อมกับได้เดินทางเข้าพบกับ ต.ต.อ.สงบ พิมพ์มลัย ผู้กำกับการ สภ.คำเขื่อนแก้ว เพื่อขอความเป็นธรรมและสอบถามถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น หลังจากช่วงเช้าวันที่ 25 ต.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมเดินทางไปที่บ้านพักของตนพร้อมกับแสดงบัตรเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.เพื่อขอเข้าตรวจค้นภายในบ้านพัก โดยอ้างว่าได้รับรายงานว่า นายไพรวัลย์ ลูกชายของตนมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาบ้า ตนจึงอนุญาตให้เข้าตรวจค้นซึ่งขณะนั้น นายไพรวัลย์ กำลังนอนหลับอยู่ในห้องนอน

การตรวจค้นไม่พบยาบ้าแต่อย่างใดนอกจากพบเพียงอุปกรณ์การเสพเท่านั้นและได้มีการค้นพบเงินสด จำนวน 70,000 บาท อยู่ในห้อง ซึ่งนายไพรวัลย์รับเป็นเจ้าของเงิน หลังจากนั้นเจึงควบคุมตัวนายไพรวัลย์ไปที่ สภ.ภูธรคำเขื่อนแก้ว พร้อมกับเงินสดและอุปกรณ์การเสพ จนกระทั่งช่วงเวลาประมาณ 23.00 น. วันเดียวกันจึงได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมว่าได้จับกุมตัว นายไพรวัลย์ ในข้อหามียาบ้าไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ซึ่งมียาบ้าทั้งหมด จำนวน 2,000 เม็ด แต่เงินสดที่ตรวจยึดไปกลับไม่มีในบันทึกจับกุมและไม่ทราบว่าเงิน 70,000 บาท หายไปไหน จึงอยากจะทราบข้อเท็จจริงและขอความเป็นธรรมให้กับลูกชายด้วย

พ.ต.อ.สงบ พิมพ์มลัย ผู้กำกับการ สภ.คำเขื่อนแก้ว

ด้าน พ.ต.อ.สงบ ชี้แจงกับญาติของผู้ต้องหาว่า คดีนี้อยู่ในขั้นจับกุมเบื้องต้นและตนก็ยังไม่ทราบรายละเอียดมากนักต้องรอให้พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนอีกครั้งและรับปากว่าตนจะได้สอบถามชุดจับกุมอีกครั้งเพื่อจะได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นต่อไป

ขณะที่นางสาวหนูพร ยศบุญ น้าของผู้ต้องหา บอกว่าหลานชายเล่าว่า หลังจากที่ตำรวจค้นบ้านแล้วและได้เงินไป 70,000 บาท จึงนำเงินที่ได้ จำนวน 25,000 บาท ให้ไปล่อซื้อยาบ้าโดยให้โอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร จากนั้นจึงมีคนมาส่งยาบ้าให้ตามนัดแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถที่จะจับกุมตัวคนมาส่งยาบ้าได้ ได้แต่ยาบ้าของกลาง จำนวน 2,000 เม็ด ตำรวจจึงบังคับให้หลานชายไปชี้ว่าเป็นเจ้าของยาบ้าน ส่วนเงินที่เหลือ จำนวน 45,000 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมแจ้งว่าจะยึดเอาไปทั้งหมด

ส่วนนายสุนทร ยศบุญ ญาติของผู้ต้องหา บอกว่า ช่วงที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปขอตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหาซึ่งหลังการตรวจค้นก็ไม่พบยาเสพติดแต่อย่างใดนอกจากพบเพียงเงินสด จำนวน 70,000 บาท อยู่ในห้องนอนของผู้ต้องหา ระหว่างนั้นผู้ต้องหากลัวถูกจับกุมจึงได้ยื่นเงิน 50,000 บาท ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงบอกว่าผู้ต้องหาติดสินบนเจ้าพนักงาน ถ้าไม่อยากถูกดำเนินคดีติดสินบน  จะต้องไปล่อซื้อขยายผลให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ต้องหาจึงตกลงไปล่อซื้อยาบ้าตามที่ตกลงกัน จนกระทั่งถึงเวลานัดหมายได้มีนักค้ายาบ้านำยาบ้าไปทิ้งไว้ให้ริมถนนก่อนหลบหนีไปแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถติดตามจับกุมคนที่มาส่งยาบ้าให้ได้ จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปชี้ยาบ้าที่ทิ้งอยู่ริมถนนพร้อมกับถ่ายภาพเอาไว้เป็นหลักฐานก่อนควบคุมตัวส่งดำเนินคดีในข้อหามียาบ้าไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย แต่เงินสด 70,000 บาท ไม่ทราบหายไปไหน

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...