Advertisement

SHARE

วิกฤตการณ์เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่กำลังส่งผลกระทบต่อผู้คนทั่วโลกอย่างถ้วนหน้า ตั้งแต่ประชาชนธรรมดาไปจนถึงนักการเมืองและผู้นำประเทศต่างๆ แต่ในช่วงเวลาที่สถานการณ์การระบาดในหลายประเทศยังคงรุนแรงโดยเฉพาะในยุโรป บรรดานักการเมืองจึงไม่ได้มีหน้าที่แต่ในทางการเมืองเท่านั้น และหลายคนยอมเสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น และหลายคนยอมถอดชุดสูทเพื่อกลับมาสวมเสื้อกาวน์อีกครั้ง

หนึ่งในนั้นคือ นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ผู้นำอังกฤษ ที่แม้จะมีรายงานว่าเขาต้องรักษาตัวในห้องไอซียู แต่ทำเนียบนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ระบุว่า นายจอห์นสัน จะยังคงปฏิบัติหน้าที่หัวหน้ารัฐบาล แม้จะยังไม่หายป่วยจากโรคโควิด-19

ทำเนียบนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ระบุว่า นายจอห์นสัน วัย 55 ปี ได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงลอนดอนเมื่อวันที่ 5 เม.ย. เพราะยังคงมีอาการป่วยจากโรคโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงอาการไข้สูง หลังจากได้รับการตรวจว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เกือบ 2 สัปดาห์ก่อน

โฆษกทำเนียบรัฐบาลระบุว่า ตามคำแนะนำของแพทย์ นายกรัฐมนตรีได้เข้าโรงพยาบาลในคืนนี้เพื่อรับการตรวจต่าง ๆ นี่เป็นมาตรการเพื่อป้องกันไว้ก่อน โดยนายจอห์นสันยังคงปฏิบัติหน้าที่ผู้นำรัฐบาล แต่การประชุมแก้ปัญหาไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ นายดอมินิก ราบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ทำหน้าที่ประธานแทน

 

นายกรัฐมนตรีลีโอ วารัดการ์ (ซ้าย) นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน (ขวา)

 

เมื่อไม่กี่วันก่อนเราอาจได้เห็นข่าวที่ว่า นายกรัฐมนตรีลีโอ วารัดการ์ ของไอร์แลนด์ ซึ่งมีอาชีพเป็นแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปในโรงพยาบาลก่อนมาทำงานการเมือง ประกาศกลับไปทำหน้าที่แพทย์อาสาอีกครั้ง เพื่อช่วยงานบริการสาธารณสุขในวิกฤตโรคระบาดครั้งนี้

นายวารัดการ์ วัย 41 ปี ซึ่งเป็นบุตรชายของนายแพทย์ชาวอินเดียและพยาบาลชาวไอร์แลนด์ ได้ลาออกจากการเป็นแพทย์เมื่อปี 2013 เพื่อลงเล่นการเมือง และได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีสาธารณสุขในปีถัดมา

เมื่อเดือนก่อน เขาได้ลงลงทะเบียนเป็นแพทย์อาสา และจะปฏิบัติงานในด้านที่ตนเองเชี่ยวชาญสัปดาห์ละ 1 กะ รวมทั้งจะช่วยงานด้านการประเมินอาการและให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้มีขึ้นหลังจากสำนักสาธารณสุขไอร์แลนด์ ขอให้บุคลากรการแพทย์ที่ลาออกไปแล้ว กลับมาช่วยงานเพื่อต่อสู้กับวิกฤตโรคโควิด-19 โดยขณะนี้ไอร์แลนด์มีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้แล้ว 210 ราย และผู้ติดเชื้อ 5,709 ราย

นายเบรนดัน โอเชีย แพทย์ที่เคยเป็นอาจารย์ให้กับนายวารัดการ์ในสมัยที่เป็นนักเรียนแพทย์ กล่าวว่า นายวารัดการ์เป็นคนที่มีความสามารถและเชี่ยวชาญในงาน การฝึกอบรม และงานด้านเวชปฏิบัติ “เขาเป็นคนที่สามารถเข้ากับผู้ป่วยและเพื่อนร่วมงานได้ดี และถือเป็นคนที่สามารถทำงานเป็นทีมได้ดี

นอกจากนั้นยังมีนักการเมืองและผู้ที่อยู่ในแวดวงการเมืองของยุโรปอีกหลายคน ที่ขอร่วมเป็นอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19

น.ส. แชห์ คาทาลิน วัย 31 ปี นักการเมืองชาวฮังการี สมาชิกรัฐสภายุโรป จากพรรคโมเมนตัม พรรคฝ่ายค้านของฮังการี ได้เดินทางกลับจากกรุงบรัสเซลส์ของเบลเยียม ไปยังกรุงบูดาเปสต์ เพื่อกลับไปทำหน้าที่อาสาสมัครแพทย์เมื่อวันที่ 7 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยคาทาลิน จบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา และจบปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์สาธารณสุข นโยบาย และกฎหมาย

 

น.ส. แชห์ คาทาลิน

 

คาทาลินแสดงความกังวลเกี่ยวกับการตรวจหาเชื้อในฮังการีที่อยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ และกฎหมายต่อต้านการให้ข้อมูลที่เป็นเท็จ ที่อาจถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง แต่เข้าร่วมเป็นอาสาสมัคร เพื่อแสดงให้เห็นตัวอย่างที่ถูกต้อง โดยเธอจะทำงานอาสาสาสมัครในแบบพาร์ทไทม์และไม่รับค่าจ้าง ไปพร้อมๆ กับการปฑิบัติหน้าที่ในรัฐสภายุโรป

 

ส่วนในฝรั่งเศส นายโทมัส เมนิเยร์ วัย 34 ปี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคลา รีพับลิก อ็องมาร์ช พรรคร่วมรัฐบาล ได้เสนอตัวกลับไปทำงานด้านการแพทย์อีกครั้งเช่นกัน โดยทำงานเป็นแพทย์อาสาในห้องฉุกเฉิน เขากล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า เขาค่อนข้างยุ่งเมื่อต้องทำหน้าที่ ส.ส. ไปพร้อมกับหน้าที่แพทย์ประจำห้องฉุกเฉินที่โรงพยาบาลศูนย์อองกูเลม ในจังหวัดชารองต์ แม้ที่นั่นจะมีผู้ป่วยเข้ามาทุกวัน แต่ก็ยังไม่วุ่นวายมากนัก

 

นายโทมัส เมนิเยร์

 

เมื่อถูกถามว่าการได้ทำหน้าที่แพทย์ ทำให้เขารู้สึกมีประโยชน์มากกว่าการเป็น ส.ส. หรือไม่ เมนิเยร์ตอบว่า สิ่งที่เราต้องการในขณะนี้ คือผู้ที่ทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยในแนวหน้า และเขาไม่เคยสงสัยตัวเองเกี่ยวกับเรื่องนี้ นอกจากนั้น เขายังทำหน้าที่ในการประสานงานระหว่างโรงพยาบาลและหน่วยงานรัฐบาล ซึ่งเรายังต้องการผู้ที่ทำหน้าที่นี้อีกมาก

นางแคโรลีน เฟียต ส.ส. จากพรรคฝ่ายซ้าย ลา ฟรองก์ อองซูมีส์ ของฝรั่งเศส ซึ่งเคยทำงานเป็นผู้ช่วยพยาบาล ประกาศทางสื่อสังคมออนไลน์ว่า เธอได้กลับไปทำงานด้านพยาบาล ที่โรงพยาบาลในจังหวัดเมอร์เตมอแซล เพื่อรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ร่วมกับเจ้าหน้าทางการแพทย์คนอื่นๆ

ส่วนนายแบร์นาร์ด โฌมิเยร์ วัย 56 ปี วุฒิสมาชิกจากพรรคสังคมนิยมฝรั่งเศส และนางเวโรนีค กิญโญตอง วัย 57 ปี วุฒิสมาชิกจังหวัดเมอร์เตมอแซล จากพรรคเรดิคัล มูฟเมนต์ พรรคการเมืองฝ่ายซ้าย ซึ่งทั้งคู่เคยทำงานด้านการแพทย์มาก่อน ได้กลับไปทำงานเป็นแพทย์อาสา โดยนางกิโญตอง ได้ช่วยงานที่โรงพยาบาล มองต์ แซงต์ มาร์แตง ในฐานะแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป เพื่อดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ตั้งแต่เมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน

 

นางเวโรนีค กิญโญตอง

 

ด้านนางแคธรีน โอเวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วัย 42 ปี จากพรรคสหภาพประชาธิปไตย ของไอร์แลนด์เหนือ เตรียมกลับไปทำงานด้านพยาบาลอีกครั้งในสัปดาห์นี้ ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่ทำการรักษาผู้ป่วยโควิด-19

โอเวนเคยทำงานเป็นทันตาภิบาลในกองทัพอากาศสหราชอาณาจักร ระหว่างปี 1997 ถึง 2005 และผู้ช่วยพยาบาล ก่อนที่จะศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกและเข้าสู่แวดวงการเมือง โอเวนกล่าวว่า เธอตัดสินใจกลับไปทำหน้าที่พยาบาลอีกครั้ง เพราะเธอรู้สึกว่านี่คือหน้าที่ที่ควรทำ เพราะเธอคือข้าราชการ ที่ต้องช่วยเหลือประเทศและบุคลากรด้านการแพทย์ การเคยทำงานในกองทัพมาก่อน ทำให้เธอมีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ แม้สิ่งที่รออยู่ข้างหน้าจะยาก แต่นี่ก็คือสิ่งที่ควรทำ

เช่นเดียวกับนายจอห์น ไคล์ วัย 68 ปี ส.ส.จากพรรคสหภาพเพื่อความก้าวหน้า ได้กลับไปทำหน้าที่แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปอีกครั้ง แม้เขาจะมีอายุมาก และอาจเสี่ยงที่จะติดเชื้อก็ตาม

 

นายจอห์น ไคล์

 

ไคล์ กล่าวว่า เขาคิดว่าการเข้าร่วมเป็นหนึ่งในกองทัพเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์เพื่อต่อสู้กับไวรัสจะช่วยทำให้เขาสามารถรับมือกับความรู้สึกกลัวและความอ่อนแอได้ สัญชาตญานความเป็นแพทย์ของเขาที่ต้องการช่วยเหลือผู้ป่วยและผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนได้ถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง และการเข้าร่วมอาสาครั้งนี้ก็ดูเหมือนเป็นผลตอบสนองทางธรรมชาติ

ครอบครัวของเขาให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี แต่รู้สึกกังวลเกี่ยวกับอายุของเขา ไคล์ ระบุว่า เขาคิดว่านี่คือสิ่งที่ถูกต้อง แต่ความกลัวก็อาจเผยใบหน้าที่น่าเกลียดให้เราได้เห็นตอนไหนก็ได้

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...