Advertisement

SHARE

แจ๊ค หม่า นักธุรกิจผู้ร่ำรวยที่สุดในประเทศจีน ผู้ก่อตั้งแบรนด์ระดับโลกอาลีบาบา หายตัวอย่างลึกลับเป็นเวลา 2 เดือนเต็มๆ แล้ว เขาแค่ “เก็บตัว” หรือ “โดนอุ้ม” เรื่องนี้ เชื่อมโยงกับการเมืองของประเทศจีนอย่างลึกซึ้ง นี่คือบทสรุป ที่ช่วยให้เข้าใจเรื่องนี้อย่างง่ายที่สุดใน 16 ข้อ

1) แจ๊ค หม่า เด็กหนุ่มชาวเมืองหังโจว ประเทศจีน หลังจากเรียนจบจากมหาวิทยาลัย เขาเริ่มต้นอาชีพด้วยการเป็นอาจารย์สอนวิชาภาษาอังกฤษ จากนั้นเมื่อปี 1998 หลังจากโลกเริ่มมีการใช้อินเตอร์เนตอย่างแพร่หลายขึ้น เขามองเห็นโอกาส จึงตัดสินใจลองทำธุรกิจดู ด้วยการรวมตัวกับเพื่อนกลุ่มเล็กๆ อีก 18 คน ทำบริษัทสตาร์ทอัพ ชื่ออาลีบาบาขึ้นมา โดยเป็นธุรกิจ e-commerce ที่ช่วยเหลือผู้ค้ารายย่อย ให้ขายของได้ง่ายขึ้น

2) ในปี 1999 ทุนต่างชาติเห็นแผนธุรกิจอันยอดเยี่ยม จึงให้งบ 25 ล้านดอลลาร์ ในการขยายตลาด ซึ่งเมื่อมีเงินมาผลักดัน ทำให้อาณาจักรอาลีบาบา มีความยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างนั้นแจ๊ค หม่า ก็คิดค้นโปรดักต์ใหม่ๆมากมาย เช่นระบบการจ่ายเงินแบบ Alipay และร้านค้าออนไลน์ Taobao.com ซึ่งก็ได้รับความนิยมทั้งหมด

3) ปี 2014 อาลีบาบา เดินหน้าเข้าสู่ตลาดหุ้นนิวยอร์ก และระดมทุนได้ถึง 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กลายเป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก ถึงจุดนี้ ส่งผลให้แจ๊ค หม่า กลายเป็นไอคอนของชาวจีนจำนวนมาก เพราะเริ่มต้นจากการมีอาชีพเป็นครูแท้ๆ แต่สามารถไต่เต้าด้วยสองมือตัวเอง กลายเป็นมหาเศรษฐีได้ในระยะเวลาไม่ถึง 20 ปี

4) ปี 2018 เขาประกาศขอลงจากตำแหน่งซีอีโอของเครืออาลีบาบากรุ๊ป ด้วยวัย 54 ปี และมีทรัพย์สมบัติมากมายชนิดที่ใช้ไม่หมด เจ้าตัวจึงตัดสินใจทำงานด้านการกุศล และเดินทางไปบรรยาย ให้ความรู้กับผู้คนทั่วโลก ถึงประสบการณ์ในการทำธุรกิจที่ผ่านมาในอดีต

ในปี 2020 นิตยสารฟอร์บส์ จัดให้แจ๊ค หม่าเป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดในจีน และเป็นคนรวยที่สุดอันดับ 17 ของโลก แม้จะไม่ได้บริหารงานด้วยตัวเองแล้ว แต่ธุรกิจของเขายังเดินหน้าไปได้อย่างแข็งแกร่ง การค้าขายแทบทั้งหมดในโลกออนไลน์ของจีน ต้องมีอาลีบาบามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งไม่ใช่แค่จีน แต่อาลีบาบายังขยายตลาดไปทั่วโลก อย่างในไทยระบบการซื้อของออนไลน์ “นักธุรกิจ” ก็เป็นบริษัทลูกของอาลีบาบาเช่นกัน

5) การยึดครองตลาดซื้อขาย ส่งผลให้แจ๊ค หม่า มีอำนาจสูงมาก แม้จะไม่ใช่ในทางการเมือง แต่ก็เป็นทางธุรกิจ จุดนี้นักวิเคราะห์มองว่า ทำให้รัฐบาลจีนเกิดความไม่พอใจ ที่แจ๊ค หม่ามีพาวเวอร์มากจนเกินไป จนอยู่ในระดับผูกขาด และเพ่งเล็งการเคลื่อนไหวของแจ๊ค หม่า อย่างใกล้ชิดมาก

“การเติบโตของอาลีบาบา มันรวดเร็วจนทำให้รัฐบาลปักกิ่งไม่สบายใจ เพราะขนาดของธุรกิจออนไลน์มันเติบโตเร็วจนเกินไป” โคโค่ หลิว นักวิเคราะห์จาก Bloomberg อธิบาย
คำอธิบายของ Bloomberg คือความสำเร็จของแจ๊ค หม่า และอาลีบาบา จะทำให้ประชาชนตั้งคำถามกับศักยภาพของรัฐบาลจีน ถ้าหากเอกชนทำเองแล้วประสบความสำเร็จมากมายขนาดนี้ แล้วการคงอยู่ของรัฐบาลที่มาจากพรรคคอมมิวนิสต์จะมีประโยชน์อะไร

6) อย่างไรก็ตามรัฐบาลจีนไม่ได้เทกแอ็กชั่นอะไรโดยตรง ยังจับตาดูสถานการณ์อยู่ห่างๆ วันที่ 20 ตุลาคม 2020 แจ๊ค หม่า ขออนุมัติจากรัฐบาลจีน ให้ Ant Group บริษัททางการเงินอันดับ 1 ของประเทศจีน เจ้าของ Alipay และ MyBank สามารถยื่นขอไฟลิ่ง IPO ในตลาดหุ้นฮ่องกง ซึ่งรัฐบาลจีนยินยอมอนุมัติให้ดำเนินการได้
โดยสื่อมวลชนคาดว่า การ IPO ของ Ant Group ครั้งนี้ จะระดมทุนได้เงินสูงถึง 34,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งในประวัติศาสตร์ของโลกนี้ ไม่เคยมีบริษัทไหน ระดมทุนได้มากขนาดนี้มาก่อน ซึ่ง แจ๊ค หม่า กล่าวว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่ IPO ครั้งใหญ่ที่สุดของมนุษย์ จะเกิดขึ้นนอกเมืองนิวยอร์ก”

7) เรื่องเหมือนจะผ่านไปได้โดยดี แต่แล้ว ในวันที่ 24 ตุลาคม 2020 แจ๊ค หม่า ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ที่เซี่ยงไฮ้ เขาวิจารณ์นโยบายรัฐอย่างตรงไปตรงมา โดยกล่าวว่า รัฐบาลจีนเป็นพวกอนุรักษนิยมจนเกินไป ไม่กล้าได้กล้าเสีย การมีกฎหมายควบคุมเรื่องเทคโนโลยีบางอย่าง ทำให้จีนไม่สามารถแข่งขันกับตลาดโลกได้ทัน “การคิดค้นสิ่งใหม่โดยไม่พร้อมรับความเสี่ยง มันก็แทบจะปิดโอกาส ในการสร้างสรรค์อะไรขึ้นมา สำหรับผมไม่เชื่อว่า จะมีความคิดสร้างสรรค์ใด ที่เกิดขึ้นมาได้ โดยปราศจากความเสี่ยงในการทดลอง”
นอกจากนั้น แจ๊ค หม่า โจมตีการธนาคารของจีน ที่ไม่พร้อมจะรับความเสี่ยงในการออกเงินกู้ใดๆ ให้บริษัทเทคโนโลยี คือเน้นความปลอดภัยเป็นหลัก โดยแจ๊ค หม่าใช้คำว่า “บริหารธนาคารแต่มีทัศนคติแบบเจ้าของโรงรับจำนำ”

ก่อนที่แจ๊ค หม่าจะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ รอยเตอร์รายงานว่า ที่ปรึกษาของเขาเตือนไว้ก่อนแล้วว่า อย่าแตะรัฐบาลจีนดีกว่า เพราะอาจมีผลกระทบที่เลวร้ายตามมาก็ได้ แต่แจ๊ค หม่ายังยืนยันความตั้งใจของตัวเองและขึ้นกล่าวสุนทรพจน์วิจารณ์รัฐบาลอยู่ดี “แจ๊คก็คือแจ๊ค เขาแค่อยากจะพูดในสิ่งที่ตัวเองคิด” หนึ่งในสตาฟฟ์ของแจ๊ค หม่าเผย

สิ่งที่แจ๊ค หม่าพูดไป ได้ไปกระทบกับความรู้สึกของคนในรัฐบาลจีนอย่างจัง หนึ่งในคนที่ฟังสุนทรพจน์ในห้องประชุมวันนั้น มีหวัง ฉี ซาน รองประธานาธิบดีของจีนอยู่ด้วย ขณะที่หน่วยงานของรัฐที่ดูแลด้านเศรษฐกิจก็รู้สึกผิดหวังมาก ที่โดนวิจารณ์ศักยภาพในการทำงาน แหล่งข่าวเผยว่า ผู้บริหารระดับสูงรู้สึกเหมือนโดน “ต่อยเข้าไปที่หน้า” รัฐบาลจีนจึงเปิดการประชุมครั้งใหญ่ทันที โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ก็เข้าร่วมด้วย โดยมีประเด็นของแจ๊ค หม่าเป็นเรื่องหลักในองค์ประชุม

8) หนึ่งในแนวคิดของแจ๊ค หม่าที่สวนทางกับรัฐบาลจีนอย่างสิ้นเชิง คือเรื่องการปล่อยเงินกู้ให้ประชาชน ขณะที่รัฐบาลจีนมองว่า การจะปล่อยเงินกู้ต้องมีความระมัดระวัง แต่แจ๊ค หม่า สร้างธุรกิจ MyBank หรือการปล่อยกู้ออนไลน์ขึ้นมา โดยเขาใช้ AI และ Big Data ในการประเมินความเสี่ยง ว่าควรจะปล่อยเงินกู้ให้ใครดี

แจ๊ค หม่า ฉีกกฎการกู้เงินทั้งมวลจากเดิมที่กว่าแบงค์จะอนุมัติต้องใช้เวลาเยอะ ต้องพิจารณาคุณสมบัติอย่างละเอียด แล้วไปหาคนมาค้ำประกันด้วย แต่ที่ MyBank ทุกอย่างรวดเร็วมาก สถิติบอกว่า เคสเร็วที่สุด ใช้เวลากรอกข้อมูลในระบบแค่ 3 นาทีเท่านั้น บริษัทก็อนุมัติเงินกู้ให้กับลูกค้าทันที ซึ่งความนิยมขนาดนี้ ทำให้ในปี 2020 ที่ผ่านมา มีลูกค้าเลือกใช้บริการ MyBank มากถึง 16 ล้านราย

แจ๊ค หม่า อาจทำให้ทุกอย่างง่าย แต่ฝั่งรัฐบาลจีนมองว่า ยิ่งกู้ง่าย ยิ่งเป็นการเชิญชวนให้คนรุ่นใหม่มาก่อหนี้มากขึ้น ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2020 หนี้สินในประเทศของจีน มีมูลค่ามากกว่า GDP ถึง 3 เท่า คนเป็นหนี้สินกันเต็มไปหมด เพราะดึงเงินจากอนาคตมาใช้ แนวคิดของแจ๊ค หม่า อาจทำให้คนทำธุรกิจเล็กๆ ได้เงินมารันกิจการง่ายขึ้น แต่ในมุมของรัฐบาลไม่ใช่ทุกคนที่จะใช้เงินเป็น แนวคิดนี้จะเป็นการสร้างหนี้สินเพิ่มให้ประเทศเสียมากกว่า โดยหวัง ฉี ซาน รองประธานาธิบดีจีนกล่าวว่า “ความปลอดภัยควรจะมาก่อนเป็นอันดับแรก”

9) ประเด็นเรื่อง MyBank บวกกับ ความไม่พอใจกับสิ่งที่แจ๊ค หม่าพูดบนเวทีที่เซี่ยงไฮ้ ทำให้วันที่ 3 พฤศจิกายน รัฐบาลจีนทำเรื่องช็อกโลก ด้วยการประกาศ “ระงับ” การขายหุ้นของ Ant Group ที่กำลังจะซื้อขายกันอยู่แล้ว โดยให้เหตุผลว่า “ไม่ผ่านเงื่อนไขบางอย่าง” แต่ไม่ได้มีการระบุว่าเป็นอะไร เท่ากับว่าดีลประวัติศาตร์ต้องจบเกมไปอย่างเงียบๆ
การ IPO พลาด ทำให้เกิดกระแสข่าวว่า อาลีบาบากรุ๊ป มีปัญหาขัดแย้งกับรัฐบาลจีน ส่งผลให้หุ้นของอาลีบาบากระชากหล่นทันที 19% ซึ่งแปลว่าสินทรัพย์ของแจ๊ค หม่า ลดลงจากเดิมไป 10,000 ล้านดอลลาร์ พอดี

สื่อมวลชนจีนวิจารณ์ว่า “รัฐบาลจีนเอาแส้ฟาดแจ๊ค หม่า ให้เขาได้เข้าใจถึงบทเรียน หลายๆ คน ไม่อยากเชื่อว่า เขาต้องมาพลาดท่าด้วยคำพูดที่ไม่ระวังแบบนี้”

10) นับจากวันที่รัฐบาลจีนระงับ IPO ของ Ant Group แจ๊ค หม่าก็หายตัวไปอย่างสิ้นเชิง เขาไม่ทวีตข้อความอะไรอีกเลยแม้แต่ครั้งเดียว ทั้งๆ ที่ปกติมีอะไรก็จะทวีตอยู่เรื่อยๆ จากนั้นก็แคนเซิลทุกงานที่ไปออก

ครั้งสุดท้ายที่คนเห็นเขาปรากฎตัว คือ วันที่ 31 ตุลาคม 2020 ในงานไลฟ์สดขายสินค้า แต่จากนั้นในวันที่ 11 พฤศจิกายน อาลีบาบาจัดงาน 11.11 ซึ่งเป็นอีเวนต์ใหญ่ประจำปี ปกติแจ๊ค หม่า จะมาร่วมงานด้วยตนเองเสมอ แต่เขาก็ไม่ปรากฏตัว หรือแม้แต่ รายการเกมโชว์ แอฟริกา บิสิเนส ฮีโร่ ที่แจ๊ค หม่าเป็นกรรมการ เขาก็ไม่ปรากฎตัวในอีพีสุดท้าย

ขณะที่รูปถ่ายในเว็บไซต์อาลีบาบา ของแจ๊ค หม่าก็โดนเอาออก เช่นเดียวกับการประชุมหอการค้าแห่งเซี่ยงไฮ้ ที่แจ๊ค หม่ากล่าวสุนทรพจน์มา 3 ปีติดต่อกัน และเขาต้องขึ้นกล่าวในปีนี้เช่นกัน เขาก็ไม่มาร่วมงานด้วย

11) การหายตัวอย่างกะทันหัน ทั้งๆ ที่ปกติเขาเป็นคนชอบออกสื่อเสมอ จึงเกิดคำถามในโลกออนไลน์ว่า แจ๊ค หม่า โดนสั่งเก็บไปแล้วหรือเปล่า โดย ดิ อินดิเพนเดนท์ สื่อดังของอังกฤษ รายงานว่า ในรอบ 1 ทศวรรษที่ผ่านมา มีนักธุรกิจหลายคนในประเทศจีน ที่มีความขัดแย้งกับรัฐบาล บางคนก็หายสาบสูญไปอย่างลึกลับ บางคนก็ไปปรากฎตัวที่ประเทศอื่นและไม่กลับมาจีนอีกเลย บางคนก็เสียชีวิตอย่างปริศนา จึงมีความกังวลว่าแจ๊ค หม่า มีโอกาสจะโดนหางเลขในลักษณะนี้หรือไม่

ตัวอย่างเช่นในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เรน จี้เกียง นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์คนดัง ได้เขียนบทความวิจารณ์รัฐบาลจีน เรื่องการรับมือกับโควิด-19 และใช้คำเรียกสี จิ้นผิง ว่าเป็นตัวตลก สุดท้ายอีก 6 เดือนต่อมา เรน จี้เกียง โดนโทษจำคุก 18 ปี ข้อหาคอรัปชั่น

12) ผู้สื่อข่าวทั่วโลกไปถามอาลีบาบาว่าแจ๊ค หม่าหายไปไหน แต่ฝั่งโฆษกของอาลีบาบาก็ให้คำตอบว่า “เราไม่มีอะไรจะกล่าวในประเด็นนี้” เป็นการตัดบทสนทนา

13) วันที่ 24 ธันวาคม รัฐบาลจีน ออกกฎหมายต่อต้านการผูกขาดขึ้น ซึ่งหลายคนเชื่อว่า เป็นกฎหมายที่ถูกใช้เพื่อลดพลังของอาลีบาบาลงจากเดิม ทำให้มูลค่าหุ้นของอาลีบาบา เมื่อเจอข่าวนี้ก็ร่วงลงไป 5.48% คราวนี้ไม่ใช่แค่ อาลีบาบาเท่านั้น แต่คู่แข่งสำคัญอย่าง Tencent ก็พลอยเจอความยากลำบากไปด้วยในการทำธุรกิจออนไลน์

14) แต่ไม่ใช่ทุกคนจะเห็นด้วยการกระทำของรัฐบาลไปทั้งหมด ในเว็บ Weibo มีความเห็นหนึ่งจากผู้ใช้ระบุว่า “นี่ปี 2020 แล้ว ถ้ารัฐบาลยังแทรกแซงมากเกินไป บริษัทดีๆก็จะบินหนีออกไปจากจีนหมด” ขณะที่ผู้ใช้อีกหนึ่งคนเขียนว่า “ผมไม่เคยเห็นจุดจบสวยๆ ของนักธุรกิจจีนที่เก่งๆเลยสักคน”

15) แจ๊ค หม่า หายตัวไป 2 เดือนเต็มๆ โดยไม่มีใครได้พบเห็น จนคนคิดว่าอาจจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่ล่าสุดเดวิด เฟเบอร์ นักข่าวคนดังจาก CNBC ที่มีคอนเน็คชั่นมากมาย รายงานว่า “แจ๊ค หม่า ไม่ได้หายสาบสูญ เพียงแค่เขาไม่ได้แสดงตัวแค่นั้น เขาไม่ได้ถูกจับ ไม่ได้ถูกอุ้ม นี่ไม่ใช่สถานการณ์เดียวกับผู้บริหารคนก่อนๆที่มีปัญหากับรัฐบาล”

CNBC ใช้คำว่าแจ๊ค หม่า ทำตัว Lay Low หรืออยู่นิ่งๆ ทำตัวเงียบๆ ไว้ก่อนในระยะนี้ เพื่อแสดงให้รัฐบาลจีนได้เห็นว่า เขาไม่ใช่พวกแข็งข้อ และยินดีพร้อมปรับตัวในจุดที่รัฐบาลมองว่าล้ำเส้นจนเกินไป

สอดคล้องกับ ดันแคน คลาร์ก ประธานบริษัท BDA China ที่กล่าวว่า “ผมคิดว่าแจ๊ค หม่าได้รับคำสั่งจากรัฐบาลให้อยู่นิ่งๆ เรื่องนี้แน่นอนว่ามันเชื่อมโยงกับการวิจารณ์นโยบายรัฐในช่วงเดือนตุลาคม”

16) ล่าสุดผ่านมาถึงวันนี้ (6 มกราคม 2021) เป็นเวลา 67 วันแล้ว ที่แจ๊ค หม่าไม่ปรากฏตัวให้เห็นต่อหน้าสาธารณชน แม้สื่อจะยืนยันว่าแจ๊ค หม่า จะไม่ได้โดนอุ้มไปไหน แต่ก็ยังไม่มีใครสามารถยืนยันได้จนกว่าจะได้เห็นเขามีชีวิตอยู่จริงๆ

ขณะที่อาลีบาบา แม้จะเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่และทำเงินได้มหาศาลในแต่ละปี แต่เมื่อต้องอยู่ในสภาวะตึงเครียดกับรัฐบาลจีนแบบนี้ ก็ยังคาดเดาไม่ได้ ว่าทิศทางในอนาคตของบริษัทจะเติบโตไปได้มากกว่านี้หรือไม่

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...