Advertisement

SHARE

วันที่ 21 ก.พ. เวลา 15.00 น. ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยในคดีที่ กกต. ยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยมีคำสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ จากการกู้เงินนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค 191.2 ล้านบาท

ในช่วงของการวินิจฉัยว่ามีเหตุให้ต้องยุบพรรคอนาคตใหม่หรือไม่  นายปัญญา อุดชาชน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อ่านคำวินิจฉัยว่า งบการเงินปี 61 ของพรรคอนาคตใหม่ มีรายได้รวม 71.1 ล้านบาท มีค่าใช้จ่ายรวม 72.6 ล้านบาท มีสินทรัพย์รวม 32.8 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายจึงสูงกว่ารายได้ 1.4 ล้านบาท แต่กลับทำสัญญากู้ยืมเงินจากนายธนาธร หัวหน้าพรรคถึง 191.2 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ยที่ไม่เป็นไปตามปกติทางการค้า แม้จะได้ชำระหนี้เงินกู้บางส่วนหลายครั้ง แต่การชำระคืนเงินกู้คืนครั้งแรก 14 ล้านบาท หลังทำสัญญากู้เงินเพียง 2 วันผิดปกติวิสัย


และสัญญาเงินกู้ส่วนที่ 2 จำนวน 30 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 2 ต่อปี แต่วันในทำสัญญา กลับรับเงินเพียง 2.7 ล้านบาท การทำสัญญาใหม่ทั้งที่มีเงินค้างชำระอยู่ จึงเป็นการกู้ยืมเงินเอื้อประโยชน์หรือช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษไม่เป็นไปตามปกติทางการค้า และการกู้เงิน จึงเป็นการให้ประโยชน์อื่นใด ซึ่งเมื่อรวมแล้ว ย่อมชัดแจ้งว่าเป็นกรณีการรับบริจาคเงินที่มีค่าเกิน 10 ล้านบาทต่อปีซึ่งต้องห้ามตาม มาตรา 66 วรรค 2
.
ศาลจึงเห็นว่า การเป็นหนี้จำนวนมากย่อมจะเกิดการครอบงำ เกิดความได้เปรียบทางการเมืองมาเป็นข้อบงการพรรคแต่เพียงผู้เดียว พรรคการเมืองเป็นธุรกิจการเมือง การกู้ยืมเงินจึงเป็นการหลีกเลี่ยงการรับบริจาคเงิน เมื่อขัด ม.66 จึงเป็นการขัดกับ ม.72 ด้วย ซึ่งมีผลให้ยุบพรรรคอนาคตใหม่

ส่วนในประเด็น การวินิจฉัยว่าการกู้เงินทำได้หรือไม่ และเงินกู้คืออะไร
.
นายปัญญา อ่านคำวินิจฉัยในส่วนนี้ว่า พรรคการเมืองสามารถกู้ยืมเงินตาม พ.ร.ป.พรรคการเมืองได้หรือไม่ เห็นว่า การดำเนินกิจกรรมของพรรคต้องอาศัยรายได้ของพรรค ซึ่งกฎหมายกำหนดไว้ใน ม.62 ดังนั้น เงินส่วนใดที่พรรคนำมาใช้จ่ายในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองซึ่งไม่ได้มีแหล่งที่มาตามที่กฎหมายระบุไว้ ย่อมถือว่าไม่ชอบด้วย ม.62
.
แม้ พ.ร.ป.พรรคการเมืองจะไม่ได้บัญญัติห้ามการกู้ยืมเงินของพรรคการเมืองไว้ชัดเจน แต่ก็ไม่ได้รับรองให้กระทำได้ ประกอบกับพรรคการเมืองมีสาระเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายมหาชน


เงินกู้ แม้มิได้เป็นรายได้ แต่เป็นรายรับและเป็นเงินทางการเมือง การดำเนินการเกี่ยวกับการได้มาและใช้จ่ายเงินเพื่อดำเนินกิจกรรมทางการเมือง จึงกระทำได้ภายในขอบเขตที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น
.
เมื่อพิจารณาเจตนารมณ์ของกฎหมาย ที่ต้องการกำหนดมาตรการทางกฎหมายสำหรับกำกับให้พรรคการเมืองดำเนินการได้โดยอิสระ ไม่ถูกครอบงำโดยบุคคลใด โดยอาศัยเงินหรือทรัพย์สิน การกู้ยืมเงินของพรรคการเมืองต้องสอดคล้องเป็นไปตามเจตนารมณ์ของพรรคการเมืองและกฎหมาย


ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญยังอ่านคำวินิจฉัยเพิกถอนสิทธิกรรมการบริหารพรรคในการรับสมัครเลือกตั้ง 10 ปี และกรรมการบริหารพรรคจะไม่สามารถไปจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ได้เป็นเวลา 10 ปี 

 

 

 

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...