{{-- --}}
Advertisement

SHARE

วันที่ 10 พ.ค.63 การเว้นระยะห่างทางสังคม นับเป็นมาตรการที่หลายประเทศบังคับใช้เพื่อชะลอการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และในช่วงที่หลายๆ ประเทศโดยเฉพาะในยุโรปเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ลง การเดินทางด้วยจักรยานคือสิ่งที่รัฐบาลยุโรปหลายประเทศสนับสนุน โดยเมื่อช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมารัฐบาลฝรั่งเศสหันมาให้การสนับสนุนอย่างจริงจังในการเดินทางด้วยจักรยาน เพื่อส่งเสริมการเว้นระยะห่างทางสังคม พร้อมกับตั้งเป้าที่จะลดระดับมลพิษลง

โดยทางรัฐบาลฝรั่งเศสได้ทุ่มงบประมาณ 20 ล้านยูโร เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนคนละ 50 ยูโรในการซ่อมแซมจักรยานให้พร้อมใช้งาน ด้านนาง Élisabeth Borne รัฐมนตรีว่าการกระทรวงนิเวศวิทยาเผยว่า โครงการนี้มีวัตถุประสงค์ในการลดการขับขี่รถยนต์ โดยเฉพาะการเดินทางในระยะทางสั้นๆ เพื่อให้ระดับมลพิษทางอากาศลดลง นอกจากนี้นาง Borne ยังระบุว่า การเดินทางของชาวฝรั่งเศสกว่า 60% นั้นเป็นการเดินทางในระยะทางไม่เกิน 5 กิโลเมตร การใช้จักรยานจึงมีความเหมาะสมอย่างมาก ล่าสุดทางการกรุงปารีสได้สั่งปิดถนนรู เดอ ริโวลี (Rue de Rivoli) ไม่ให้รถยนต์วิ่งผ่าน เพื่อใช้เป็นทางสัญจรเฉพาะจักรยานแล้วเท่านั้น

ขณะที่นายกรันต์ แชปส์ (Grant Shapps) รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมของสหราชอาณาจักร ได้ประกาศแผนการลงทุนมูลค่า 2,000 ล้านปอนด์ หรือราว 7.9 หมื่นล้านบาท เพื่อส่งเสริมการปั่นจักรยานและเดินเท้าของประชาชน ประกอบด้วยการเพิ่มเลนจักรยาน และการขยายทางเท้าให้กว้างขึ้นสำหรับคนเดินเท้า โดยทางรัฐบาลมุ่งมั่นจะให้ประชาชนปั่นจักรยานและเดินเท้าเพิ่มขึ้นภายในปี 2025

โดยนายแชปส์กล่าวว่า “เราต้องดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไปในการก้าวผ่านโควิด-19 ไม่ใช่เพียงก้าวเดียวสู่อิสรภาพ ดังนั้นเมื่อเราออกไปสู่โลกภายนอกอีกครั้ง จะเห็นได้ว่าบรรยากาศดูแตกต่างจากเดิมมากทีเดียว” ขณะที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม, นครมิลานของอิตาลี และกรุงเบอร์ลินของเยอรมนี มีแผนที่จะขยายเลนจักรยาน รวมถึงจัดสรรพื้นที่บนถนนสายหลักบางสายสำหรับการเดินและขี่จักรยานเพิ่มเติมในอนาคต

 

 

 

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...