สถานการณ์ไข้เลือดออกไทยน่าห่วง สาธารณสุขเผยพบผู้ป่วยกว่า 2 หมื่นราย และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 41 ศพ เตือนทุกฝ่ายร่วมทำงานแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย
วันที่ 10 มิ.ย.2562 กระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยถึงสถานการณ์การระบาดของโรคไข้เลือดออกในประเทศไทยข้อมูล ณ วันที่ 5 มิ.ย. 2562 พบผู้ป่วยแล้ว 26,430 ราย เสียชีวิต 41 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในวัยเรียน ขอความร่วมมือทุกคนช่วยกันทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในบ้านและโรงเรียน เพื่อป้องกันบุตรหลานจากโรคไข้ เลือดออก และขอให้สังเกตอาการ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กที่ยังไม่สามารถบอกอาการของตนเองได้ชัดเจน หากมีไข้สูงลอยเกิน 2 วัน แนะนำให้ไปโรงพยาบาลทันที
นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า อาการไข้เลือดออกมีระดับความรุนแรงต่างกันออกไป ตั้งแต่อาการน้อยไปถึงรุนแรงมาก แต่ ส่วนใหญ่มักมีอาการไม่รุนแรง ซึ่งแพทย์ จะตรวจประเมินอาการผู้ป่วย หากพบว่าอาการไม่รุนแรงอยู่ในระยะไข้ ยังรับประทานอาหาร ดื่มน้ำได้ แพทย์จะแนะนำการดูแลที่บ้านให้ญาติทราบ และวิธีสังเกตอาการที่ควรรีบมาพบแพทย์ โดยเฉพาะช่วงไข้ลด หากมีอาการซึมลง กินอาหารและดื่มน้ำไม่ได้ อ่อนเพลีย ปวดท้องมาก คลื่นไส้อาเจียน กระวนกระวาย อาจเข้าสู่ระยะช็อก ให้รีบไปโรงพยาบาลโดยด่วน” ปลัด สธ. กล่าว
ขณะที่ นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเสริมว่า อาการผู้ป่วยไข้เลือดออก หลังจากได้รับเชื้อประมาณ 5-8 วัน ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูงลอย อุณหภูมิ 38.5-40.0 องศา ติดต่อกัน 2-7 วัน อาการทั่วไปคล้ายเป็นหวัด แต่ไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก หน้าแดง ปวดศีรษะ บางรายอาจมีปวดท้อง อาเจียน มีจุดแดงเล็กตามแขน ขา ลำตัว หากมีอาการไข้สูง 2 วัน ไข้ไม่ลดขอให้รีบไปพบแพทย์
สำหรับการดูแลผู้ป่วยที่แพทย์ให้กลับมาพักฟื้นที่บ้าน ควรดื่มน้ำผลไม้ หรือน้ำเกลือแร่บ่อยๆ เช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำธรรมดา รับประทานอาหารอ่อนและกินยาตามแพทย์สั่ง ห้ามกินยาแอสไพรินหรือไอบูโปรเฟน เพราะจะทำให้เลือดออกง่ายขึ้น โดยทั่วไปผู้ป่วยจะมีอาการดีขึ้นอย่างชัดเจนภายใน 2-3 วันหลังจากไข้ลด หากผู้ป่วยมีเลือดกำเดาไหล อาเจียนเป็นเลือดและอุจจาระเป็นสีดำ หมดสติ ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด เพื่อรับการรักษาอย่างทันท่วงทีเพื่อลดการเสียชีวิต