Advertisement

SHARE

ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่ยังคงน่าวิตก แค่ความรักอาจคงยังไม่พอที่จะประคับประคองชีวิตคู่ให้รอดพ้นจากวิกฤตครั้งนี้ บางคนถึงกับตั้งคำถามถึงวิธีการวิจัยที่อยู่เบื้องหลังการรวบรวมข้อมูล ขณะที่บางคนแย้งว่าอัตราการตรวจหาเชื้อที่สูงมาก ทำให้เยอรมนีสามารถประมาณการความเสี่ยงที่เกิดจากเชื้อโคโรนาไวรัสได้อย่างแม่นยำ

 

 

ในขณะที่เยอรมนียังคงเผชิญสถานการณ์การระบาดที่รุนแรง โดยในวันนี้ (24 มี.ค.) เยอรมนีมีจำนวนผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันแล้ว 29,560 คน และมีผู้เสียชีวิต 126 ราย

 

ทำให้เยอรมนียังคงเป็นประเทศที่มีอัตราการเสียชีวิตต่ำที่สุดในบรรดา 10 ประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากที่สุด หรือเพียงร้อยละ 0.42 เมื่อเทียบกับอิตาลี (9.50%) ฝรั่งเศส (4.27%) สหรัฐฯ (1.27%) และสเปน (6.57%)

 

ตัวเลขที่มีความแตกต่างอย่างมากกับอิตาลีดูเป็นสิ่งที่น่าประหลาดใจอย่างมาก เนื่องจากอิตาลีและเยอรมนีมีสัดส่วนผู้สูงอายุ ที่อายุเกิน 65 ปี สูงที่สุดในยุโรป ที่ร้อยละ 22.4 และ 21.1 ตามลำดับ ขณะที่ดัชนีด้านสุขภาพโลก “Healthiest Countries 2020” ชี้ว่า อิตาลีเป็นประเทศที่ประชากรมีสุขภาพดีเป็นอันดับสองของโลก ขณะที่เยอรมนีอยู่ในอันดับที่ 23

 

ด้านนักการเมืองและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอาวุโสของเยอรมนียังคงไม่ออกมาแสดงความเห็นถึงอัตราการเสียชีวิตที่อยู่ในระดับต่ำมาก ในขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อยังคงเพิ่มขึ้นทุกวัน ด้านนายโลธาร์ เวเลอร์ ประธานสถาบันโรเบิร์ต คอช หน่วยงานด้านสาธารณสุขของรัฐบาลเยอรมนี เคยกล่าวว่า เขาไม่เชื่อว่าอัตราการเสียชีวิตระหว่างอิตาลีและเยอรมนีจะมีความแตกต่างกันอย่างมากในช่วงระยะยาว

 

แมรีลิน แอดโด ผู้อำนวยการสาขาวิชาอายุรศาสตร์โรคติดเชื้อ ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยฮัมบูร์ก กล่าวว่า  “ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่า เยอรมนีมีการเตรียมความพร้อมทางการแพทย์ เพื่อรับมือกับโควิด-19 ดีกว่าประเทศอื่น”

 

แอดโดกล่าวว่า ความแตกต่างเรื่องตัวเลขอาจสามารถอธิบายได้ว่า โรงพยาบาลในพื้นที่ภาคเหนือของอิตาลี มีจำนวนผู้ป่วยเกินขีดความสามารถที่จะรองรับได้แล้ว ขณะที่ในเยอรมนียังคงสามารถรับได้อีก และมีเวลาในการจัดเตรียมเตียงสำหรับผู้ป่วย จัดเตรียมเวชภัณฑ์ และบุคลากร

 

“หนึ่งในข้อได้เปรียบของเยอรมนีคือ เราได้เริ่มติดตามหาผู้ที่อาจติดเชื้อตั้งแต่มีรายงานพบผู้ป่วยรายแรก ทำให้เรามีเวลาในการเตรียมสถานพยาบาลเพื่อรองรับเหตุฉุกเฉิน”

 

นอกจากนั้น เยอรมนียังได้เริ่มทำการตรวจร่างกายประชาชนในช่วงแรกๆ แม้จะมีอาการเล็กน้อยก็ตาม ซึ่งอาจหมายความว่าจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันทั้งหมดอาจทำให้เห็นภาพของการระบาดได้อย่างแม่นยำมากกว่าในประเทศอื่น

 

จากข้อมูลของสมาคมประกันสุขภาพแห่งชาติ เยอรมนีมีขีดความสามารถในการตรวจหาเชื้อไวรัสได้ราว 12,000 คนต่อวัน ขณะที่นายโลธาร์ เวเลอร์ กล่าวว่า ขีดความสามารถของเยอรมนีอยู่ที่ 160,000 รายต่อสัปดาห์

 

เยอรมนียังนับเป็นประเทศแรกๆ ที่สามารถพัฒนาชุดตรวจไวรัสได้ตั้งแต่การระบาดช่วงแรก โดยเมื่อเดือนมกราคม นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันระบาดวิทยาโรงพยาบาลชาริเต  สามารถพัฒนาชุดตรวจได้สำเร็จ

 

อย่างไรก็ตาม แม้เยอรมนีจะไม่ได้ทำการตรวจหาเชื้อให้แก่ประชาชนได้ในระดับเดียวกับในเกาหลีใต้ แต่รัฐบาลได้เผยแพร่แนวทางปฏิบัติมานานกว่า 1 เดือนแล้ว ให้แก่ประชาชน เพื่อให้รับการตรวจหาเชื้อ แม้พวกเขาจะมีอาการในเบื้องต้น หรืออาจไปสัมผัสกับผู้ติดเชื้อ หรือเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง เช่นแคว้นลอมบาดี ในอิตาลี และเมืองอู่ฮั่นของจีน

 

ทั้งนี้ อายุเฉลี่ยของผู้ติดเชื้อไวรัสในช่วง 2-3 สัปดาห์แรก นับว่าน้อยกว่าประเทศอื่นๆ หลายคนเป็นผู้มีสุขภาพดีและแข็งแรง ที่เดินทางกลับจากสกีรีสอร์ตในออสเตรียและอิตาลี ซึ่งนี่อาจอธิบายได้ถึงอัตราการเสียชีวิตที่ค่อนข้างต่ำ

 

คริสเตียน ดรอสเทน นักไวรัสวิทยาจากโรงพยาบาลชาริเต ในกรุงเบอร์ลิน บอกว่า เขาเชื่อว่าคนหนุ่มสาวในอิตาลีจำนวนมากติดเชื้อโดยที่พวกเขาเองก็ไม่รู้ตัว นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้อัตราการเสียชีวิตในอิตาลีจึงสูงมาก

 

ดรอสเทนยังเตือนว่า อัตราการเสียชีวิตในเยอรมนีอาจมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เนื่องจากเป็นการยากที่จะระบุพื้นที่ที่มีความเสี่ยง และขีดความสามารถในการตรวจหาเชื้อที่อาจเกินกำลัง

 

 

สิ่งที่ทำให้ตัวเลขการเสียชีวิตค่อนข้างต่ำ ยังอาจเกิดจากสาเหตุที่เยอรมนีมีเตียงสำหรับรองรับผู้ป่วยวิกฤตได้ถึง 25,000 เตรียง พร้อมกับเครื่องพยุงชีพ และเครื่องช่วยหายใจที่มากกว่าชาติเพื่อนบ้าน ต่างจากฝรั่งเศสที่มีราว 7,000 เตียง และอิตาลีเพียง 5,000 เตียง

 

นอกจากนั้น วิธีการวิจัยที่อยู่เบื้องหลังการรวบรวมข้อมูลของเยอรมนี อาจอธิบายได้ว่าอะไรทำให้ตัวเลขของทั้งเยอรมนีและอิตาลี จึงมีความแตกต่างกันมาก

 

หากพบว่าผลทดสอบเชื้อของผู้ป่วยในเยอรมนีเป็นบวก แพทย์จะทำการแจ้งไปยังหน่วยงานด้านสาธารณสุขในท้องถิ่นทันที ซึ่งจะมีการโอนข้อมูลต่อไปยังสถาบันโรเบิร์ต คอช (RKI) กระบวนการที่ล่าช้านี้จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมข้อมูลตัวเลขรายวันของสถาบันฯ จึงต่ำกว่าข้อมูลที่รวบรวมได้โดยมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ ในสหรัฐฯ ซึ่งมีการอัปเดตข้อมูลต่างๆ ค่อนข้างถี่กว่ามาก

 

นอกจากนั้น ในเยอรมนี ยังคงไม่มีการตรวจหาเชื้อไวรัสในขั้นตอนการชันสูตรศพ ที่มีการทำกันอย่างกว้างขวางในอิตาลี RKI ระบุว่า ผู้ที่ไม่เคยตรวจหาเชื้อโควิด-19 เลย แต่ต้องสงสัยว่าอาจติดเชื้อ สามารถทำการทดสอบได้หลังเสียชีวิตแล้ว แต่ในเยอรมนี ซึ่งมีกระจายอำนาจการดูแลเรื่องระบบสาธารณสุข ยังคงไม่ถือว่าวิธีนี้เป็นแนวทางปฏิบัติตามปกติ

 

ผลก็คือ มีความเป็นไปได้ในทางทฤษฎีว่า อาจมีผู้เสียชีวิตที่บ้านพักก่อนที่จะได้รับการตรวจหาเชื้อ และผู้ที่ไม่ปรากฏในข้อมูลสถิติ

 

แมรีลิน แอดโด ไม่เชื่อว่าจำนวนผู้ป่วยที่ตรวจไม่พบจะมีนัยสำคัญในเชิงสถิติ “ยังไม่พบข้อมูลใดที่อาจชี้ให้เห็นถึงจำนวนผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ที่ยังไม่ได้รับการตรวจเชื้อจำนวนมาก ที่ไม่ปรากฏในข้อมูลสถิติ”

 

“สถานพยาบาลที่ทำการรักษาผู้ป่วยโรคระบบหายใจ ได้รับการแจ้งเตือนให้เตรียมพร้อมกับไวรัสในระดับสูงสุดมานานหลายสัปดาห์แล้ว ดังนั้น จึงน่าแปลกใจมาก หากจะพบว่าผู้เสียชีวิตที่ไม่ปรากฏในข้อมูลจำนวนมาก”

 

ทั้งนี้ ข้อมูลตัวเลขอย่างเป็นทางการของสถาบันโรเบิร์ต คอช ยังรวมถึงตัวเลขผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ตัวเลขผู้ติดเชื้อ และผู้ที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว ซึ่งไม่สามารถระบุสาเหตุการเสียชีวิตได้อย่างแน่ชัด

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...