
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
จุรินทร์ สั่งการตั้งวอร์รูม ใน กรอ.พาณิชย์ รับมือตัด GSP เร่งเจาะตลาด รายมณฑล-รายรัฐ ด่วน พร้อมให้ทูตพาณิชย์ที่ DC ประสานงานกับเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงวอชิงตัน และทูตแรงงานเพื่อที่จะได้นัดหมายไปหารือกับ USTR เพื่อนัดหมายเข้าพบ หารือกันในวันที่ 1 พ.ย.นี้
เมื่อเวลา 10.00 น วันนี้ (30 ต.ค.62) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่าสำหรับความคืบหน้าเรื่องจีเอสพี วันนี้ตนได้มอบหมายให้ทูตพาณิชย์ที่ DC ประสานงานกับเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงวอชิงตัน และทูตแรงงานเพื่อที่จะได้นัดหมายไปหารือกับ USTR (ผู้แทนการค้า) ที่วอชิงตันซึ่งได้รับรายงานมาแล้วว่าจะมีการนัดหมายเข้าพบ เพื่อหารือกันในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ ผลเป็นอย่างไรก็จะรายงานมาให้ทราบต่อไป
ส่วนการเตรียมการสำหรับการแก้ไขปัญหาในเรื่องของการตลาดก็จะมี 2 ส่วน ส่วนที่หนึ่งในภาพรวมทั้งหมด ก็มีการเตรียมการมาก่อนหน้านี้แล้วในการบุกตลาดใหญ่ๆ ทั่วโลก 10 กลุ่มตลาดใหญ่ ซึ่งมีการประชุม กรอ.พาณิชย์ โดยก่อนหน้าที่จะทราบว่ามีการตัดสิทธิ GSP สินค้าไทย โดย 10 ตลาดใหญ่ ก็อย่างที่ตนได้รายงานให้ทราบแล้วว่าตลาดสำคัญโดยเฉพาะประเทศใหญ่ ๆ ที่มีประชากรมากมีศักยภาพสูง เช่น จีน อินเดีย สหรัฐอเมริกา การดำเนินการจะลงลึกถึงหลายมณฑล เช่น ในจีน หรือรายรัฐในรายสหรัฐอเมริกา จึงได้สั่งการให้ทูตพาณิชย์ทำรายละเอียดมาว่ารัฐไหนมีความต้องการสินค้าบริการอะไรของเรา และเราสามารถเจาะตลาดได้ในรูปแบบไหนอย่างไรควรจะไปขายอะไร ดำเนินการลงลึกถึงรายละเอียดและผมจะทำหน้าที่ในการนำทัพเอกชนร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ไปบุกตลาดทั้ง 10 ตลาด +3 ประเทศใหญ่ดังที่เรียน
สำหรับหมวดสินค้าที่ถูกตัด GSP มี 500 กว่ารายการนั้น แต่มีภาระภาษีเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 4-5 โดยประมาณ แต่ตั้ง 500 กว่ารายการมีผลกระทบที่แตกต่างกันเช่นบางรายการเคมีภัณฑ์มีภาระภาษีจาก 0% เป็น 0.01% ซึ่งเกือบจะเรียกได้ว่าไม่กระทบเลยแต่บางรายการก็เสียภาษี 20 กว่าเปอร์เซ็นต์ จึงได้มอบให้ท่านปลัดกระทรวงจัดตั้งวอร์รูมในเรื่องนี้ขึ้นมาใน กรอ.พาณิชย์ เพื่อหารือร่วมกันระหว่างกระทรวงพาณิชย์และภาคเอกชนที่ได้รับผลในเรื่องของภาษีที่ต้องจ่ายในการนำเข้าสินค้าไปยังสหรัฐเฉพาะตัวที่ได้รับผลกระทบสำคัญๆ โดยให้หารือกันและข้อสรุปร่วมกันว่ากระทรวงพาณิชย์จะเข้าไปมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือคลี่คลายปัญหานี้อย่างไร ชดเชยอย่างไร หรือเจาะตลาดอื่นหรือเข้าไปดูแลช่วยเหลืออย่างไร และจะจับมือร่วมกันทำตัวเลขเก่าให้คงเดิมหรือเพิ่มขึ้นได้อย่างไร ตนจะเชิญประชุมอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่วอร์รูมได้ข้อสรุปมาแล้วนี่คือสิ่งที่ขอเรียนให้ทราบความคืบหน้า
สำหรับการประชุมอาเซียนซัมมิท มีการประชุมกัน โดยถ้าเป็นรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนและ RCEP หรือ มีอาเซียน สหรัฐ จีน และอินเดีย ตนจะเป็นประธานในที่ประชุมเวทีนี้ต้องดูความเหมาะสม เพราะเป็นเวทีอาเซียน แต่กรณี GSP นี้เป็นประเด็นเฉพาะไทยกับสหรัฐ ไม่ใช่อาเซียนกับสหรัฐ
ส่วนการนำเข้าหมูที่มีสารเร่งเนื้อแดงตามที่ถามอันนั้นเป็นสิ่งที่เขาเรียกร้องมานานแล้วแต่เที่ยวนี้เป็นเรื่องแรงงาน ไม่ใช่เรื่องที่ใช้ในการตัดสิทธิ์ในรอบนี้ อย่างไรก็ตามเราต้องคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลักถ้าปล่อยให้มีการนำเข้าเนื้อแดงที่มีสารเร่งเนื้อแดงจากสหรัฐจะกระทบกับสุขอนามัยของผู้บริโภคเราหรือไม่อย่างไร
อย่างไรก็ตาม การประชุมครั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 30 ต.ค. – 4-5 พ.ย.2562 มีหลายวงทั้งวงรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนทั้งวงรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน จีน อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เกาหลีญี่ปุ่น เป็นต้น ซึ่งการประชุมวันศุกร์นี้กับ USTR จะตรงประเด็นที่สุดและเร็วที่สุดแล้ว