Advertisement

SHARE

ต่อไปนี้ผู้ใช้บริการสิทธิบัตรทองไม่ต้องกังวลว่าจะถูกสวมสิทธิ หรือถูกนำข้อมูลไปใช้ในการเบิกจ่ายอีกต่อไป เพราะเพียงแค่พกบัตรประจำตัวประชาชนสมาร์ทการ์ดมายื่นให้เจ้าหน้าที่ เพื่อยืนยันตัวตนทุกครั้งที่เข้ารับบริการ แทนการกรอกข้อมูลลงในกระดาษ ใช้เวลาไม่นานก็สามารถเข้ารับได้อย่างปลอดภัย โดยทางเจ้าหน้าที่จะให้คำแนะนำผู้มารับบริการเพื่อยืนยันตัวตนว่าใช้สิทธิอะไร และป้องกันไม่ให้มีใครมาสวมสิทธิ

สำหรับขั้นตอนการเข้าใช้บริการก็ไม่ยุ่งยาก เพียงนำบัตรประจำตัวประชาชนที่เป็นรูปแบบสมาร์ทการ์ด ไปยังโรงพยาบาลหรือคลินิกที่มีสิทธิบัตรทอง ยื่นให้เจ้าหน้าที่ เพื่อเปิดสิทธิเข้ารับบริการและยืนยันตัวตนผ่านระบบสมาร์ทการ์ด เมื่อเสียบบัตรหน้าจอจะแสดงข้อมูลส่วนบุคคล ประวัติการเข้าใช้บริการ ซึ่งจะสามารถยืนยันได้ว่าผู้ถือบัตรเป็นผู้เข้ารับบริการจริง จากนั้นก็สามารถเข้ารับบริการในแผนกต่างๆ เมื่อเข้าพบแพทย์และรับการรักษาเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลการเข้ารับบริการแต่ละครั้ง เพื่อเบิกจ่ายจากกองทุนบัตรทอง ขั้นตอนสุดท้ายก็คือการปิดสิทธิด้วยสมาร์ทการ์ดอีกครั้ง จากนั้นก็สามารถรับยาและกลับบ้านได้ โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งเข้าสู่ระบบกลางของ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

น.ต.หญิง นุสรา ศิริบูรณ์ หัวหน้าห้องตรวจโรคกุมารเวช โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กล่าวว่า เมื่อก่อนเราใช้วิธีลงทะเบียนที่จุดตรวจสอบสิทธิ ไม่ว่าจะกรณีสิทธิใดๆ ก็ตาม เราจะตรวจสอบสิทธิที่จุดลงทะเบียนชั้น 1 เท่านั้น หลังจากที่เปลี่ยนระบบมาทดลองใช้สมาร์ทการ์ดยืนยันสิทธิ ก็คือจะให้ยืนยันตัวตนในส่วนของ OPD แต่ละ OPD ที่เรามาใช้บริการ เช่น OPD เด็ก หรือ OPD สูตินรีเวช เพื่อให้ผู้มารับบริการไม่ต้องถูกสวมสิทธิ

โดยระบบการพิสูจน์ตัวตนด้วยบัตรประชาชนสมาร์ทการ์ดเป็นหนึ่งในวิธีการแก้ปัญหาประชาชนถูกนำชื่อไปสวมสิทธิเข้ารับบริการ หรือถูกนำข้อมูลไปใช้ในการเบิกจ่ายค่าบริการ ที่ก่อนหน้านี้ สปสช.ตรวจสอบข้อมูลการเบิกจ่ายปีงบประมาณ2562 ซึ่งพบว่ามีการเบิกจ่ายค่าบริการผิดปกติ เนื่องจากเป็นการกรอกข้อมูลด้วยลายมือบนกระดาษ ทำให้ง่ายต่อการปลอมแปลง เช่น การแก้ไขข้อมูลผู้ป่วย ปลอมลายเซ็น และยังพบว่าบางรายไม่เคยเข้ารับบริการจริง

นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ในส่วนของโรงพยาบาลจะได้รับประโยชน์ตรงที่ว่าจะได้รักษาตรงกับคนที่มาใช้บริการจริงๆ ซึ่งใช้ระบบไอทีทั้งหมด ส่วนที่สองคือ ทาง สปสช. เวลาจ่ายเงินก็สามารถจ่ายได้ตรงกับคนที่เป็นคนไทยจริงๆ ส่วนของประชาชนเองก็จะได้รับประโยชน์ในเรื่องของความรวดเร็ว ถือบัตรประจำตัวประชาชนมาใบเดียว เสียบทีเดียวก็สามารถจะมีประวัติต่างๆ เกิดขึ้น แล้วก็สามารถที่จะเข้าไปสู่ระบบบริการได้ เพราะฉะนั้นการพิสูจน์ตัวตนนั้นก็เป็นการป้องกัน ป้องกันปัญหาในเรื่องของการสวมสิทธิ ดังนั้น ผู้เข้ารับบริการจะต้องพกบัตรประจำตัวประชาชนที่เป็นระบบสมาร์ทการ์ดมาด้วยทุกครั้ง ส่วนกรณีเด็กสามารถพิสูจน์ตัวตนด้วยการใช้บัตรประชาชนของพ่อแม่หรือผู้ปกครองแทนได้

ด้าน นพ.ปราโมทย์ กาญจนกิจสกุล หัวหน้ากลุ่มงานสูตินรีเวชกรรม  โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กล่าวว่า ผู้รับบริการที่มาใช้ที่แผนกฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า ก็สมควรที่จะต้องนำบัตรประชาชนติดตัวมา เพื่อยืนยันตัวตน แล้วก็เพื่อความสะดวกในการใช้การบริการกับเรา ก็จะทำให้ระบบในการให้บริการกับผู้มารับบริการเร็วขึ้น ฉะนั้นก็ประชาสัมพันธ์ว่าผู้มาใช้บริการก็ควรจะเปลี่ยนบัตรประชาชนให้เป็นแบบใหม่ เพราะปัจจุบันการทำบัตรสมาร์ทการ์ดของการบัตรประชาชนแบบใหม่ไม่ช้าแล้ว

โดยขณะนี้ สปสช.ได้นำร่องเริ่มใช้ระบบยืนยันตัวตนแล้วในเขตกรุงเทพมหานคร ดังนั้น ในกรุงเทพมหานคร สามารถถือบัตรประชาชนเข้าไปยืนยันตัวตนได้เลย ซึ่งในอนาคตระบบนี้จะถูกนำไปใช้ในสถานพยาบาลอื่นๆ ทั่วประเทศ เป็นการสร้างความั่นใจให้ผู้ถือสิทธิบัตรทองว่าจะไม่ถูกผู้อื่นสวมสิทธิในการเข้ารับบริการสาธารณสุข

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...