Advertisement

SHARE

คริส เฮมสเวิร์ธ และแซม ฮาร์เกรฟเคยร่วมงานกันมาก่อนในมหากาพย์ภาพยนต์อเวนเจอร์ส ตอนนั้นคริสรับบทธอร์-เทพเจ้าสายฟ้า ส่วนแซม ฮาร์เกรฟ แสดงเป็นสตั๊นท์แมนของกัปตันอเมริกา และมีส่วนร่วมในทีมสตั๊นท์แมนและฉากแอคชั่นอีกหลายฉากของภาพยนต์อเวนเจอร์ส

วันนี้พวกเขากลับมาร่วมงานกันอีกครั้งในภาพยนต์แอคชั่นฟอร์มยักษ์ “Extraction – คนระห่ำ ภารกิจเดือด” นอกจากเป็นภาพยนต์แอคชั่นที่ผู้มีส่วนร่วมต่างประสานเสียงกันบอกว่ามีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เรื่องนี้ยังเป็นการประเดิมเข้าสู่โลก Netflix ของคริส เฮมสเวิร์ธจากที่เคยโลดแล่นทั้งบนจอแก้วและจอยักษ์มาแล้ว

เวิร์คพอยท์ทูเดย์พลาดโอกาสไปนั่งจับเข่าคุยกับทั้ง “คริส” และ “แซม” ตัวเป็น ๆ ที่อินเดียจากสถานการณ์โควิด-19 แพร่ระบาด แต่เมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมาเรามีโอกาสเปิดแอปพลิเคชัน Zoom คุยกับเขาทั้งสองคนจากทางไกล จึงหยิบบทสนทนาทั้งเรื่องภาพยนต์ ศิลปะการแสดง และเส้นทางในวงการบันเทิงนานาชาติของคริส เฮมสเวิร์ธมาให้แฟนข่าวอ่านกัน

ไม่มีแล้วหนังฮีโร่แบบขาว-ดำ Extraction จะพาดำดิ่งไปในความดิบเถื่อนและปัญหาเชิงศีลธรรมของมนุษย์

คริส : ผมกับแซมตั้งเป้าไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเรื่องนี้เราจะไม่เอาแอคชั่นฮีโร่ทั่วไป ที่ตัวละครมีแค่ 2 มิติและอยู่ยงคงกระพันฟันแทงไม่เข้า เราอยากให้ตัวละครมีความเปราะบาง มีด้านของอารมณ์ความรู้สึกจริง ๆ นี่คือสิ่งที่ต่างออกไปจากหนังเรื่องอื่น ๆ รวมถึง มีเรื่องที่ตัวละครมีความทรงจำในอดีตที่เขาอยากจะหลีกเลี่ยงไม่อยากนึกถึง พอดูไปก็จะยิ่งคลี่คลายออกมาจนถึงจุดที่เขาตื่นรู้ พื้นที่แบบนี้ผมไม่เคยทำมาก่อน แล้วก็เป็นส่วนที่ทำให้ผมคิดว่าผู้ชมจะตอบรับหนังเรื่องนี้ คนจะได้เห็นทั้งด้านของอารมณ์ความรู้สึกและความเปราะบางของตัวดำเนินเรื่องหลัก ในขณะเดียวกันก็มีความท้าทายต่าง ๆ เข้ามาที่ต้องใช้คุณสมบัติพิเศษ แต่เขาไม่ใช่แค่ทหารรับจ้างที่เอาแต่ฆ่าคน

ในเรื่องนี้คริส แสดงเป็น ไทเลอร์ เรค ทหารรับจ้างที่มีบาดแผลจากการสูญเสียลูกชาย ก่อนจะได้รับมอบหมายภารกิจครั้งใหม่

คราวนี้ไม่ต้องกู้โลกแบบธอร์แล้ว แต่ต้องกู้เอาตัวลูกชายมาเฟียข้ามชาติที่ถูกลักพาตัวไปไว้ที่เมืองธากาให้กลับบ้านได้อย่างปลอดภัย ระหว่างทางต้องพบกับอุปสรรคทั้งจากเครือข่ายยาเสพติดและเอาตัวรอดจากเจ้าหน้าที่รัฐที่ร่วมมือกับมาเฟีย แต่อุปสรรคที่ใหญ่กว่านั้นคือทางสองแพร่งทางศีลธรรมที่ตัวละครต้องเลือก

คริส : ผมชอบมากที่เรื่องนี้ไม่มีอะไรขาวดำและไม่ได้ตรงไปตรงมาแบบมีคนดี คนร้ายอะไร ตัวละครในเรื่องนี้วางศีลธรรมของตัวเองอยู่ในพื้นที่เทา ๆ แล้วถูกบีบให้ตัดสินใจครั้งใหญ่  เป็นการตัดสินใจที่เปลี่ยนเขาไปในอีกทางนึงต่างจากในอดีต ปกติเมื่อเลือกทางนึงก็คุณก็จะต้องไปให้สุดทางใช่ไหม แต่เรื่องนี้มีความลังเลกลับไปกลับมามากมาย ผมคิดว่าคุณจะประหลาดใจภาวะทางอารมณ์ความรู้สึกนึกคิดหลายอย่างที่ตัวละครเผยออกมา มันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ที่แบบว่าโอเค นี่คือสิ่งที่ฉันกำลังจะทำ คนนี้เป็นคนดี คนร้าย ไม่ใช่แบบนี้ แล้วก็มีเรื่องของการเติบโตทางอารมณ์ผสมเข้าไปในหนังแอคชั่น

แซม : สำหรับผมเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ฉายให้เห็นถึงธรรมชาติเนื้อแท้ของมนุษย์ ให้เห็นการเดินทางของไทเลอร์ที่มีอดีตอันเลวร้าย ต้องมาตัดสินใจครั้งใหม่ในเรื่องที่ตัวเขาเองก็ตั้งคำถามอยู่ เขาจะทำยังไง จะอยู่กับมันยังไง แล้วก็ต้องลบล้างความผิดบาปในใจด้วย คราวนี้มีสถานการณ์มาให้ต้องตัดสินใจเลือกใหม่ แล้วเขาก็เลือกเดินทางที่ต่างไปจากเดิม เราก็จะเห็นการเติบโตของตัวละคร เห็นว่าเขาเปลี่ยนไปยังไง ผมคิดว่ามันทำให้คนรู้สึกเชื่อมโยงกับตัวเองได้ แม้ว่าจะไม่ได้เจอเหตุการณ์เหมือนกันเป๊ะ แต่เราหลายคนก็น่าจะเคยตัดสินใจอะไรในอดีตที่รู้ว่าตัวเองน่าจะทำได้ดีกว่านี้ แต่พอมีโอกาสต้องเจอคำถามเดิมอีกครั้งในตอนที่มีกำลังกล้าเผชิญหน้ามากขึ้นแล้วกล้าที่จะเลือกทางเลือกใหม่ นี่เป็นเรื่องที่มีพลังมาก ยังมีเรื่องของการถ่ายทอดอารมณ์ขณะที่ต้องต่อสู้ในฉากแอคชั่นไปด้วย เรื่องนี้เป็นฝันของผมที่กลายเป็นจริงเลยทีเดียว เราพยายามทำสิ่งที่ผมคิดว่าต่างจากหนังแอคชั่นทั่วไปที่คุณจะเน้นดูแค่ตัวละคร ดูการเดินทางของเขาและศิลปะการออกแบบท่าทางต่าง ๆ  แต่เรื่องนี้ดำดิ่งลงไปในอารมณ์ เป็นแอคชั่นที่ไม่มีมาก่อน

ฉากบู๊แบบธรรมชาตินิยม สมราคาอดีตสตัํนท์แมน

แซมเป็นผู้กำกับในภาพยนต์เรื่องนี้เป็นครั้งแรกจากที่เคยทำงานสตั๊นท์มาตลอด  แต่ผลงานที่ผ่านมาของสตั๊นท์แมนที่ผันตัวมาเป็นผู้กำกับอย่าง John Wick และ Deadpool 2 สร้างความตื่นตาตื่นใจกับเราเป็นอย่างมาก เรื่องนี้ทั้งคริสและแซมก็บอกว่าเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ความดุดันของฉากแอคชั่นจะไม่ผิดหวังแน่นอน

คริส: ธรรมชาติภายนอกของหนังเรื่องนี้คือฉากแอคชั่น เป็นการแอคชั่นที่ยากสุดๆเทียบกับในฉากแอคชั่นต่าง ๆ ที่ผมเคยมีส่วนร่วมด้วยเลย ยังมีเรื่องของความซับซ้อน การเติบโตทางอารมณ์ของตัวละครที่ลึกมากที่ผมต้องขุดเข้าไป น่าพอใจเลยทีเดียว คุณต้องดึงเอาอารมณ์ความเจ็บปวดต่าง ๆ ออกมาให้เห็นความซับซ้อนของตัวละคร เห็นความขัดแย้งภายในที่จะทำให้เรื่องราวนี้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น แล้วแอคชั่นไปด้วยก็ต้องทำให้คนรู้ด้วยว่าอารมณ์ของตัวละครเป็นยังไงไปด้วย คนจะได้ตามความต่อเนื่องของเรื่องได้ทัน พอผ่านไปครึ่งเรื่องการแสดงออกของตัวละครก็จะต่างออกไปอีก ไม่ใช่เพราะบาดเจ็บแต่อารมณ์ความรู้สึกของเขาก็เปลี่ยนไปด้วย นี่เป็นเรื่องที่สนุกมากในการได้ค้นหา ผมชอบเลยทีเดียว มันโดดเด่นแล้วก็แตกต่างจากสิ่งที่ผมเคยทำก่อนหน้านี้ 

 

แซม ฮาร์เกรฟ มีผลงานกับหนังซูเปอร์ฮีโรมาหลายเรื่อง แต่พอผันตัวเป็นผู้กำกับของหนังเรื่องนี้กลับหลงใหลการแสดงที่เน้นการใช้ความเป็นธรรมชาติ ทั้งการถ่ายทำในสถานที่จริงและเทคนิกการถ่ายแบบลองเทคให้นักแสดงและทีมสตั๊นท์ได้แสดงฝีมือแบบสด ๆ ซึ่งคริสบอกว่ากว่าจะได้มาต้องอาศัยขั้นตอนการฝึกซ้อมนอกกล้องอย่างหนัก

คริส: จากบทที่เป็นแผ่นกระดาษ แซมเข้ามาจัดวางองค์ประกอบท่าทางว่าคนจะมองมันออกมาแบบนี้ มีการเวิร์คชอปที่หนักและเหนื่อยพอ ๆ กับการแสดงจริงเลย เราพยายาดูและทำให้มันออกมาเป็นภาพ เหนื่อยมากแต่สนุกมาก 

ถ่ายที่ประเทศไทยด้วย!

ถ้าหลายคนจำได้ เมื่อปลายปี 2018 เราได้ยินกันว่าคริส เฮมเสวิร์ธมาถ่ายหนังที่ประเทศไทย แถมมีคลิปเจ้าตัวหงุดหงิดกับรถติดออกมาให้เราเห็นจนชาวเน็ตเก็บไปแซวว่าน่าจะเปิดไบฟรอสต์

(อ่าน แม้แต่เทพเจ้าธอร์ก็หนีรถติดไม่พ้น โลกโซเชียลแนะใช้สะพานไบฟรอส)

หนังที่ถ่ายในวันนั้นก็คือภาพยนต์เรื่องนี้นี่เอง ซึ่งแม้ในเนื้อเรื่องไม่มีฉากไหนดำเนินที่ประเทศไทยแต่ผู้กำกับก็เผยว่าไทยเป็นที่ที่เหมาะที่สุดที่จะถ่ายทำแล้ว

แซม : หนังเรื่องนี้ดำเนินเรื่องในอินเดียแล้วก็บังคลาเทศ แต่มีปัญหาเกิดขึ้น เราก็เลยมองหาที่อื่น ๆ ที่จะควบคุมเรื่องต่าง ๆ ได้ดีกว่าแล้วก็นึกถึงประเทศไทยที่มีคนถ่ายหนังแอคชั่นใหญ่ๆบ่อย ก็ดูเป็นตัวเลือกที่สมเหตุสมผล เราไปดูลาดเลามาด้วยก็พบว่าเป็นจุดที่น่าสนใจมาก พอโปรดักชั่นดีไซเนอร์ และอาร์ตไดเรกเตอร์เข้าไปดูตึกดูถนน  ดูสถานที่แล้วแต่งหน่อย ก็ดูเหมือนกรุงธากา บังคลาเทศที่หนังดำเนินเรื่องอยู่มาก ๆ ที่ไทยเราสามารถหาหลายอย่างที่ทำให้หนังออกมาอย่างที่เราต้องการ และทีมงานที่ไทยก็สุดยอดไปเลย ทำงานหนักและมีทักษะสูง ก็เลยสมเหตุสมผลที่เราจะถ่ายที่นู่น แล้วเราถ่ายหลายส่วนในหนังพอสมควร เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก ๆ ทีมงานเยี่ยมมาก ๆ 

คริส เฮมสเวิร์ธร่วมเป็นโปรดิวเซอร์เอง

นอกจากรับบทบาทนักแสดงนำแล้ว คริส เฮมสเวิร์ธยังเข้ามามีส่วนร่วมในการโปรดิวซ์ด้วย สอดคล้องกับที่เขาเคยให้สัมภาษณ์ว่าชีวิตในจังหวะนี้กำลังเข้ามามีส่วนร่วมกับเบื้องหลังภาพยนต์มากขึ้น เราก็เลยถามเรื่องการทำงานของเขากับแซม ฮาร์เกรฟและโอกาสที่เราจะได้เห็นผู้กำกับเฮมสเวิร์ธในอนาคต

คริส: ผมก็คิดเรื่องกำกับอยู่บ้าง ผมเห็นแล้วว่ามีงานเข้ามาเกี่ยวข้องเยอะแยะขนาดไหน เห็นว่าแซม ฮาร์เกรฟต้องทำงานหนักแค่ไหน ผมไม่น่าจะไปทางนั้น(งานสายกำกับ) น่าจะไปทางอื่นมากกว่า (หัวเราะ) จริงๆก็อยากกำกับนะพอถึงจุดหนึ่ง แต่ผมก็อาจจะเป็นแค่คนร่วม แล้วค่อยรับหน้าที่มากขึ้นเรื่อย ๆ รอให้ผ่านไปหลาย ๆ ปี ตอนนั้นความมั่นใจในตัวเองจะเพิ่มขึ้น ได้ความมั่นใจจากคนอื่นในฐานะผู้กำกับ ผู้อำนวยการสร้าง ให้มีความเห็นที่รอบคอบและเหมาะสมได้ก่อน ตอนนี้ผมจะทำงานร่วมอย่างนั้นแล้วก็อยากทำให้มากขึ้นอีกด้วย

หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมเข้าร่วมทำงานด้วยมากที่สุดเท่าที่เคยทำมา ค่อยข้างที่จะเติมเต็มผมในเรื่องนี้เลยทีเดียว ถ้าผมมีอะไรในใจแล้วนึกออกขึ้นมาว่าเรื่องควรจะเล่ายังไง ในจังหวะนั้นผมก็ต้องทำงานร่วมกับแซม แซมเป็นคนทำงานละเอียดมากและจริงจังกับทุก ๆ มุม ทุกอย่างต้อง 100% และมีคนเจ๋ง ๆ เยอะมากที่ผมได้ทำงานด้วย สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมมีความสุขมาก

แซม: ขอผมขยายความ ถ้าเขาจะทำหนังผมจะบอกว่า ทำสิ! แล้วมองหาผมได้เสมอเผื่อจะช่วยอะไรได้ ผมซัพพอร์ตเขาเต็มที่เลยครับ

หนังเรื่องนี้ไม่ได้เอาใจแค่แฟนๆ ฮอลลีวูด สำหรับแฟนๆ บอลลีวูดก็มีนักแสดงเบอร์ใหญ่ของวงการอย่าง Randeep Hooda และ Pankaj Tripathi เข้ามารับบทบาทเด่นไม่แพ้กัน

ภาพยนต์ “Extraction – คนระห่ำ ภารกิจเดือด” ฉายแล้ววันนี้ (24 เมษายน 2563) ผ่าน Netflix เท่านั้นนอกจากถูกใจแฟน ๆ แอคชั่นแล้ว น่าจะถูกใจคอหนังดราม่าและแฟนๆบอลลีวูดด้วย

 

 

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...