Advertisement

SHARE

จากกรณีที่การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมสภา เมื่อช่วงค่ำวันที่ 14 ส.ค. ซึ่งมีการลงมติในข้อ 13 ว่าด้วยการพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร ปรากฏว่า เสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยกับความเห็นของกรรมาธิการเสียงข้างน้อยให้ตัดบางข้อความออก ด้วยคะแนน 234 ต่อ 233 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง จนถูกตีความฝ่ายรัฐบาลแพ้การลงมติเป็นครั้งที่ 2 หลังจากสัปดาห์ก่อนแพ้การโหวตในข้อ 9 ไป 1 คะแนน

วันที่ 15 ส.ค. นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวในสภาว่า ตนถูกถามเรื่องดังกล่าวว่าเป็นการแพ้โหวตของรัฐบาลในสภาหรือไม่ ซึ่งข้อบังคับนี้เป็นการใช้ร่วมกันของสภา เป็นการตกลงกันว่าจะเอาตามกรรมาธิการเสียงข้างมาก แต่กลับกลายเป็นเข้าใจกันว่าเป็นการโหวตของรัฐบาลและฝ่ายค้าน ซึ่งไม่เกี่ยวเลย เพราะถ้าเป็นกฎหมายของรัฐบาลต้องมีตัวแทนของรัฐบาลมานั่งฟัง

ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ (แฟ้มภาพ แถลงข่าวปัญหาระบบเสียงในสภาเมื่อ 14 ส.ค.)

ด้านนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะเลขานุการวิปรัฐบาล กล่าวว่า ความเห็นส่วนตัวของสมาชิกฝ่ายรัฐบาลที่มีความเห็นแตกต่าง ก็อาจจะมีการโหวตที่ไม่เหมือนกันได้ ซึ่งร่างข้อบังคับการประชุมฯไม่ใช่กฎหมายของรัฐบาล และไม่ใช่กฎหมายที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอ จึงไม่ถือเป็นความล้มเหลวของวิปรัฐบาลในการทำหน้าที่ อีกทั้งมีสมาชิกหลายคนที่เดินมาลงมติไม่ทัน บางจุดก็ยังไม่ได้ยินเสียงการประชุมยังมีสมาชิกยังนั่งกินข้าว ฉะนั้น หลังจากนี้วิปรัฐบาลจะเน้นย้ำการให้ความสำคัญของการอยู่ในห้องประชุม และหากเป็นกฎหมายสำคัญเราต้องเข้มข้นมากกว่านี้

“มั่นใจว่าเมื่อถึงเวลาพิจารณากฎหมายสำคัญจะไม่เป็นแบบนี้ วิปรัฐบาลจะกำชับสมาชิกให้มากกว่านี้ แต่การพิจารณาวานนี้เป็นร่างข้อบังคับการประชุมฯ ซึ่งเป็นเรื่องของ ส.ส.ที่จะนำมาใช้ร่วมกัน ความคิดเห็นอาจไม่ตรงกัน 100 เปอร์เซ็นต์ ก็ได้แม้ว่าเบื้องต้นเราตกลงกันว่าจะลงมติยืนตาม กรรมาธิการเสียงข้างมากไม่โหวตสวน แต่ในข้อ 13 อาจมีถ้อยคำที่ไม่ถูกใจสมาชิกบางคนก็อาจลงมติเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งถ้อยคำไม่ใช่สาระสำคัญ ก็เป็นสิทธิ์ส่วนตัวของสมาชิก ไม่ส่งผลต่อการทำงานของสภาแต่อย่างใด และคงไม่ต้องมีบทลงโทษสมาชิกที่โหวตสวน เพราะเป็นเรื่องประชาธิปไตยที่ใครมีความเห็นส่วนตัวก็ต้องยอมรับ แม้ว่าเราจะอยากให้โหวตไปในทางเดียวกันก็ตาม” นายชัยวุฒิ กล่าว

ขณะที่นายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จะให้สมาชิกไปยกมือตาม กมธ. เสียงข้างมากทุกเรื่องคงไม่ได้ เพราะบางกรณีที่เขียนมาหรือแก้มานั้นสมาชิกไม่เห็นด้วย เช่นกรณีเมื่อวานนี้ ที่เขียนในร่างข้อบังคับว่า ข้อ 13 คณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร พ้นจากตำแหน่งเมื่อ (1) สภาสิ้นอายุ สภาถูกยุบ หรือไม่มีสภาเพราะเหตุอื่นใด ซึ่ง กมธ.เสียงข้างมากตอบไม่ชัดเจนว่า เพราะเหตุอื่นใดหมายถึงอะไร จึงทำให้คะแนนเสียงออกมาแบบนั้น ตนไม่ได้ลงคะแนนเพราะเห็นด้วยกับฝ่ายค้าน แต่เห็นด้วยกับ กมธ.เสียงข้างน้อย

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ยอมรับว่า การลงมติช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาอาจมีปัญหามาก ดังนั้น จากนี้ช่วงการลงมติทั้งหลาย ขอให้เจ้าหน้าที่พิมพ์รายชื่อมอบให้วิปแต่ละพรรคไปตรวจสอบ ว่าสมาชิกแต่ละคนของพรรคลงมติตรงกับที่ลงในระบบหรือไม่ เพราะหากผิดพลาดจะไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ซึ่งตนจะตรวจสอบระบบการลงคะแนนด้วย ทั้งนี้ ตนจะให้เวลาเพื่อที่จะลงมติได้ทัน ส่วนปัญหาเรื่องเสียงในห้องประชุม ได้มีการสั่งการให้ฝ่ายเลขาฯ ดำเนินการตั้งลำโพงเพิ่ม เพราะหากใครมาเห็นวิทยุธานินทร์จะอายเขา เพื่อที่เสียงจะได้ดังไปทั่วที่สมาชิกอยู่รอบรัฐสภา

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...