วันที่ 4 ธ.ค. การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในเวลา 13.00 น. จะได้รับการจับตาเป็นพิเศษ หลังเกิดเหตุสภาล่มต่อเนื่องถึง 2 ครั้งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
.
หลังมีการลงมติด้วยการเสียบบัตรว่าจะให้ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบ มาตรา 44 หรือไม่ ซึ่งฝ่ายค้านชนะ แต่ฝ่ายรัฐบาลที่ไม่ต้องการให้ตั้ง ขอนับคะแนนใหม่และต้องมีการขานชื่อใหม่ทีละคน ซึ่งฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยและวอล์กเอ้าต์ออกจากห้องประชุม ซึ่งฝ่ายรัฐบาลที่เหลือรวมเสียงได้ไม่ถึงครึ่งสภา 250 เสียง จึงเกิดสภาล่มต้องปิดประชุม
ความเปลี่ยนแปลงสัปดาห์นี้ ศาลฎีกาสั่งให้ นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ส.ส.สมุทรปราการ พลังประชารัฐ หยุดปฏิบัติหน้าที่ จากกรณี กกต.ส่งให้วินิจฉัยใบเหลืองจากการที่ทีมงานใส่ซองช่วยงานศพช่วงเลือกตั้ง ทำให้สภาเหลือ 498 เสียง (อีก 1 เสียง คือ เลือกตั้งซ่อมขอนแก่น)

เสียงทั้ง 2 ฝ่ายก่อนนายกรุงศรีวิไล ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่
จากเดิมฝ่ายรัฐบาลรวมประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธาน มี 253 เสียง ตัดเสียงนายกรุงไป เหลือ 252 เสียง และคาดว่าจะโน้มน้าวฝ่ายค้านอิสระ 2 เสียง คือ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ พรรคไทยศรีวิไลย์ และนายพิเชษฐ สถิรชวาล พรรคประชาธรรมไทย ให้เข้าประชุมได้ จะได้เป็น 254 เสียง หากมากันครบทั้งหมดเป้าหมาย ครึ่งหนึ่งของสภา 249 เสียง ก็เป็นไปได้
.
อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวว่า ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลจะเข้าประชุมไม่ได้อย่างน้อย 3 คน คือ นายชัย ชิดชอบ พรรคภูมิใจไทย และนายเกียรติ สิทธีอมร พรรคประชาธิปัตย์ ที่ป่วย ส่วนอีกคนคือ นายกรณ์ จาติกวณิช เดินทางไปต่างประเทศ เท่ากับรัฐบาลจะมี 251 เสียง
.
ส่วนการโหวตขานชื่อทีละคน จะใช้เพียงเสียงข้างมากขององค์ประชุมที่มีอยู่ในสภา เท่ากับว่าถ้าผ่านด่านองค์ประชุม 249 เสียงได้แล้ว การโหวตไม่ให้ตั้ง กมธ.วิสามัญ ก็ไม่ใช่เรื่องยาก เว้นแต่ฝ่ายค้านจะกลับเข้ามาร่วมขานชื่อ เพื่อวัดจำนวนกับฝ่ายรัฐบาลที่มีข่าวว่า บางส่วนอาจจะตัดสินใจงดออกเสียง
ทั้งนี้ ช่วงค่ำวันที่ 3 ธ.ค. แกนนำรัฐบาลมีการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ที่สโมสรราชพฤกษ์ ซึ่งมีการหารือกันในเรื่ององค์ประชุมของสภาด้วย
https://www.facebook.com/thapanee.ietsrichai/posts/2874190329267526