{{-- --}}
Advertisement

SHARE

ตลอดการล็อกดาวน์หลายสัปดาห์ที่ผ่านมาทั่วโลก จำนวนผู้เสียชีวิตและความตกต่ำทางเศรษฐกิจคือสิ่งที่ถูกพูดถึงอย่างมากในช่วงเวลานี้ ธุรกิจจะเปิดใหม่อีกครั้งเมื่อไหร่ และตำแหน่งงานจะกลับมาไหม เราจะเดินทางท่องเที่ยวอีกครั้งได้หรือไม่ เม็ดเงินจำนวนมากจากธนาคารกลางและรัฐบาลจะเพียงพอต่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในระยะยาวได้หรือไม่ ยังคงเป็นคำถามที่คนทั่วโลกต้องการคำตอบ

แต่สิ่งที่มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นจากการระบาดของโควิด-19 คือ “การเปลี่ยนแปลง” ทั้งในทางการเมืองและเศรษฐกิจ ซึ่งทาง Foreign Policy สื่อชื่อดังจากสหรัฐฯ ได้พูดคุยกับนักคิดและผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ถึงการคาดการณ์เกี่ยวกับสภาวะทางเศรษฐกิจและการเงินหลังวิกฤตโควิด-19

โดยทางโจเซฟ สติกลิตส์ นักเศรษฐศาสตร์ชาวอเมริกัน เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ประจำปี 2001 กล่าวว่า “ก่อนหน้านี้นักเศรษฐศาสตร์ต่างเย้ยหยันผู้ที่เรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ดำเนินนโยบายความมั่นคงด้านอาหารหรือพลังงาน ในโลกยุคโลกาภิวัฒน์ที่พรมแดนไม่สำคัญ เพราะพวกเขามองว่ารัฐจะสามารถหันไปหาทรัพยากรจะประเทศอื่นๆ ได้เสมอ หากเกิดปัญหาในประเทศ”

แต่ในปัจจุบันโลกที่ไร้พรมแดนต้องหยุดชะงักลง ตลอดเวลาที่ผ่านมาเราคอยแต่สรรหาแหล่งทรัพยากรด้านต่างๆ ที่มีต้นทุนการผลิตที่ราคาถูก เพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) ที่มีประสิทธิภาพ แต่ระบบที่เราสร้างนั้นเต็มไปด้วยความไม่ชัดเจนและขาดความยืดหยุ่น และมีความเสี่ยงสูงที่อาจถูกปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเข้ามาหยุดชะงักระบบได้เสมอ ซึ่งในตอนนี้เราได้เห็นระบบดังกล่าวถูกทำลายลงอย่างการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสที่เราคาดไม่ถึง

เราควรได้เรียนรู้เรื่องความยืดหยุ่นของระบบจากวิกฤตการณ์ทางการเงินปี 2008 พวกเราได้สร้างระบบการเงินที่เชื่อมโยงถึงกัน ระบบเศรษฐกิจที่เราจะสร้างขึ้นหลังจากการระบาดใหญ่ครั้งนี้จะต้องมีความกระชับมากขึ้น มีความยืดหยุ่นสูงขึ้น และมีความอ่อนไหวต่อความจริงที่ว่าโลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจสร้างผลกระทบมากกว่าโลกาภิวัตน์ทางการเมือง ซึ่งหากทุกคนคิดแบบนี้ ทุกประเทศก็จะพยายามสร้างสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์จากโลกาภิวัตน์ (ทางเศรษฐกิจ) และการพึ่งพาตนเองในระดับที่จำเป็น

 

 

 

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...