Advertisement

SHARE

คัดลอกแล้ว

นับตั้งแต่อินเดียได้รับอิสรภาพจากอังกฤษ ประเทศนี้มีนายกรัฐมนตรีที่เคยนั่งในตำแหน่งได้ยาวนานมากที่สุดถึง 3 สมัย คือ ‘ยาวาฮาร์ลาล เนห์รู’ และล่าสุดสถิติหนึ่งเดียวนี้ถูกทำลายลงแล้ว เมื่อคนที่กำลังเข้าทำเนียบ 3 สมัยอีกคน คือ ‘นเรนทรา โมดี’ ที่นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีอินเดียมานานนับสิบปี และได้รับความนิยมอย่างสูงตลอดเวลาที่ผ่านมา ด้วยคอนเซ็ปต์พรรคแนวทางชาตินิยมฮินดู

อินเดียเพิ่งจัดการเลือกตั้งไป หลังจากใช้เวลาจัดการเลือกตั้งและนับคะแนนยาวนานถึง 6 สัปดาห์ ผลเลือกตั้งเป็นไปตามคาดการณ์ ‘นเรนทรา โมดี’ ได้ไฟเขียวไปต่อ แต่หนนี้แม้จะชนะเลือกตั้ง ปรากฎว่าผลนับคะแนนชี้ว่าพรรครัฐบาลอาจได้ที่นั่งส่วนใหญ่ในรัฐสภาน้อยลง และต้องเพิ่มพรรคพันธมิตรมาร่วมจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่

ผลเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการนี้ทำให้ ‘ตลาดหุ้นในอินเดีย’ ปรับตัวลดลงรับกระแสนี้ทันที เพราะกังวลเสถียรภาพทางการเมืองที่ไม่แน่นหนาเท่าเดิม แต่นักวิเคราะห์ก็มองว่าเป็นการตอบสนองเกินจริงไป เพราะทุกสำนักวิเคราะห์ประเมินว่าหากนายกรัฐมนตรียังคงเป็น ‘นเรนทรา โมดี’ ต่อในสมัยที่ 3 จะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจอินเดียต่อไป เป้าหมายการเป็น 1 ใน 3 ประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจใหม่ก็ยิ่งชัดเจนขึ้น

จากนี้นโยบายเศรษฐกิจของอินเดียในมือของนายกฯสมัยที่ 3 จะยังสำเร็จเหมือนก่อนหรือไม่ ?

เสียงส่วนใหญ่ของอินเดียยังมั่นใจว่าทักษะการเมืองของ ‘โมดี’ ที่มีลักษณะเป็นซีอีโอผสมกับความเป็นนักประชานิยม จะยังพาความเจริญรุ่งเรืองและอำนาจของอินเดียมาได้

แล้วมันจริงหรือกับชะตากรรมของผู้คน 1.4 พันล้านคน เรามาลองสำรวจกัน ?

ตอนนี้อินเดีย ถือเป็นประเทศใหญ่ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก เฉลี่ย 6-7% ต่อปี และเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 5 และอาจขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 3 ได้ภายในปี 2027 หรืออีก 3 ปี ข้างหน้า แซงเยอรมนี ญี่ปุ่น เป็นรองแค่อเมริกาและจีนเท่านั้น

อะไรคือเครื่องพิสูจน์อิทธิพลของอินเดียว่าจะเป็นประเทศตัวพ่อด้านเศรษฐกิจลำดับที่ 3 ในอนาคต

ลองนึกภาพบริษัทอเมริกันทั้่งหลายที่มาลงทุนตั้งฐานธุรกิจอยู่ในอินเดีย เมื่อนับรวมบริษัทเหล่านี้มีพนักงานเป็นคนอินเดียกว่า 1.5 ล้านคน เทียบกับแล้วมากที่สุดในบรรดาการลงทุนจ้างงานในต่างประเทศอื่นๆ

ไปดูตลาดหุ้นอินเดียตอนนี้ มีมูลค่าเป็นอันดับ 4 ของโลก และที่น่าสนใจคือในตลาดธุรกิจการบิน มูลค่าของธุรกิจนี้ของอินเดียก็ติดอยู่ในอันดับ 3 ของโลก

วิธีการเติบโตทางเศรษฐกิจของอินเดีย ไม่ได้ใช้สูตรเดียวกับที่ทำให้จีนขึ้นมายิ่งใหญ่ได้นับตั้งแต่ยุค ‘เติ้ง เส่ี่ยวผิง’ ถ้าจะบอกว่า อินเดียจะเป็น The Next China แบบจีนที่เริ่มด้วยการเน้นการผลิตเป็นโรงงานของโลกแล้วล่ะก็ นั่นไม่ใช่วิธีหลักของอินเดีย

อินเดียจะใช้วิธีเอาสรรพกำลังคนมหาศาลเข้าสู่ระบบผลิตในโรงงาน ในยุคที่การค้าโลกซบเซา และระบบหุ่นยนต์อัตโนมัติ, AI กำลังเข้ามาแทนที่แรงงานคนในโรงงาน แบบนี้ช้าและไม่ทันแน่นอน ดังน้ันวิธีที่อินเดียใช้ คือ ไปสู่โมเดลการเติบโตแบบใหม่ แต่ก็ไม่ทิ้งท่าเดิมของคอนเซ็ปต์ตำราการพัฒนาประเทศ อย่างน้อยๆ ก็ต้องมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่

วิธีของอินเดียในการลงทุนส่วนนี้คือการวางแผนเชื่อมโยงตลาดเดียวที่กว้างใหญ่ให้มาเข้าอยู่ด้วยกัน ผ่านการสร้างสนามบินหลายแห่งในรอบ 10 ปี และสร้างถนนเพิ่มนับหมื่นกิโลเมตร การลงทุนในระบบพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนมหาศาล

ที่น่าสนใจคือ แม้จะเหมือนท่าเดิม แต่จริงๆ อินเดียได้ทุ่มงบประมาณปรับรูปแบบสร้างโครงสร้างพื้นฐานบางส่วนที่ ‘จับต้องไม่ได้’ ขึ้นแทนนั่นก็คือ การวางระบบการชำระเงินดิจิทัล และการสร้างระบบภาษีดิจิทัลแบบครบวงจร วิธีพวกนี้จะช่วยให้เอกชนได้ลดต้นทุนประหยัดลงมาได้จากขนาดความใหญ่ของประเทศ

ส่วนต่อมาคือ อินเดียเน้นการส่งออก แต่เป็นการ ‘ส่งออกบริการด้านเทคโนโลยี’ ที่สูงถึง 10% ของจีดีพี โดยบริการที่ว่านี้ อาทิ การสร้างศูนย์กลางที่ขายการวิจัยและพัฒนาข้ามชาติ การสร้างบริการด้านธุรกิจต่างๆ เช่น แพลทฟอร์มออนไลน์ที่ช่วยเรื่องบัญชีหรือกฎหมาย เป็นต้น

อะไรคือสิ่งที่อินเดียอาจต้องกังวล ?

แม้จะมีประชากรจำนวนมากที่หมายถึงเป็นตลาดบริโภคขนาดใหญ่ก็ตาม มีบริษัทต่างชาติขยายฐานมาอินเดียเกิดการจ้างงานกว่า 1.5 ล้านตำแหน่ง แต่จากประชากรวัยทำงานที่มี 1 พันล้านคน ตอนนี้มีเพียง 100 ล้านคนเท่านั้น ที่เรียกได้ว่ามีงานทำอย่างเป็นทางการ ดังนั้นปัญหาอินเดียจากนี้คือยังต้อง “สร้างปริมาณงาน” ให้เพิ่มขึ้น

ความที่อินเดียวางรูปแบบการเติบโตเน้นเรื่องโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลและส่งออกบริการที่เป็นดิจิทัลและเทคโนโลยี กลายเป็นว่ารูปแบบนี้ ก็ต้องใช้ ‘คน’ ทำงานน้อยลง ไม่เท่ากับแรงงานคนในกระบวนการผลิตแบบดั้งเดิม

ความท้าทายคือเศรษฐกิจอินเดียจะต้องสร้างการจ้างงานจำนวนมากเพื่อรักษาการเติบโตเอาไว้ให้ได้ต่อเนื่อง แต่เรื่องตำแหน่งงานในประเทศมีไม่เพียงพอยังเป็นความกังวลอยู่ แผนของอินเดียตอนนี้ต้องดึงคนเข้าสู่สายงานภาคไอทีให้มากที่สุด และหวังว่าการเติบโตจากอุตสาหกรรมด้านดิจิทัลนี้ก็จะช่วยสร้างงานต่อไปในภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ มากขึ้น

แต่ไม่ว่าอย่างไรที่เห็นๆ กันจากตัวเลขทางเศรษฐกิจ บทบาทสำคัญระดับโลกของอินเดียจะเติบโตเป็นประเทศตัวพ่อด้านเศรษฐกิจลำดับที่ 3 ในโลกแน่นอน นอกจากความใหญ่โตของประเทศ จำนวนประชากร ขนาดเศรษฐกิจ และตำแหน่งแห่งที่ในแผนที่อิทธิพลทางภูมิรัฐศาสตร์ของอินเดียกำลังเติบโต แต่รู้กันดีว่า ‘โมดี’ มีแนวคิดการเจรจาและการทูตมากกว่าสงคราม

อีกมิติหนึ่งที่ส่งเสริมให้อินเดียจะเป็นมหาอำนาจในเวทีเศรษฐกิจโลกจากมุมมองของ รศ.ดร.ปิติ ศรีแสงนาม ที่เขียนไว้ในหนังสือ ‘Amidst the New World Order ไทยในระเบียบโลกใหม่’ คือ บรรดากลุ่มนักธุรกิจเชื้อสายอินเดียที่ไปนั่งบริหารเป็นซีอีโอในองค์กรยักษ์ใหญ่ บริษัทข้ามชาติในหลายประเทศ กระจายไปในหลายธุรกิจ ไม่ว่าจะอยู่ในสายเทคโนโลยี การเงิน ยา การแพทย์ และอีกหลายผลิตภัณฑ์

ถ้ามีมิตินี้ด้วยก็ต้องดูว่าเครือข่ายนักธุรกิจอินเดียโพ้นทะเลเหล่านี้จะเป็นจิ๊กซอว์สำคัญเพิ่มพาวเวอร์ให้อินเดียได้ในระดับไหน

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า