Advertisement

SHARE

เศรษฐีคนดังเจออุปสรรคชิ้นใหญ่ที่มาในรูปแบบของอำนาจรัฐ ส่งผลให้มูลค่าหุ้นในบริษัทปรับตัวลดลงอย่างมาก

วันที่ 30 ธ.ค. 2563 สำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานการประเมินมูลค่าทรัพย์สินล่าสุดของ แจ็ค หม่า ผู้ก่อตั้งอาลีบาบา (Alibaba) โดยพบว่าสินทรัพย์เศรษฐีชาวจีนรายนี้ลดลง 10,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 320,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา

ทางบลูมเบิร์กบันทึกว่า แจ็ค หม่า เคยมีทรัพย์สินสูงสุดที่ในช่วงปีนี้ถึง 61,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีโอกาสจะก้าวขึ้นเป็นเศรษฐีอันดับ 1 ของเอเชียแทนที่ของ มูเกซ อัมบานี นักธุรกิจชาวอินเดีย 

แต่พอมาถึงตอนนี้ ข้อมูลของ Bloomberg Billionaires Index ระบุว่า ทรัพย์สินของ แจ็ค หม่า กลับลดลงเหลือ 50,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลุดไปอยู่อันดับที่ 25 ของบุคคลที่รวยที่สุดในโลก

สาเหตุหลักที่ทรัพย์สินของเขาหดหายลงไปครั้งนี้ มาจากมาตรการของรัฐบาลจีนที่เข้ามาควบคุมบริษัทเทคโนโลยีต่างๆ ทำให้มูลค่าหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หลายแห่งปรับตัวลดลงมาอย่างมาก

อีกทั้งยังมีการขัดขวางไม่ให้ Ant Group ฟินเทคยักษ์ใหญ่ของ แจ็ค หม่า เปิดการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ที่เซี่ยงไฮ้และฮ่องกงได้ตามแผน โดยสื่อหลายแห่งรายงานว่าเป็นคำสั่งของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ที่ไม่พอใจการแสดงความคิดเห็นของ แจ็ค หม่า ในงานประชุมด้านการเงิน

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทางการจีนได้เริ่มเข้ามาตรวจสอบและเพิ่มข้อจำกัดต่างๆ โดยให้เหตุผลว่าเป็นการป้องกันการผูกขาดในตลาด ทำให้ความรุ่งเรืองของ แจ็ค หม่า เริ่มสะดุดลง รวมไปถึงเจ้าของบริษัทเทคโนโลยีสัญชาติจีนรายอื่นๆ เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม หากนับมูลค่าทรัพย์สินตั้งแต่ต้นปีแล้ว ถือว่า แจ็ค หม่า ยังรวยขึ้น 4,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และธุรกิจต่างๆ ในมือยังคงเป็นธุรกิจในอนาคตที่มีโอกาสเติบโตได้ต่อไปในภายภาคหน้า

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...