Advertisement

SHARE

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯได้ขึ้นปราศรัยที่เมืองทัลซา รัฐโอกลาโฮมา เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา นับเป็นครั้งแรกที่ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกันจัดปราศรัยหาเสียงนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ขึ้นในสหรัฐอเมริกา แต่ผู้เข้าร่วมกลับมีน้อยกว่าที่ทางทีมหาเสียงของทรัมป์คาดการณ์ไว้

ภาพของที่นั่งชั้นบนที่ว่างเปล่าจำนวนมากถูกเผยแพร่ทางสื่อต่าง ๆ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะเคยมีการประกาศว่ามีการส่งคำขอเพื่อจองตั๋วเข้ามากว่า 1 ล้านครั้งก็ตาม โดยทีมหาเสียงเผยว่ามีกลุ่มผู้ประท้วงมาขัดขวาง ไม่ให้ผู้สนับสนุนเดินทางเข้ามาได้ ขณะสื่อที่ไปทำข่าวนำเสนอว่ามีการประท้วงเกิดขึ้นจริง แต่มีผู้ประท้วงจำนวนไม่มาก

ระหว่างการปราศรัย ประธานาธิบดีทรัมป์อ้างว่ามีผู้ที่ทำการประท้วงด้วยความรุนแรงอยู่ด้านนอก แต่นักข่าวจากหลายสำนักยืนยันว่ามีการตอบโต้กันระหว่างทั้งสองฝ่ายเพียงเล็กน้อย และทางลอสแอนเจลิสไทม์สก็รายงานว่ามีการปิดทางเข้างานเป็นระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น และไม่มีผู้ถูกขัดขวางไม่ให้เข้างานแต่อย่างใด

จากความจุ 19,000 ที่นั่งของบีโอเคเซนเตอร์ ซึ่งถูกใช้เป็นสถานที่ปราศรัยในครั้งนี้ ที่มีการคาดการณ์ก่อนเริ่มงานว่าจะมีผู้มาเข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 60,000 คน ปรากฎว่ามีการบันทึกจำนวนผู้ที่เข้ามาฟังอยู่ที่ 6,200 คน หรือเป็นจำนวนไม่ถึง 1 ใน 3 ของความจุ เท่านั้น ทำให้แผนการของทีมหาเสียง ที่จะให้ประธานาธิบดีทรัมป์ออกไปทักทายผู้สนับสนุนที่รออยู่ด้านนอกต้องถูกยกเลิก เหลือเพียงการปราศรัยภายในตัวอาคารเพียงอย่างเดียว

จากนั้นไม่นานทางผู้ใช้งานแอปลิเคชัน TikTok และกลุ่มแฟนคลับศิลปินเกาหลี ก็ได้ออกมาประกาศแสดงความรับผิดชอบว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น

โดยหลังจากที่ทางประธานาธิบดีทรัมป์ทวีตข้อความบนทวิตเตอร์ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ให้กลุ่มผู้สนับสนุนของเขาใช้โทรศัพท์ลงทะเบียนเพื่อรับตั๋วฟรี กลุ่มแฟนเค-ป๊อปก็ได้เริ่มกระจายข่าวโดยขอให้ช่วยกันแกล้งลงทะเบียนเข้าฟังการปราศรัย แต่ไม่ต้องเดินทางไปในวันจริง เพื่อให้ภาพในฮอลล์ที่มีเก้าอี้ว่างเต็มไปหมดถูกเผยแพร่ออกมา

วิธีการที่คนกลุ่มนี้ใช้ก็คือ การกระจายข่าวผ่านแอปพลิเคชัน TikTok โดยใช้ประโยชน์จากอัลกอริทึมของทางแอปฯ ที่จะแนะนำวิดีโอที่ตรงกับความสนใจ แม้ผู้โพสต์จะไม่ได้มีผู้ติดตามจำนวนมากก็ตาม แต่วิดีโอนั้นก็จะยังคงถูกกระจายออกไปยังกลุ่มผู้ที่มักจะกดดูและกดไลก์วิดีโอที่เกี่ยวข้องกับศิลปินเกาหลี นอกจากนั้นทางกลุ่มยังใช้วิธีลบโพสต์ออกภายใน 24-48 ชั่วโมงเพื่อไม่ให้ข้อมูลเหล่านี้หลุดไปถึงสื่อกระแสหลักบนอินเตอร์เน็ตอีกด้วย

ยังไม่รวมถึงการที่พวกเขาแชร์วิธีขอเบอร์โทรศัพท์ชนิดออนไลน์ เพื่อนำมากรอกในขั้นตอนของการลงทะเบียนและยืนยันตัวตน ก่อนจะปิดเบอร์ในภายหลัง เป็นการป้องกันไม่ให้ทางทีมหาเสียงส่งข้อความมาหาพวกเขาได้

หลังจากที่ข่าวของการจองตั๋วหลอก ๆ ครั้งนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ทางทีมหาเสียงก็ได้ออกมายืนยันว่า ผู้ลงทะเบียนจำนวนมากเป็นเพียงการกลั่นแกล้งทางออนไลน์ แต่พวกเขายังคิดว่าสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ในการคำนวณผู้เข้าร่วมที่แท้จริงได้ในอนาคต

การประท้วงทางออนไลน์ครั้งนี้ ทำให้ทีมหาเสียงของทรัมป์ซึ่งมีประเด็นกับโซเชียลมีเดียทั้งเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จากการถูกถอดโฆษณาจากการใช้สัญลักษณ์สนับสนุนความเกลียดชังและถูกเตือนเรื่องเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกบิดเบือน ต้องเจอกับปัญหาที่เกิดจากผู้ใช้โซเชียลมีเดียรายใหม่อย่าง TikTok เพิ่มขึ้นมาอีก

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...