Advertisement

SHARE

ก่อนที่จะเริ่มมีการบังคับใช้กฎหมายแบนถุงพลาสติกในประเทศเคนยานั้น ปัญหาขยะพลาสติกในเคนยานั้นรุ่นแรงมาก
มีการประเมินกันว่า ในแต่ละเดือน ชาวเคนยาใช้ถุงพลาสติกกว่า 24 ล้านใบหรือปีละเกือบ 300 ล้านใบ
ปัญหาที่ตามมาก็คือ ขยะจากถุงพลาสติกไปอุดตันท่อระบายน้ำ ซึ่งทำให้เคนยาต้องพบปัญหาน้ำท่วมในฤดูฝน
นอกจากนี้ ในโรงฆ่าสัตว์ ยังพบด้วยว่าวัวเกินครึ่งหนึ่ง มีถุงพลาสติกอยู่ในระบบทางเดินอาหาร  โดยบางตัวมีถุงพลาสติกในท้องมากถึง 20 ใบ

บีบีซีได้ทำรายงานพิเศษ สำรวจพบว่าเคนย่าเริ่มบังคับใช้กฎหมายแบนการใช้ถุงพลาสติกตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี 2017 โดยเนื้อหาก็คือแบนการผลิต นำเข้า หรือใช้ ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งโดยโทษที่กำหนดไว้รุนแรงมาก สำหรับผู้ที่ “ผลิต นำเข้า หรือขาย” ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง จะมีโทษปรับ 40,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ(ประมาณ 1.2 ล้านบาท) หรืออาจต้องโดนจำคุกสูงสุด 4 ปี
สำหรับคนที่ “ใช้” ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง  ต้องโดนโทษปรับอย่างน้อย 500 ดอลลาร์สหรัฐฯ(15,000 บาท)  หรือถูกจำคุกไม่เกิน 1 ปี และที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ของเคนยาก็บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง มีการบุกเข้าไปในตลาด รวมถึงในสลัมย่านที่อยู่อาศัย เพื่อดูว่ายังมีคนฝ่าฝืนใช้ถุงพลาสติกอยู่หรือไม่
โดยตลอดกว่า 1 ปีครึ่งที่ผ่านมานับตั้งแต่กฎหมายเริ่มใช้ มีคนเคนย่ากว่า 300 คน ที่ถูกปรับเงิน ตั้งแต่ 500-1,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 15,000-45,000 บาท) ฐานละเมิดใช้ถุงพลาสติก นอกจากนี้ ยังมีผู้ผลิตถุงพลาสติกรายหนึ่ง ที่ถูกตัดสินจำคุก 1 ปี ฐานผลิตถุงพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง  และถือเป็นคนที่ได้รับโทษสูงสุดจากกฎหมายนี้
แต่กฎหมายที่เข้มงวดนี้ ก็ได้ผลอยู่ไม่น้อย  โดยทางรัฐบาลเคนยาบอกว่า  ในขณะนี้ชาวเคนยากว่า 80% เลิกใช้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งแล้ว  และหันไปใช้ถุงประเภทอื่นแทน เช่นถุงกระดาษ ถุงผ้า รวมถึงถุงผ้าสปอนบันด์แบบไทยก็มีการใช้กัน โรงฆ่าสัตว์ต่างๆ ก็พบถุงพลาสติกในท้องของวัวน้อยลง
ยังมีเรื่องแปลกๆ ที่สืบเนี่องจากการแบนถุงพลาสติก ที่ทำให้สุขอนามัยของชาวเคนยาดีขึ้นด้วย  เพราะก่อนหน้าที่จะมีการแบนถุงพลาสติก ชาวเคนยาบางส่วนปรับทุกข์หนักใส่ถุงพลาสติก เสร็จแล้วก็โยนไปไว้บนหลังคา  ทำให้ได้ชื่อว่า “Flying toilet” แต่หลังจากการแบนถุงพลาสติก พฤติกรรมถ่ายหนักเช่นนี้ก็ลดลง และหันไปใช้ห้องน้ำที่ถูกสุขลักษณะมากขึ้นแทน

แต่ผลเสียจากการแบนถุงพลาสติกก็มีให้เห็นเหมือนกัน  โดยผู้แทนจากสมาคมอุตสาหกรรมเคนยา ซามูเอลมาทนด้า ได้เคยออกมาให้ข้อมูลว่า  สมาชิกของสมาคมกว่า 80% ได้รับผลกระทบจากการแบนพลาสติกในครั้งนี้ และบอกว่ามีคนกว่า 100,000 คน ต้องตกงานจากการแบนพลาสติกครั้งนี้  เพราะว่ากระทบกับอุตสาหกรรมการส่งออก ที่ต้องใช้พลาสติกในการห่อ อาหาร ดอกไม้ ยา และเคมีภัณฑ์ทางการเกษตรต่างๆ สำหรับการส่งออก
ชาวเคนยาคนหนึ่ง  ได้ให้สัมภาษณ์กับ The Guardian ว่า ตัวเองยังต้องแอบใช้ถุงพลาสติกอยู่ โดยเอาถุงพลาสติกไว้ใส่ผัก และให้เหตุผลว่า ถุงพลาสติกแบบเดิมเก็บความชื้นได้ดีกว่าถุงกระดาษ
ทั้งหมดนี้ก็เป็นตัวอย่างจากประเทศเคนย่า ที่ถือว่าเป็นประเทศที่มีกฎหมายแบนถุงพลาสติกที่เข้มงวดที่สุด มีบทลงโทษหนักที่สุด  ซึ่งก็มีทั้งผลดีและผลเสียให้เห็น
สำหรับไทยที่ตอนนี้ยังไม่มีการออกกฎหมายแบนถุงพลาสติกอย่างเป็นทางการ ถ้าจะออกกฎหมายนี้มา ก็อยากให้ต้องคิดกันให้ดีให้รอบคอบ เอาบทเรียนจากประเทศอื่นๆ ที่มีกฎหมายแบนถุงพลาสติกแล้วมาใช้

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...