Advertisement

SHARE

ในขณะที่สายการบินทั่วโลกกำลังประสบปัญหาการขาดทุนอย่างหนัก เนื่องจากโดนผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ไปเต็มๆ แต่กลับมีสองสายการบินในเกาหลีใต้ที่ทำกำไรได้ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2020

โคเรียนแอร์ (Korean Air) และ เอเชียนาแอร์ไลน์ (Asiana Airlines) คือสายการบินที่เอาตัวรอดจากมรสุมในช่วงนี้ได้ ด้วยการปรับกลยุทธแบบทันท่วงที และมีแนวโน้มว่าจะยืนหยัดด้วยตัวเองได้ โดยไม่รอพึ่งเงินสนับสนุนจากรัฐเพียงอย่างเดียว

พวกเขาทำได้อย่างไร? เราจะไปหาคำตอบกัน

 

เข้าสู่ตลาดแอร์คาร์โกอย่างรวดเร็ว

สิ่งที่ทั้งสองสายการบินทำเหมือนกันคือ เปลี่ยนมาเน้นธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศ หรือ แอร์คาร์โก ให้มากขึ้น เพราะถึงแม้ว่ามนุษย์จะมีข้อจำกัดในการเดินทางไปมาหาสู่กัน แต่สิ่งของต่างๆ ยังจำเป็นต้องมีการขนส่งระหว่างประเทศกันอยู่

ความต้องการด้านการขนส่งสินค้านั้นไม่ได้ลดลงเลยเมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด-19 ระบาด แต่ผู้ให้บริการกลับมีน้อยลง จึงเป็นช่องทางให้สายการบินเหล่านี้ นำเครื่องบินที่ปกติแล้วออกแบบมาให้คนนั่ง สลับมาให้บริการแอร์คาร์โกแทน

แม้ว่าเครื่องบินสำหรับโดยสารจะไม่ได้ออกแบบมาเพื่อขนสินค้า แต่อย่างน้อยบริเวณที่นั่งผู้โดยสารและช่องเก็บของเหนือหัว ยังพอมีพื้นที่ให้ขนสินค้าที่มีขนาดไม่ใหญ่มากได้ ทำให้สายการบินยังพอทำรายได้จากเครื่องบินเหล่านั้นได้บ้าง

ผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 2/2020

  • โคเรียนแอร์ ได้กำไร 1.49 แสนล้านวอน (3,900 ล้านบาท)
  • เอเชียนาแอร์ไลน์ ได้กำไร 1.15 แสนล้านวอน (3,000 ล้านบาท)

หลังจากที่แผนนี้ประสบความสำเร็จ คราวนี้ทางโคเรียนแอร์ตัดสินใจขออนุมัติจากรัฐบาลเกาหลีใต้ ในการถอดเก้าอี้ออกจากเครื่องบินเป็นการชั่วคราว เพื่อที่จะได้ใช้พื้นที่ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้น

พอรัฐบาลพิจารณาเรื่องความปลอดภัยแล้วไม่มีปัญหา จึงได้อนุมัติให้สายการบินถอดเก้าอี้ผู้โดยสารในเครื่องบินโบอิ้ง 777-300ER ออกได้ ทำให้พวกเขาสามารถขนสินค้าจากเดิมเที่ยวบินละ 10 ตัน เพิ่มขึ้นมาเป็น 32 ตัน ซึ่งจะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นอีกหากผู้ใช้บริการยังมีความต้องการด้านนี้อยู่

 

กดค่าใช้จ่ายลงให้ต่ำที่สุด

แม้จะมีแผนในการหาเงินเพิ่มเติม แต่ถ้ายังใช้จ่ายจนมือเติบเหมือนเดิม สายการบินคงมองไม่เห็นกำไรแน่ๆ

มีรายงานว่าจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ลดลง และนโยบายการลดค่าใช้จ่ายของเอเชียนาแอร์ไลน์ ทำให้สายการบินลดต้นทุนจากการดำเนินงานไปได้ถึง 56%

พวกเขาให้พนักงาน 4,600 คนลางานโดยได้รับค่าจ้างบางส่วน และพนักงานที่เหลืออีกประมาณ 10,000 คนมาทำงานเพียง 15 วันต่อเดือน โดยมีงบประมาณเยียวยาจากรัฐบาลเข้ามาช่วยบางส่วน

ไม่ใช่เฉพาะพนักงานเท่านั้น แต่ทางผู้บริหารและหัวหน้าเองก็ต้องลดเงินเดือน ยิ่งตำแหน่งสูงเท่าไหร่ยิ่งโดนลดเงินเดือนในสัดส่วนที่มากขึ้นตามไปด้วย

ฮาน ชางซู ซีอีโอของสายการบินให้คำมั่นว่าจะคืนเงินเดือนของปีนี้ 40% ส่วนระดับผู้บริหารและระดับหัวหน้าทีมจะโดนลดเงิน 30% และ 20% ตามลำดับ

สำหรับเอเชียนาแอร์ไลน์ ต้องบอกว่าเป็นการพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสอย่างแท้จริง เพราะก่อนหน้านี้พวกเขาขาดทุนมา 6 ไตรมาสติดต่อกันแล้ว แต่พอโควิด-19 มาปุ๊บ เลยได้โอกาสในการตัดค่าใช้จ่ายครั้งใหญ่ บวกกับเงินอุดหนุนจากรัฐทำให้สายการบินกลับมามีกำไรได้สำเร็จ

แต่สิ่งที่ยังต้องคำนึงถึงก็คือ นี่คือการลดค่าใช้จ่ายโดยมีเงินจากรัฐเข้ามาช่วยอุดหนุน ทำให้พนักงานส่วนใหญ่ยังคงมีงานทำอยู่

 

ขายสินทรัพย์เพื่อหาเงินสด

ในภาวะที่ทั่วโลกกำลังเผชิญปัญหาเช่นตอนนี้ สิ่งที่หลายธุรกิจเลือกทำคือการถือเงินสดในมือให้ได้มากที่สุด

แม้ว่าการปรับตัวในด้านต่างๆ จะทำให้ 2 สายการบินของเกาหลีใต้เจอปัญหาที่เบากว่าสายการบินอื่นทั่วโลก แต่ก็ยังต้องหาเงินสดจำนวนมากเข้ามาสำรองไว้เผื่อฉุกเฉินอยู่ดี

ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ได้ใช้งานหรือทำกำไรไม่ได้ในช่วงนี้ กลายเป็นสิ่งแรกๆ ที่พวกเขาเลือกขาย

โคเรียนแอร์เลือกที่จะขายกระทั่งธุรกิจอาหารและสินค้าปลอดภาษีบนเครื่องบิน ในสัดส่วน 80% ทำให้พวกเขาได้เงินมาประมาณ 1 ล้านล้านวอน

ส่วนทางด้านเอเชียนาแอร์ไลน์ ก็มีรายงานล่าสุดออกมาว่าต้องการขายสายการบินต้นทุนต่ำในเครือ ทั้งแอร์ปูซาน (Air Busan) และ แอร์โซล (Air Seoul)

 

เมื่อก่อนเวลาเรานึกถึงกรณีศึกษาของสายการบินที่ใกล้ล้มละลาย แต่พลิกกลับมามีกำไรได้ เรามักจะนึกถึงแจแปนแอร์ไลน์ (Japan Airlines) เป็นชื่อแรกๆ

ในอนาคตหลังผ่านวิกฤติโควิด-19 ไป กรณีศึกษาของสายการบินเกาหลีใต้ 2 สายการบินนี้ ทั้งโคเรียนแอร์และเอเชียนาแอร์ไลน์ อาจเป็นที่พูดถึงในแง่ของการปรับตัวที่รวดเร็ว จนก้าวข้ามอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การบินของโลกสำเร็จ

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...