Advertisement

SHARE

บ้านใหม่ของจ่าผู้ก่อเหตุกราดยิงโคราช (ทางขวาของภาพ)

“ทวงเงินทอนค่าบ้าน” ชนวนก่อเหตุกราดยิงของนายทหารยศจ่าสิบเอก ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ทำให้จุดสนใจเรื่องนี้พุ่งเป้าไปที่กองทุนสวัสดิการทหารบก ที่จ่าคนนี้กู้เงินเพื่อมาซื้อบ้าน แล้วเงินกู้นี้มีขึ้นเพื่ออะไร แล้วทำไมเงินถึงไปอยู่กับผู้รับเหมาสร้างบ้าน Workpoint Today จะอธิบายเรื่องนี้ให้อ่านกัน

นายทหารชั้นผู้น้อยรายหนึ่ง เล่าให้กับทีม Workpoint Today ฟังว่า หลังบรรจุเข้ารับราชการ ทหารทุกคนจะมีสวัสดิการบ้านพักติดตัว แต่ส่วนใหญ่นายทหารยศนายสิบบรรจุใหม่จะต้องรอคิวเพื่อรอบ้านพักทหารว่าง ทำให้ต้องเข้าไปอยู่ร่วมกันในกองร้อยก่อน

บ้านพักทหารในค่ายสุรธรรมพิทักษ์

ในต่างจังหวัดที่กำลังพลไม่เยอะ ทหารชั้นผู้น้อยรอคิวบ้านพักประมาณ 1 ปี รอให้คนที่เกษียณอายุราชการย้ายออก ก็จะเข้าไปอยู่ได้ อย่างตัวของนายทหารคนนี้บอกว่ารอประมาณปีกว่าหลังย้ายเข้าพื้นที่ โดยต้นสังกัดจะเป็นผู้ทำรายชื่อของคนที่เข้าอยู่ไว้ โดยจะให้เข้าอยู่ตามลำดับรายชื่อ

ส่วนกรณีค่ายทหารในพื้นที่กรุงเทพฯ หรือหน่วยที่มีกำลังพลมาก นายทหารอีกคน ที่อยู่ในพื้นที่สังกัดเขตกรุงเทพมหานคร บอกว่าบ้านพักก็จะไม่เพียงพอต่อกำลังพบ ทำให้ทหารชั้นผู้น้อยบางคนต้องเช่าบ้านอยู่นอกค่าย จะมีสวัสดิการเพิ่มมาคือ “เงินค่าเช่าบ้าน” ให้ตามขั้นเงินเดือน

“ไม่มีใครอยากอยู่บ้านหลวงไปตลอด หากพอจะมีหนทางให้ซื้อบ้านเป็นของตัวเองได้ เขาก็จะซื้อกัน แต่ด้วยขั้นเงินเดือนของทหาร ทำให้กู้เงินซื้อบ้านจากธนาคารได้ค่อนข้างยาก” นายทหารชั้นผู้น้อย บอกกับทีมข่าว ด้วยเหตุนี้กองทัพจึงมีสวัสดิการให้ อย่างเช่น กองทัพบก มีให้กู้เงินจากกองทุนสวัสดิการทหารบก ที่เรียกว่า “อทบ.เพื่อการเคหสงเคราะห์” เพื่อที่อยู่อาศัย หรือปลูกสร้างอาคารที่พักอาศัย

โดยมีหลักเกณฑ์ว่า ข้าราชการกองทัพบกประจําการ มีเวลารับราชการมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี และมี อายุไม่เกิน 55 ปี โดยมีวงเงินกู้ตามชั้นยศ ดังนี้

  • พลอาสาสมัคร ถึง จ.ส.อ. กู้ได้ไม่เกิน 1.5 ล้านบาท
  • ยศ ร.ต. – ร.อ. กู้ได้ไม่เกิน 2 ล้านบาท
  • ยศ พ.ต. – พ.ท. กู้ได้ไม่เกิน 3 ล้านบาท
  • ยศ พ.อ. ขึ้นไป กู้ได้ไม่เกิน 5 ล้านบาท
    มีอัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 5.5 ต่อปี

เมื่อตรวจสอบหลักเกณฑ์ และขั้นตอนการอนุมัติเงินกู้จาก คู่มือการสวัสดิการ และสิทธิของกำลังพลกองทัพบก พ.ศ. 2562 พบว่า เอกสารที่ใช้ นอกจากหนังสือรับรองเงินเดือน สัญญาเงินกู้ ต่าง ๆ ต้องมี โฉนดที่ดินที่จะสร้างบ้าน เมื่อเทียบเคียงกับกรณีจ่าสิบเอกผู้ก่อเหตุกราดยิงโคราช ในค่ายสุรธรรมพิทักษ์ บ้านของเขาที่สร้างขึ้นคือที่ดินของ นางอนงค์ มิตรจันทร์ ผู้รับเหม่าสร้างบ้าน (ผู้เสียชีวิต) ซึ่งเป็นแม่ยายของ พ.อ.อนันต์ฐโรจน์ กระแสร์ ผู้บังคับบัญชา(ผู้เสียชีวิต) ขั้นตอนการกู้เงินครั้งนี้จึงต้องมี นางอนงค์ร่วมดำเนินการด้วย

(คู่มือการสวัสดิการ และสิทธิของกำลังพลกองทัพบก พ.ศ. 2562)

จากเอกสารการกู้เงิน ที่นายอัจฉริยะ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมนำมาเปิดเผย ระบุว่า นายทหารคนนี้ได้เงินกู้มาจำนวน 1,125,000 บาท จ่าย 3 งวดตามความคืบหน้าของการก่อสร้างบ้าน หากเป็นการกู้เงินตามสถาบันการเงินทั่วไป เงินที่ได้จะเข้าบัญชีผู้กู้โดยตรง แต่กรณีนี้เงินไม่ได้จ่ายให้กับผู้กู้ แต่กลับไปอยู่ที่เจ้าของโครงการผู้สร้างบ้าน

“รับเงินมาก็เอาไปจ่ายให้กับเจ้าของโครงการ ผลต่างก็อยู่ในมือของทหาร การแก้กฎข้อนี้มันแก้ไม่ยาก ถ้าจะแก้จริง ๆ คือ ทหารกู้เท่าไหร่ เจ้าของโครงการได้เท่าไหร่ ก็ให้เขาไปชำระกัน มันก็จบ ไม่ใช่เอาเงินไปผ่านนายทุน แล้วพอนายทุนไม่จ่ายให้กับทหาร และมีผู้พันซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของทหารร่วมมือด้วย มีเอี่ยว 30 เปอร์เซ็นต์ แบบนี้มันถึงมีปัญหา ถึงมีการยิงกันเกิดขึ้น” นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม กล่าวในแพร่ภาพสดของเพจ

และเป็นที่ทราบกันดีในวงการผู้รับเหมาก่อสร้าง ว่าที่ดินพื้นที่ราว 50 ตารางวา และบ้าน 1 ชั้น ทำเลกลางไร่ข้าวโพด ดินลูกรัง ห่างไกลจากถนนสายหลักหลายกิโลเมตร ของพื้นที่บ้านโป่งแมลงวัน ราคาจริงไม่น่าจะเกิน 700,000 บาท ซึ่งผู้กู้ทราบดีว่า เขาจะต้องได้รับเงินส่วนต่างหลังหักค่าบ้าน หรือที่เรียกว่า “เงินทอน” กลับคืนมาอีกกว่า 300,000 บาท
หรือคิดเป็นโจทย์เลขง่ายๆ ดังนี้
กู้เงิน                       1,125,000 บาท
ราคาบ้านและที่ดิน       750,000 บาท
คงเหลือ(เงินทอน)       375,000 บาท
ค่านายหน้าจากการแนะนำลูกค้าให้อีก 50,000 บาท รวมเป็นเงินที่จ่ารายนี้เงินที่ต้องได้ 425,000 บาท

สภาพพื้นที่รอบบ้าน

จากคำบอกเล่าของคนในพื้นที่ ระบุว่า มีทหารในสังกัดค่ายสุรธรรมพิทักษ์ อีกจำนวนไม่น้อย ที่กู้เงินซื้อบ้านกับนางอนงค์ด้วยรูปแบบเดียวกันนี้ แต่ไม่ได้รับเงินทอนคืน หนำซ้ำยังต้องผ่อนเงินคืนกองทุนเต็มจำนวนที่กู้มาบวกกับดอกเบี้ยอีกร้อยละ 5.5 ต่อปี ซึ่งตามหลักเกณฑ์ กำหนดระยะเวลาผ่อนชำระไม่เกิน 40 ปี หรือต้องผ่อนให้ครบก่อนอายุ 65 ปี จ่าผู้ก่อเหตุรายนี้อายุ 32 ปี มีระยะเวลาผ่อนเต็มที่ 33 ปี เมื่อนำมาคำนวน หมายความว่าเขาจะต้องผ่อนเงินกู้ซื้อบ้านครั้งนี้ เดือนละ 6,165 บาท หรือรวมทั้งหมดรวมต้นและดอกเมื่อจ่ายครบ 2,441,340 บาท หรือจ่ายดอกเบี้ยมากถึง 1,191,340 บาท นี่อาจนำมาซึ่งความโกรธแค้นต่อเจ้าของโครงการ และผู้บังคับบัญชา


อดีตคนที่เคยใกล้ชิด กับนางอนวค์ บอกกับทีมข่าวขณะลงพื้นที่ว่า เขาหากินแบบนี้ หากินกับพวกเด็กๆ จริงๆ จะต้องคืนเงินให้เขารายละ 300,000 – 400,000 บาท แล้วคนก็ก็ต้องผ่อนเต็มจำนวนรวมดอกเบี้ยอีกเท่าตัว ที่สำคัญ เรายังพบป้ายประกาศรับซื้อที่ดินอยู่ไม่ไกลจากที่ตั้งบ้านหลังใหม่ของจ่าผู้ก่อเหตุ และบ้านอีกหลายหลังที่สร้างขึ้นใกล้ๆ กัน สี ทรง บ้าน เหมือนกัน ระบุชื่อนางอนงค์ พร้อมเบอร์โทรศัพท์ไว้ด้วย ซึ่งตรงกับข้อมูลของอดีตคนใกล้ชิดนางอนงค์ ที่บอกว่า เขาใช้วิธีกว้านซื้อที่ดินราคาถูก แล้วค่อยๆ ไล่ขายให้กับทหารที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของ พ.อ.อนันต์ฐโรจน์ ผู้เป็นลูกเขย

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...