ศาลรัฐธรรมนูญ เลื่อนอ่านคำวินิจฉัย กรณีกฎหมายแพ่งสมรสมีเฉพาะชาย-หญิง ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ท่ามกลางการให้ความสนใจ จนเกิดแฮชแท็ก #สมรสเท่าเทียม ติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1 ในไทย
วันที่ 28 ก.ย. 2564 ศาลรัฐธรรมนูญ เลื่อนคำวินิจฉัย คดีที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง รับคำฟ้องจาก เพิ่มทรัพย์ แซ่อึ๊ง และพวงเพชร เหงคำ คู่รักหญิงที่ใช้ชีวิตร่วมกัน แต่ไม่สามารถจดทะเบียนสมรสกันได้
ที่ขอให้ศาลวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) มาตรา 1448 ที่กำหนดว่า การจดทะเบียนสมรส สามารถทำได้เฉพาะชายกับหญิงเท่านั้นขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ เป็นวันที่ 14 ธ.ค. 2564
ขณะที่ วันนี้เพจเฟซบุ๊ก ‘มนธ.เพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ’ ได้ไลฟ์เสวนาออนไลน์ โดยมี นายสัญญา เอียดจงดี ทนายความ และคู่รักหญิงผู้ยื่นคำร้องเข้าร่วมด้วย
นายสัญญา เอียดจงดี ทนายความ กล่าวว่า สรุปสุดท้ายเลื่อน หมายความว่า ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่มีคำวินิจฉัยอย่างหนึ่งอย่างใดเกี่ยวกับมาตรา 1448 ตามคำร้องที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางส่งไปตีความในเรื่องนี้
“เล่าให้ฟังนิดนึงว่า วันนี้หลังจากที่ศาลอ่านบอกว่า ไม่ได้รับคำสั่งจากศาลรัฐธรรมนูญ ศาลก็หารือนอกรอบว่า เรื่องนี้มันมีปัญหาอะไร ทำไมถึงมาที่ศาลนี้ เราก็บอกว่าเราใช้กระบวนการทางกฎหมายจนครบทุกแง่มุม… แล้วศาลก็ถามว่า ศาลได้ยินว่าในรัฐสภาก็มีการผลักดันเรื่องนี้อยู่ คือ มี พ.ร.บ.คู่ชีวิต และพรรคการเมืองพรรคหนึ่งกำลังจะยื่นร่างเพื่อขอแก้ไข มาตรา 1448 ควบคู่กันไปด้วย
ผมก็อธิบายว่า อันนี้เป็น 2 ประเด็น ประเด็น 1448 ที่แก้ไข เป็นเรื่องโดยตรงของเรา ส่วน พ.ร.บ.คู่ชีวิต ผมก็ตั้งคำถามว่า การที่มีพ.ร.บ.คู่ชีวิตออกมาอีก 1 ฉบับ โดยเกณฑ์ให้คนกลุ่มหนึ่งไปอยู่อีกพ.ร.บ. ผมถามว่าเลือกปฏิบัติไหม… เพราะการที่มายื่นต่อศาลเพราะเลือกปฏิบัติ แล้วการไปออกกฎหมายอีกฉบับไม่ว่าดีหรือไม่ดีอย่างไร นั้นเป็นรายละเอียดที่ยังไม่คลอดออกมาเป็น พ.ร.บ. แต่คุณเอาคนกลุ่มนี้ไปบังคับใช้กับกฎหมายอีกฉบับหนึ่ง ซึ่งไม่เท่ากับชายหญิงในคนทั่วไปใน 1448 ถามว่าเป็นการขัดหรือแย้ง เลือกปฏิบัติซ้อนปฏิบัติไปอีกขั้นหนึ่งหรือเปล่า”
ด้าน คู่รักหญิง กล่าวว่า “ไม่เป็นไรค่ะเลื่อนยังไงก็รอ สู้ต่อค่ะ”