Advertisement

SHARE

ยึดอาชีพหมอนวดเป็นกำลังหลักหาเลี้ยงคนในครอบครัว รวม 7 ชีวิต แต่เมื่อสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด “โควิด-19” ถาโถมทุกหย่อมหญ้า ทำให้ “จันทร์แรม ริมกาศ” หญิงสู้ชีวิตวัย 41 ปี ที่พิการตาบอดใสหลังจากไปฉีดยาที่ปวดข้อเท้าเมื่อ 14 ปีก่อน ต้องตัดสินใจปิดช่องทางทำกิน “ร้านนวดเพื่อสุขภาพโดยคนพิการ” ที่หน้าบ้านของตัวเอง ตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แต่แล้วจับพลัดจับผลูก็ได้พบอาชีพใหม่ที่กลายมาเป็นอาชีพหลักทำเงินามาจุนเจือครอบครัว

“จันทร์แรม ริมกาศ” เป็นที่รู้จักในสื่อ หลังจากนำถุงเห็ดโคนน้อยไปใส่ในตู้ปันสุข ที่ตั้งอยู่ใกล้บ้านของตัวเองในอำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน ในวันที่แม้ตัวเองลำบากแต่ยังมีใจเผื่อแผ่ถึงคนอื่น…

จันทร์แรม (เสื้อสีดำ) แฟ้มภาพระหว่างนวด

ก่อนสถานการณ์โควิด-19 “จันทร์แรม” รับนวดแผนไทยที่ร้าน ชั่วโมงละ 130 บาท แต่ถ้าไปนวดนอกสถานที่ เช่นที่สนามกอล์ฟใกล้บ้าน คิดราคาชั่วโมงละ 200 บาท มีรายได้เดือนละ 25,000 บาท แต่เมื่อต้องปิดร้านทำให้รายได้ส่วนนี้หายไปทันที

จันทร์แรม เล่าว่า มี 3 คนในครอบครัวได้รับเงินเยียวยาจากรัฐบาล (เดือนละ 5,000 บาท 3 เดือน) ซึ่งต้องแบ่งใช้ให้พอกับ 7 ชีวิตที่อยู่ด้วยกันในบ้าน ซึ่งมีเด็ก 3 คน คนชราอีก 2 คน เมื่อไม่มีรายได้จากการนวด จึงหันไปรับจ้างนำดินใส่ถุงเพาะต้นไม้ แล้วก็ชวนพี่สาวไปดักปลาซิวมาขายกิโลกรัมละ 100 บาท แต่ทำอยู่ได้ไม่นานเพราะปลาก็หายากขึ้น จังหวะนั้นมีป้าที่รู้จักกันแนะนำให้ลองเพาะเห็นโคนน้อย ที่คนทางภาคเหนือนิยมกิน เพราะออกดอกเร็วแค่ 7 วัน

เมื่อปรึกษากับพี่สาวแล้วเห็นด้วยตรงกัน จึงตัดสินใจลงมือทำ โดยใช้ทุนตัวเองบวกกับหยิบยืมคนรู้จักมาเพิ่มอีก 5,000 บาท สร้างโรงเพาะเห็ดโรงแรกจากไม้ไผ่ ขนาดกว้าง 4 เมตร ยาว 4 เมตร สูง 3 เมตร แบ่งเงินส่วนหนึ่งไปซื้อผ้ายางคลุม 2 ม้วน ราคากว่า 3,000 บาท สั่งหัวเชื้อเห็ดโคนน้อยจากจังหวัดเชียงใหม่ 30 ก้อน ในราคาก้อนละ 18 บาท ก้อนฟางอัดก้อนละ 40 บาท มาทดลองทำ

จันทร์แรมและพี่นวล เรียนจบชั้น ม.6 ทั้งคู่ เมื่อผันตัวมาเป็นเกษตรกรเพาะเห็ด จึงต้องแสวงหาความรู้เพิ่มเติม โดยจันทร์แรม เลือกค้นหาและเรียนรู้วิธีเพาะเห็ดโคนน้อยจากยูทูป (YouTube) จันทร์แรม เล่าให้ฟังว่า เธอฟังวิธีเพาะเห็นโคนจากหลายคน แล้วนำมาทดลองปรับใช้จนได้สูตรที่เหมาะสม เพาะแบ่งเข้าใจเห็ดธรรมชาติ จนทำให้เห็ดโคนน้อยล็อตแรกออกดอกโต และได้รับความนิยมจากลูกค้าในละแวกบ้านทันที

“เรารอดตายแล้วลูก” คือประโยคแรกที่จันทร์แรมหันไปบอกลูกสาววัย 6 ขวบเมื่อเห็นเห็ดโคนน้อยล็อตแรกออกมาให้เก็บไปขาย

พี่นวล (พี่สาวจันทร์แรม กำลังเก็บเห็ดโคนน้อย)

เคล็ดไม่ลับ “เพาะเห็ดโคน” สไตล์จันทรแรม

จันทร์แรม บอกว่า เรียนรู้การเพาะเห็ดโคนน้อยจากการฟังยูทูปแล้วนำวิธีมาผสมผสานประยุกต์ให้ลงตัว ด้วยการนำก้อนเชื้อเห็ดที่ซื้อมาผสมกับสารอาหาร คือรำและแป้งเหนียว แบบไม่ขี้เหนียว แล้วนำมาโรยในชั้นฟางที่อัดอยู่ในกล่องโฟม (ลังน้ำแข็ง) ซึ่งเจาะด้านก้นให้โล่ง โรยหัวเชื้อเห็ดที่ผสมสารอาหารบริเวณขอบทั้งสี่ด้าน แต่ไม่โรยตรงกลางเพื่อให้เห็ดออกดอกได้ตามธรรมชาติ แล้วปิดด้วยฟางเป็นชั้นๆ ทั้งหมด 4 ชั้น ซึ่งวิธีนี้การันตีว่าได้ผลดีกว่าการเพาะทั้งก้อนเชื้อเห็ด

เมื่อโรยหัวเชื้อเห็ดเสร็จแล้ว ใช้เชือกมัดก้อนฟางให้แน่น แล้วนำไปเก็บภายในโรงเพาะเห็ด รดน้ำให้ชื้นเล็กน้อย คลุมโรงเพาะเห็ดด้วยผ้ายาง 2 ชั้น ไม่ให้อากาศและแสงแดดเข้าไปได้ ต้องปิดโรงเพาะเห็ด 4 วันเต็มๆ จากนั้นวันที่ 5 ให้เปิดโรงเพาะเห็ดให้อากาศถ่ายเท ใช้ที่ฉีดน้ำแบบฟ็อกกี้ ฉีดให้ใยขาวๆ ยุบตัว โดยไม่ต้องฉีดจนชุ่มมากแล้วก็ปิดด้วยผ้ายางเช่นเดิม ทำเช่นนี้ทุกวันจนครบ 7 วัน ก็จะได้เห็ดโคนน้อยที่หางยาว ดอกโต

จันทร์แรม บอกว่า วิธีเพาะเห็ดของเธอลงทุนน้อยแต่ได้ผลดี เพราะใช้วิธีตามธรรมชาติ แต่เอาใจใส่ เช่นที่พื้นของโรงเพาะเห็ด ต้องมีการฉีดน้ำให้ชื้นพอเหมาะ เพราะเห็ดไม่ชอบอากาศร้อน ถ้าร้อนมากๆ ต้องคอยเปิดผ้าคลุมเพื่อระบายความร้อนประมาณ 2 ชั่วโมงแล้วรีบปิด

อีกส่วนที่สำคัญคือ การปิดโรงเพาะเห็ด ต้องใช้ผ้ายางที่คลุมปิดไม่ให้แสงแดงเล็ดลอดเข้าไปได้ เพื่อให้เห็ด “ชะเง้อ” หาแสง เห็ดจะหางยาวสวย โต และอีกจุดที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ “รา” ศัตรูตัวร้ายของเห็ด ที่ต้องทำความสะอาดโรงเพาะเห็ดด้วยแอลกอฮอล์ หรือน้ำยาล้างจานทุกครั้งให้สะอาด ส่วนที่ก้อนฟางอัดต้องไม่ให้เกิด “ตัวไร” ซึ่งในช่วงลองผิดลองถูกได้นำวิธีที่สอนในยูทูปมาใช้บ่มก้อนฟาง ทำให้มีตัวไรในก้อนฟาง จึงเปลี่ยนเป็นแช่ก้อนฟางอัดเพียง 2 ชั่วโมง เพราะถ้าฟางชื้นเกินไปแก้ไขไม่ได้ แต่ถ้าฟางแห้งยังสามารถฉีดน้ำให้ชุ่มชื้นได้

“ถ้าเห็ดออก ลืมดู เห็ดจะดำทันที ถ้าดำก็ไม่มีใครซื้อ ต้องเปิดดูหน้าตลอด ถ้าหัวเห็ดออกชมพูต้องเก็บไม่เช่นนั้นขาเห็นจะโปร่งไม่ตันน้ำหนักก็จะหาย”  แม้เพียงใช้มือสัมผัส จันทร์แรมก็สามารถบอกแม่หรือลูกสาวที่มาช่วยเก็บเห็ดได้ว่า เห็ดลักษณะไหนควรจะเก็บมาขายได้แล้วอย่างแม่นยำ

(จันทร์แรมกับแม่กำลังช่วยกันล้างเห็ดโคนน้อยก่อนนำไปขาย)

เห็ดโคนน้อยล็อตแรกออกมาน่าพอใจ บางวัน 10 กิโลกรัม แต่ขึ้นอยู่กับว่าเห็ดออกมาหรือน้อย หรือบางวันก็ไม่มี เพราะใช้การโรยเห็ดแบบทยอยโรยทีละโรง ไม่ได้โรยพร้อมกัน 4 โรง จันทร์แรม บอกว่า หลังจากเก็บในช่วงบ่ายของทุกวัน พี่นวลจะขี่มอเตอร์ไซค์ โดยตนซ้อนท้ายหิ้วตะกร้าเห็ด ออกเร่ขายในหมู่บ้าน เทศบาล และศูนย์ราชการ ในอำเภอแม่ทา กิโลกรัมละ 150 บาท แบ่งเป็นครึ่งกิโลกรัมและเป็นขีดด้วย ซึ่งปัจจุบันลดราคาขาย เหลือกิโลกรัมละ 130 บาท ตามสภาพเศรษฐกิจ โดยยังคงขายหมดทุกวัน ทำให้มีรายได้เดือนละ 10,000 บาท เป็นกองกลางและใช้จ่ายในครอบครัว เพราะทุกวันนี้แม้จะได้กลับมาเปิดร้านนวดแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ลูกค้ายังไม่มี เพราะคนประหยัดการใช้ ส่วนนักกอล์ฟก็ยังไม่มาสนามกอล์ฟมากเหมือนเดิม

“คนที่มีอาชีพ ถ้าตอนนี้ไม่มีเราปลูกผักก็ได้ เพราะเราเหมือนกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเมื่อก่อน เพราะว่าเศรษฐกิจตอนนี้การลงทุนอาจจะไม่ดีเท่าไหร่นัก เราลงแรงให้มันเยอะแล้วลงทุนให้น้อย ปลูกผักให้พอกินความฟุ่มเฟือยก็ใช้ให้น้อยลงเราก็จะสามารถอยู่ได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับความขยันและความอดทนที่เรามีบวกกับความสัมพันธ์ในครอบครัว การช่วยเหลือซึ่งกันและกันในครอบครัวก็จะเป็นแรงผลักดันให้เราไปข้างหน้าได้ดีขึ้น” จันทร์แรม ฝากทิ้งท้าย และหากใครที่อยากจะสอบถามเรื่องการเพาะเห็ดโคนน้อยนี้ ก็ไม่หวงวิชา โดยคุยได้โดยตรงที่หมายเลขโทรศัพท์ 061-8985360

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...