Advertisement

SHARE

“เราเข้าใจพฤติกรรมของคนไทยได้ดีที่สุด ว่าเรื่องกินคือเรื่องใหญ่”

นี่คือคำพูดของ ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท “LINE MAN Wongnai” ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการควบรวมกิจการของ LINE MAN แอปพลิเคชันผู้ช่วยส่วนตัวในชีวิตประจำวัน และ Wongnai แพลตฟอร์มอาหารสัญชาติไทย ที่เสร็จสิ้นไปเมื่อ 2 กันยายน ที่ผ่านมา โดยได้รับเงินลงทุนมูลค่า 3,300 ล้านบาท (110 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) จาก BRV Capital Management

ก่อนหน้านี้ทั้งสองบริษัทเป็นที่รู้จักของคนไทยในวงกว้างอยู่แล้ว Wongnai เองก็เริ่มจากการเป็นเว็บไซต์รีวิวร้านอาหารมาตั้งแต่ก่อนยุคสมาร์ทโฟน ส่วน LINE MAN ก็เป็นบริการที่ต่อยอดมาจากแอปพลิเคชันส่งข้อความที่ได้รับความนิยมอันดับแรกในไทย

ในการควบรวมกิจการกันในครั้งนี้ LINE MAN และ Wongnai จะยังคงให้บริการตามปกติเหมือนกับตอนที่ยังแยกบริษัทกันอยู่ เท่ากับว่า LINE MAN Wongnai ก็จะมีบริการที่หลากหลายต่อไป แต่จากการแถลงของ ยอด ต่อสื่อมวลชนเมื่อ 14 กันยายน ระบุชัดว่าตลาดที่จะเน้นเป็นพิเศษคือด้านฟู้ดเดลิเวอรี่ ซึ่งเป็นตลาดที่มีมูลค่า 3.5 หมื่นล้านบาทในปีที่แล้ว และคาดว่าจะเติบโตขึ้นถึง 85% ในปีนี้

ปัจจุบันบริษัท LINE MAN Wongnai มี LINE Southeast Asia เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สัดส่วน 45.6% โดยไม่มีการเปิดเผยสัดส่วนผู้ถือหุ้นรายอื่น

เหตุผลที่ควบรวมกิจการ

การเกิดขึ้นของ LINE MAN Wongnai ถ้ามองจากมุมมองของคนภายนอก คงรู้สึกว่าเป็นการเสริมซึ่งกันและกันเป็นอย่างดี อีกทั้งยังได้เงินลงทุนเพิ่มเติมจำนวนไม่น้อยเลยด้วย

แต่หลายคนก็ยังอยากจะฟังจากปากของซีอีโออยู่ดี ว่าเพราะอะไรทั้งคู่จึงตัดสินควบรวมกิจการ

เหตุผลแรกที่ยอดชี้แจงคือ ต้องการพัฒนาประสิทธิภาพและขยายขนาดกิจการ (efficiency and scale) เพื่อทำธุรกิจในตลาดที่มีการแข่งขันสูง การรวมกันจะทำงานได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จากการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย และทำให้ต้นทุนลดลง

อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขา “ปฏิเสธไม่ได้” ก็คือ ความฝันในการสร้างธุรกิจระดับยูนิคอร์น (สตาร์ตอัปที่มีมูลค่าสูงกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ซึ่งยอดมองว่าธุรกิจอาหาร โดยเฉพาะฟู้ดเดลิเวอรีนั้น แทบจะเป็นปราการด่านสุดท้ายของประเทศไทย ที่จะทำให้ความฝันนี้เป็นจริงได้

 

เป้าหมายภายใน 3 ปี

“เราต้องการที่จะเป็นอันดับ 1 ของแพลตฟอร์มด้านอาหารในประเทศไทย” ยอดประกาศอย่างชัดเจน

เป้าหมายที่ LINE MAN Wongnai ตั้งไว้ในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า คือมุ่งสู่การเป็นแพลตฟอร์มด้านอาหารอันดับ 1 ของประเทศไทย ด้วยการสร้างอีโคซิสเต็มด้านอาหารที่สมบูรณ์ที่สุด โดยใช้จุดเด่นคือความเข้าใจผู้บริโภคคนไทย และการผนวกเอาความแข็งแกร่งของแพลตฟอร์ม LINE, LINE MAN และ Wongnai เข้าด้วยกัน

“เราจะเน้นเรื่องอาหารมากเป็นพิเศษ ถึงแม้ว่า Lineman จะมีหลายบริการ Wongnai จะมีหลายบริการ อาหารจะเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดของเราในวันนี้ จนถึงอีก 3 ปีข้างหน้า”

 

ยังไม่คิดเรื่องขยายตลาดสู่ต่างประเทศ

ทุกวันนี้เมื่อมองดูแอปฯ ส่งอาหารเจ้าใหญ่ๆ ที่เปิดให้บริการอยู่ในประเทศไทย ทุกเจ้าล้วนเป็นกิจการที่เริ่มต้นที่ต่างประเทศและเข้ามาตั้งสาขาในไทย

สำหรับ LINE MAN Wongnai นั้น ยอดยืนยันว่ายังไม่มีแผนขยายตลาดไปต่างประเทศในตอนนี้ เพราะเชื่อว่าจุดเด่นของบริษัทคือการที่พวกเขาเข้าใจคนไทยมากที่สุด

“เราเน้นย้ำในเรื่องของคนไทย เราคิดว่าการที่เราเป็นคนไทย ผู้บริหารทั้งหมดเป็นคนไทย บริษัทตั้งอยู่ในประเทศไทย ทุกอย่างอยู่ในประเทศไทย เราเน้นย้ำว่าเราเข้าใจคนไทยมากที่สุด และเราต้องการทำฟู้ดอีโคซิสเต็มนี้ให้อยู่ในประเทศไทย เรายังไม่มีแผนออกไปต่างประเทศใดๆ เราอยากที่จะสู้ในประเทศไทย เป็นสิ่งเดียวที่เราจะทำในช่วงนี้”

 

สถิติที่น่าสนใจ

ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ใช้แอปฯ LINE 47 ล้านบัญชี และมีการใช้งานแพลตฟอร์มของ LINE โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 63 นาทีต่อวัน จาก 216 นาทีที่ใช้งานสมาร์ทโฟน

ในส่วนของแอปฯ LINE MAN มีการดาวน์โหลดกว่า 9 ล้านครั้ง และมีผู้ใช้งานต่อเดือนกว่า 3 ล้านบัญชี

Wongnai มีตัวเลขผู้ใช้งานต่อเดือน 10 ล้านบัญชี และมีฐานข้อมูลร้านอาหาร 430,000 ร้าน

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...