Advertisement

SHARE

ฮาฟิรดี สามะแม เหลือเพียงแค่ภาพถ่ายของบิดา รอสะมิง สามะแม ไว้ทบทวนความทรงจำ หลังผู้เป็นพ่อ ถูกอุ้มหายไป ตั้งแต่ 10 มีนาคม 2552  ในวัยที่เขายังไม่ทันจะจำความได้ ฮาฟิรดี จึงมีเพียงแต่ภาพถ่ายแต่ไม่มีภาพจำสุดท้ายของพ่อ
ขณะที่เขารอคอยตลอด 11 ปี ด้วยความหวังว่า สักวันพ่อจะกลับมา จนวันหนึ่งเมื่อถามแม่ว่า พ่อเสียชีวิตไปแล้วใช่ไหม คำตอบที่ได้คือ พ่อไม่ได้เสียชีวิต พ่อสูญหาย
ขณะที่ นุรฮาฟิซา พี่สาว ที่รู้ความแล้วในตอนนั้น พยายามทบทวนรอยยิ้มครั้งสุดท้ายของพ่อเสมอและภาพนั้นยังคงชัดเจนในความทรงจำ
ย้อนกลับไปในเหตุการณ์ เวลา 18.00 น. หลังนายรอสะมิงละหมาดที่มัสยิดในหมู่บ้าน ถูกชาย 4 คนแต่งตัวคล้ายเจ้าหน้าที่ ใช้อาวุธขู่บังคับให้ขึ้นรถกระบะ แล้วหายตัวไป ทิ้งไว้แค่รองเท้า
ภรรยานายรอสะมิงเล่าว่า ก่อนที่สามีจะถูกอุ้มหาย มีกลุ่มทหารพรานมาบอกสามี “ให้ระวังตัวไว้ให้ดี”
เธอพยายามติดตามหาสามีมานานกว่า 5 ปี แต่ไร้วี่แวว ขณะเดียวกัน ต้องตอบคำถามลูกว่า “พ่อหายไปไหน”
เมื่อเด็กชายรับรู้ว่าพ่อตนถูกคนคล้ายเจ้าหน้าที่อุ้มหายไป สิ่งที่ถ่ายทอดเป็นมรดกทางความรู้สึก คือ “ความกลัว” กลัวที่จะถูกพาหายไปเหมือนพ่อ
“ความกลัว หวาดระแวง เจ้าหน้าที่รัฐ” ถูกถ่ายทอดเป็นภาพวาดของเด็กคนหนึ่งในครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
เจ้าหน้าที่มูลนิธินูซันตาราฯ ระบุว่าเป็นผลจากความเครียดที่มักมีทหารเข้าไปเก็บข้อมูลที่บ้านบ่อยครั้ง
มูลนิธินูซันตารา ก่อตั้งเมื่อปี 2553 มีวัตถุประสงค์ช่วยเหลือเด็กกำพร้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าสู่ระบบการศึกษา ทำหน้าที่เสมือนเกราะกำบังสภาพจิตใจของเด็กที่ผ่านความรุนแรงในพื้นที่ ให้พวกเขาพุ่งเป้าไปที่การศึกษา ไม่ให้เข้าไปสู่ระบบของการก่อความไม่สงบ ปัจจุบันดูแลเด็ก 191 คน
ส่วนที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ คือ ความรู้สึกของเด็กในครอบครัวที่ถูกอุ้มหายในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีความหวาดระแวง ความสับสนที่ไม่รู้ว่าคนที่เขารักมีชีวิตอยู่หรือไม่ สิ่งเดียวที่จะยึดเหนี่ยวทางจิตใจได้ คือ การให้ความรักและศาสนา จะทำให้เด็กกลุ่มนี้ ก้าวพ้นสถานการณ์ที่เลวร้ายได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...