นักวิชาการ เตือนดาราโพสต์โชว์หวยผ่านโซเชียลหวังผลเพิ่มยอดไลค์ อาจเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.การพนัน
วันที่ 14 ส.ค. 2564 มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน ร่วมกับ เครือข่ายสื่อสร้างสรรค์เพื่อการขับเคลื่อนสังคม จัดเสวนาออนไลน์ เรื่อง “คนดังโชว์หวย ความถูกต้องเหมาะสมและผลประโยชน์” โดย นายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน กล่าวว่า จากการติดตามเก็บข้อมูลของเครือข่ายสื่อสร้างสรรค์เพื่อขับเคลื่อนสังคมหรือมีเดียมูฟ พบว่า ในไอจีดาราที่นิยมโพสต์ภาพซื้อหวย ถูกหวยทีละมากๆ จะมีจำนวนยอดผู้ติดตามและกดไลค์สูงขึ้นสองถึง 3 เท่า เมื่อเทียบกับการโพสต์เรื่องอื่นๆ สะท้อนให้เห็นว่าเรื่องหวยเป็นประเด็นที่คนสนใจติดตาม
จากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “ดาราโชว์หวยประชาชนคิดอย่างไร” กลุ่มตัวอย่าง 471 คน ระหว่างวันที่ 15-19 ก.ค.
พบว่า 82% เห็นว่าดารานักร้องโพสต์ภาพและเรื่องเล่าเกี่ยวกับการซื้อสลากฯ มีผลทำให้คนไทยอยากซื้อสลากฯหรือเล่นหวยมากขึ้น
ขณะที่ 81% ระบุว่า ไม่เหมาะสม หากดาราโพสต์ภาพโชว์ซื้อหวยทีละมากๆสิบยี่สิบใบ หรือ โชว์ว่า “ลูกให้โชค” หรือโพสต์เพื่อหวังผลสร้างคะแนนนิยมส่วนตัว
ส่วน 60% คิดว่าการใบ้ห้วยไม่ควรผิดกฎหมาย ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า ในสายตาประชาชน การใบ้หวยไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายขนาดต้องผิดกฎหมาย แต่เรื่องการโพสต์โชว์การซื้อหรือถูกหวยมากๆ ของดาราเป็นเรื่องที่สังคมเห็นว่าเกินขีดของความเหมาะสม ซึ่งเป็นการโฆษณาที่ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดคิดว่าจะถูกหวยหรือชนะพนันต่างๆ ได้ง่ายๆ
ดร.วิเชียร ตันศิริคงคล นักวิชาการด้านนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ กล่าวว่า ดาราโพสต์ในลักษณะนี้ถือว่าผิดกฎหมายหลายฉบับ ทั้ง พ.ร.บ.การพนัน มาตรา 12 โทษฐานช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเล่นพนัน นอกจากนั้น ยังเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.สลากกินแบ่งรัฐบาล ในกรณีซื้อสลากชุดทีละมากๆ เป็น 10 ใบ หรือการซื้อสลากฯเกินราคา เพราะเป็นการพบเห็นการกระทำผิดแล้วไม่แจ้งเจ้าหน้าที่รัฐ อีกทั้งยังช่วยสนับสนุนและโฆษณาเผยแพร่ อีกทั้งยังผิดตามมาตรา 14 ใน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ที่อาจตีความได้ว่าเป็นการนำข้อมูลในลักษณะบิดเบือนเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งกฎหมายนี้เขียนครอบคลุมในกรณีลักษณะนี้ไว้ด้วย อยากฝากให้หน่วยงานภาครัฐอย่างกระทรวงดีอีเอส รวมถึงสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ออกมาปกป้องผู้บริโภคให้มากกว่านี้
ดร.สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน นักวิชาการด้านสื่อมวลชนและครอบครัว กล่าวว่า นำลูกเข้ามาเกี่ยวข้องในการเสี่ยงโชค อาจส่งผลต่อเด็กโดยไม่รู้ตัว ทำให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบพ่อแม่ บ่มเพาะให้เด็กเห็นว่าการเสี่ยงโชคเป็นเรื่องปกติและอาจเกิดการเปรียบเทียบ หากพ่อแม่ชอบนำลูกไปเทียบกับเด็กอื่น ว่าทำไมลูกบ้านนั้นให้โชค ทำไมลูกบ้านเราเป็นตัวซวย คำพูดในทำนองนี้ ผู้ใหญ่อาจคิดว่าไม่เป็นไร แต่สำหรับเด็กกำลังถูกประทับตราลงไปในตัวตนที่กำลังจะเติบโต และการเอาภาพ ข้อมูลของเด็กลงในอินเตอร์เน็ตอาจนำภัยมาถึงตัวเด็กได้ เพราะมีมิจฉาชีพที่จ้องแสวงประโยชน์จากเด็กอยู่ ฝากถึงสถาบันครอบครัว ควรรักลูกอย่างถูกต้องและเหมาะสม พฤติกรรมซ้ำๆของพ่อแม่จะนำไปสู่พฤติกรรมใหม่ของลูก ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการออกแบบชีวิตลูกว่าจะเป็นแบบไหน
ผศ.เจริญเนตร แสงดวงแข หัวหน้าสาขาวิชานิเทศศาสตร์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่กล่าวว่า ดาราหรือคนดังคือผู้มีอิทธิพลทางความคิด เป็นภาพจำให้ผู้ชมอยากมีชีวิตตามแบบ เพราะเป็นผู้มีแรงดึงดูดใจ เมื่อมาประกอบกับพื้นฐานเดิมของผู้ชม จะทำให้ผู้ชมเกิดพฤติกรรมคล้อยตาม เช่นในสถานการณ์โควิด อาจทำให้ผู้ชมบางคนหันมาซื้อหวยมากๆ อย่างที่ดาราทำ ฉะนั้น ความน่าเชื่อถือของดาราบวกกับความถี่ของการโพสต์เนื้อหา จะเป็นสิ่งที่ส่งอิทธิพลต่อผู้ชมมากน้อยแตกต่างกันไป ตัวดาราที่ออกมาโพสต์โชว์หวยเช่นนี้อาจหวังผลในการสร้างตัวตน สะสมความน่าสนใจ เพื่อให้มีอิทธิพลทางความคิดต่อผู้ชม นำมาซึ่งการเลียนแบบพฤติกรรม บุคลิกภาพ หรือถึงขั้นเลียนแบบจิตใจ จึงอยากให้ผู้ชมรู้เท่าทัน การใช้สื่อโซเชียลสร้างตัวตนของดารา ที่อาจหวังผลทางธุรกิจหรือผลประโยชน์อื่นๆ
ด้าน นางศจี วงศ์อำไพ ผู้ประกาศข่าวช่อง7HD กล่าวว่า สื่อมวลชนมีความสำคัญมาก การนำเสนอข่าวหรือรายการในลักษณะเอาใจคอหวยนั้นมีผลต่อเรตติ้งของแต่ละสถานี ตนอยากให้สื่อคำนึงถึงผลกระทบทางสังคมที่จะตามมามากกว่าเรื่องเรตติ้ง การออกมาโพสต์โชว์หวยของดารานั้นคงต้องดูที่เจตนา บางคนโพสต์ด้วยความดีใจเพราะไม่เคยถูกหวยมาก่อนก็ต้องให้ความเป็นธรรม แต่ประเภทที่โพสต์ทุกงวดต้องดูว่าเขามีเจตนาอะไร มีอะไรที่ต้องการมากไปกว่านี้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของดาราคนนั้น อยากให้ดารามองว่า แม้ไม่มีจรรยาบรรณกำกับที่ชัดเจน แต่ก็ใช้จริยธรรมและสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมกำกับตัวเองได้ เพื่อรักษาสมดุลในการนำเสนอชีวิตของตัวเอง เพราะบางเรื่องมันส่งผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง