{{-- --}}
Advertisement

SHARE

มาครงยืนยันว่าฝรั่งเศสยังมีเสรีภาพในเรื่องศาสนา และขอให้ประชาชนยึดมั่นในสิ่งนั้นต่อไป โดยมีการเพิ่มกำลังทหารกว่า 2 เท่า เพื่อช่วยดูแลความปลอดภัยแล้ว

เมื่อวานนี้ (29 ต.ค. 2563) นายเอ็มมานูแอล มาครง ประธานาธิบดีของฝรั่งเศส เดินทางไปยังโบสถ์นอเทรอดามในเมืองนีซ ซึ่งเป็นจุดที่คนร้ายใช้มีดก่อเหตุจนมีผู้เสียชีวิต 3 คน คนแรกเป็นหญิงอายุ 70 ปีที่กำลังสวดมนต์อยู่ในโบสถ์ รายที่สองเป็นผู้ดูแลโบถส์วัย 55 ปี ส่วนรายสุดท้ายเป็นหญิงอายุประมาณ 30 ปีที่ได้รับบาดเจ็บและวิ่งหนีออกจากที่เกิดเหตุได้ แต่สุดท้ายไปเสียชีวิตที่คาเฟ่บริเวณใกล้เคียง

ในการแถลงข่าว ณ จุดเกิดเหตุ เขาเผยว่าจะมีการเพิ่มกำลังทหารจาก 3,000 นาย เป็น 7,000 นาย เพื่อดูแลสถานที่สำคัญเช่นสถานที่ทางศาสนาและโรงเรียน และยืนยันว่าคนในประเทศมีสิทธิ์เลือกนับถือศาสนาได้อย่างอิสระ สามารถเลือกที่จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ได้ แต่วันนี้คนฝรั่งเศสขอยืนเคียงข้างเพื่อนร่วมชาติชาวคาทอลิก และได้กล่าวกับชาวเมืองนีซที่กำลังเจ็บปวด จากสิ่งที่เขาเรียกว่า “การก่อการร้ายของอิสลาม” ว่า ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 3 แล้วที่ชาวเมืองต้องเผชิญหน้ากับการก่อการร้าย และคนทั้งประเทศขอส่งกำลังใจให้

นอกจากนี้ผู้นำฝรั่งเศสยังขอให้เชื่อมั่นในความสำคัญของสิทธิเสรีภาพ หากมีการก่อเหตุขึ้นอีกครั้ง ให้รู้ว่าเป็นเพราะคุณค่าในเสรีภาพของชาวฝรั่งเศส ที่มีอิสระด้านความเชื่อและจะไม่ยินยอมต่อความหวาดกลัวใดๆ

รายงานจากสื่อฝรั่งเศสระบุว่าผู้ก่อเหตุเป็นชาวตูนีเซียวัย 22 ปี ที่เข้าเมืองมาอย่างผิดกฎหมายเมื่อต้นเดือนตุลาคม แต่ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการถึงข้อมูลต่างๆ เนื่องจากมีเอกสารประจำตัวเพียงฉบับเดียวจากกาชาดของประเทศอิตาลี ที่ซึ่งเชื่อว่าเขามาถึงเป็นแห่งแรกในยุโรป ก่อนจะได้รับคำสั่งให้เดินทางออกจากประเทศ

ผู้นำประเทศและองค์กรระดับนานาชาติต่างประณามการก่อการร้ายในครั้งนี้ รวมทั้งชาติมุสลิมอย่างกาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย อิหร่าน ไม่เว้นแม้แต่ตุรกีที่มีความขัดแย้งในประเด็นทางศาสนากับฝรั่งเศส ก็ออกมาประณามอย่างรุนแรงผ่านทางกระทรวงการต่างประเทศ

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...