Advertisement

SHARE

ศบค. เผยผู้ป่วยต่างชาติกลุ่ม Medical and Wellness เริ่มเดินทางมารักษาตัวในไทยแล้ว แจงหากรักษาหายอยู่ รพ.ครบ 14 วัน จะให้เดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยได้ตาม ล่าสุดมีผู้ลงทะเบียนแล้วกว่า 1,700 คน

วันที่ 3 ก.ค.2563 นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. เปิดเผยร่างข้อปฏิบัติ Medical and Wellness Program หรือการนำผู้ป่วยต่างประเทศ มาเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลของประเทศไทยว่า ระยะที่ 1 เริ่มเข้ามาได้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.63 หากเป็นไปได้ด้วยดี ระยะที่ 2 จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.63 และระยะที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.63 ส่วนการอนุญาตให้ชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวได้ (Travel Bubble) ยังเป็นกรณีพิเศษเฉพาะในกลุ่มที่สามารถจัดการได้ หรือ Special Arrestment

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค.

สำหรับผู้ที่เข้ามารักษาในรูปแบบ Medical and Wellness Program นี้ ทั้งที่โรงพยาบาลของรัฐหรือโรงพยาบาลเอกชนที่เป็นคู่สัญญา ต้องถูกกักตัวเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่นำเชื้อออกไปแพร่กระจายในประเทศ ขณะนี้มีโรงพยาบาลเอกชนที่สมัครเป็นสถานกักกัน/โรงพยาบาลทางเลือก (Alternative Hospital Quarantine) แล้ว 57 แห่งที่เป็นทางการ ล่าสุดเพิ่มเป็น 62 แห่ง ต้องเดินทางโดยเครื่องบินเท่านั้น และต้องมีใบอนุญาต Certificate of Entry (COE) ที่ออกโดยสถานเอกอัครราชทูต ขณะนี้ผู้ลงทะเบียนแล้วกว่า 1,700 คน จาก 17 ประเทศ ทั้งนี้ สาธารณสุขจะตรวจสอบทั้งจำนวนเตียง บุคลากร เพื่อไม่เกิดการแย่งใช้ทรัพยากรซึ่งกันและกัน โดยหวังว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการ Medical and Wellness Program ยังไม่อนุญาตชาวต่างชาติเข้ามาเที่ยวเมืองไทยในขณะนี้

โฆษก ศบค.ชี้แจงเพิ่มเติม สำหรับกรณีชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามารักษาพยาบาลในประเทศไทยว่า ต้องลงทะเบียน มีใบนัดหมายจากแพทย์ที่อยู่ในประเทศไทย และใบอนุญาตเข้าประเทศ (Certificate of Entry) จำกัดจำนวนของผู้ติดตามได้ไม่เกิน 3 ราย และเมื่อเดินทางเข้ามาแล้วจำเป็นต้องอยู่ในประเทศไทยจนครบ 14 วัน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าไม่พบเชื้อโควิด-19

“สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 เป็นปรากฏการณ์ใหม่ ที่ต้องช่วยคิดช่วยมองกิจกรรมที่เหมาะสมกับช่วงเวลา เหมาะกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำหรับคนไทยทุกคน ขอให้มั่นใจว่ามีการดูแลเรื่องปากท้องและสุขภาพไปด้วยกันได้” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...