Advertisement

SHARE

สองมือจับดัดลวดอลูมิเนียมออกมาเป็นผลงานสุดประณีต พลิกชีวิตอดีตกรรมกรก่อสร้างให้กลายเป็นเจ้าของสินค้า OTOP ระดับจังหวัด และส่งออกไปไกลถึงเนเธอร์แลนด์ จับเงินหลักหมื่นต่อเดือน วิกฤตโควิด ออเดอร์ถูกระงับหมด เหมือนถูกถอดปลั๊ก

พิเชษฐ พรมเพ็ง หรือ เชษฐ อายุ 48 ปี เรียนจบ ป.6 เพราะที่บ้านมีฐานะยากจน ต้องออกมารับจ้างเป็นกรรมกรก่อสร้างได้ค่าแรงวันละ 120 บาท อาศัยอยู่กับพ่อแม่สูงวัยที่มีโรคประจำตัว ‘เชษฐ’ ซึ่งปัจจุบันยังครองตัวโสด เล่าย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นที่ตัวเองได้มายึดอาชีพทำโมเดลจักรยานจากลวดดัด ว่า ตอนอายุ 27 ปี หลังจากเลิกงานได้ไปเดินเที่ยวงานวัดแล้วเจอร้านขายโมเดลรถที่ทำจากลวดดัด ด้วยความชื่นชอบรถอยู่แล้ว เขาจึงแวะดู แล้วเกิดสะดุดตาเข้ากับ ‘ชอปเปอร์คันจิ๋ว’ เลยตัดสินใจควักเงินเก็บ ซื้อโมเดลชอปเปอร์คันนั้นมาครอบครองในราคา 450 บาท คือใช้เงินค่าแรง 4 วันมาซื้อของชอบให้ตัวเอง ซึ่งพ่อค้าที่ขายรถให้เขายังใจดีแถม ‘จักรยาน’ มาให้อีกคัน

แต่ใช่ว่า เชษฐซื้อมาชื่นชมเท่านั้น พอกลับมาบ้านแล้วเขาเกิดอยากทำรถคันจิ๋วเองบ้าง เลยไปหาสายไฟ ลวดทองแดงที่มีอยู่แล้วมาลองหัด ดัด ลองผิดลองถูกอยู่เดือนครึ่ง จึงสำเร็จเป็นรูปเป็นร่าง ‘รถชอปเปอร์คันแรก’ แต่ทว่าใช้เวลานานเกินไปหากจะทำออกขาย เขาจึงลองหันมาคิดทำรถจักรยานที่ตัวเองชอบตั้งแต่เด็ก เพราะได้เห็นพ่อขี่จักรยานโบราณ ซึ่งจักรยานใช้เวลาทำน้อยกว่ารถชอปเปอร์ราว 1 สัปดาห์ก็เสร็จ แต่ทว่ายังไม่สวย เพราะลวดที่เอามาทำนั้นไม่เหมือนต้นแบบ แต่เขาก็ไม่รู้จักว่ามันคือลวดอะไร จึงไปเที่ยวสอบถามจากร้านขายลวดโดยเอาตัวอย่างไปให้ดูก็ได้คำตอบว่า แท้จริงต้องใช้ลวดอลูมิเนียม ที่มีคุณสมบัติไม่ดำ ไม่เป็นสนิม และมีความเงา เชษฐตัดสินใจควักเงินซื้อลวดอลูมิเนียมมาลองทำทันที

ซึ่งก็ได้ผลงานออกมาสวยงามอย่างที่คิดไว้…

เชษฐ บอกในรายการ ปัญญา ปันสุข ว่า ความพิเศษของโมเดลจักรยานจากฝีมือของเขานั้น คือ “1 คัน ใช้ลวด 1 เส้น แบบไร้รอยต่อ” แม้จะแกะแบบมาจากโมเดลที่มีคนอื่นทำมาก่อนแล้ว แต่เชษฐได้พัฒนาโมเดลจักรยานคันน้อยให้เป็นชิ้นงานที่มีเอกลักษณ์ ทำแท่นไม้ประดับเพิ่มมูลค่า และยิ่งไปกว่านั้น ‘อุปกรณ์’ ในการทำก็ล้วนคิดค้นได้ระหว่างลงมือทำชิ้นงานนั้นเอง เช่น เหล็กช่วยดัดที่สั่งทำขึ้นโดยเฉพาะ สายยางสีสันต่างๆ ที่ใช้ในการตกแต่ง

ครั้งแรกทำทั้งหมด 40 คัน นำไปขายที่ตลาดนัดใกล้บ้านในราคาคันละ 10 บาท ลูกค้าคนแรกของเขาคือพ่อค้าขายหมูที่ซื้อไปคนเดียว 4-5 คัน ตอนนั้นรู้สึกภูมิใจที่มีคนชื่นชม และหาเงินก้อนแรก 400 บาท ถือเป็นวันเปลี่ยนชีวิตจนไม่ต้องกลับมาใช้แรงงานก่อสร้างอีกแล้ว

จากนั้น เชษฐได้รับการชักชวนจากพ่อค้าด้วยกันให้ไปขายจักรยานลวดดัด ในงานกล้วยไข่ ของ จ.กำแพงเพชร ซึ่งงานนี้ทำไปวางขายถึง 200 คัน ปรากฏว่าขายหมดเกลี้ยง แถมไม่พอกับความต้องการ มีลูกค้าสั่งจองให้ทำเพิ่มมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ และยังมีพ่อค้ามาติดต่อ เหมาสินค้าไปวางขายตามแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง เช่น ตลาดไนท์บาซ่าเชียงใหม่ ตลาดน้ำดำเนินสะดวก

ในที่สุดเขาได้นำโมเดลจักรยานไปติดต่อลงทะเบียนกับที่อำเภอเพื่อเป็นสินค้า OTOP ของจังหวัดพิจิตร ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ชอบกันมาก เมื่อผ่านจากพิจารณาแล้วได้ถึง 3 ดาว จึงทำให้มีโอกาสนำมาวางขายในงานใหญ่ของ OTOP ที่เมืองทองธานี และทำใด้มีพ่อค้าคนกลางมาติดต่อให้ทำจักรยานส่งออกไปขายที่ประเทศเนเธอร์แลนด์

(จักรยานที่ได้ความนิยมในประเทศเนเธอร์แลนด์)

จักรยานสีส้มจะเป็นที่นิยมที่เนเธอร์แลนด์ เพราะเป็นสีประจำประเทศ รูปทรงจักรยานที่เชษฐทำคล้ายกับจักรยานที่คนเนเธอร์แลนด์ใช้ ที่ตะกร้าหน้ารถยังใส่ดอกทิวลิปที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศ เชษฐ์หาข้อมูลเพิ่มเติมจนทราบว่าเนเธอร์แลนด์เป็นประเทศที่ใช้จักรยานมากที่สุดในโลก นี่เป็นเคล็ดลับสำคัญที่ทำให้คนไทยสามารถผลิตสินค้าขายชาวต่างชาติได้โดนใจ แถมราคาดีขายเป็นคันละ 60 บาท มีออเดอร์หลักหมื่นบาทต่อเดือน 

แต่เมื่อเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ออเดอร์ต่างประเทศ รวมถึงหน่วยงานราชการต่างๆ ถูกระงับทั้งหมดจนไม่มีรายได้ จนสุดท้ายต้องนำของรัก คือรถจักรยานของพ่อไปขาย… อย่างไรตามแม้ตอนนี้ไม่ได้ออเดอร์จักรยานเท่าเดิม เชษฐได้เปิดช่องทางออนไลน์เพื่อขายจักรยานลวดดัดฝีมือตัวเอง ที่เฟซบุ๊ก พิเชษฐ ลวดดัด  

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...