งานวิจัย 2 ชิ้นเผยวัคซีนโมเดอร์นามีประสิทธิภาพป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์เดลตาได้ดีกว่าไฟเซอร์ แนะอาจต้องฉีดเข็ม 3 เพื่อกระตุ้นเพิ่ม
วันที่ 10 ส.ค. 2564 สำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) รายงานผลการศึกษาจากเว็บไซต์ medRxiv ที่ระบุว่า วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของไฟเซอร์ (Pfizer) และ ไบโอเอ็นเทค (BioNTech) อาจมีประสิทธิภาพด้อยกว่าวัคซีนของโมเดอร์นา (Moderna) ในด้านการต้านเชื้อกลายพันธุ์ ชนิดสายพันธุ์เดลตา
ในการศึกษาข้อมูลของผู้ป่วยกว่า 50,000 รายในระบบสุขภาพมาโยคลินิก (Mayo Clinic Health System) ของสหรัฐฯ โดยนักวิจัยพบว่า ในเดือนก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่สายพันธุ์เดลตาระบาดหนัก ประสิทธิภาพของวัคซีนโมเดอร์นาในการป้องกันการติดเชื้อลดลงเหลือ 76% จากที่เคยประเมินไว้ที่ 86% เมื่อช่วงต้นปี
และในช่วงเวลาเดียวกัน ประสิทธิภาพป้องกันการติดเชื้อของวัคซีนไฟเซอร์-ไบโอเอ็นเทค ลดลงเหลือ 42% จากที่เคยอยู่ที่ 76% ก่อนหน้านี้
โดยในผลการศึกษาชิ้นนี้ เป็นการแบ่งกลุ่มตัวอย่างตามเพศ สีผิว และเชื้อชาติ ในจำนวนเท่าๆ กันระหว่างผู้ที่ได้รับวัคซีนแต่ละยี่ห้อ
อย่างไรก็ตาม ความเห็นจากนักวิจัยระบุว่า วัคซีนทั้ง 2 ตัวยังมีประสิทธิภาพดีในการลดอัตราการเข้าโรงพยาบาล แต่ในเร็วๆ นี้อาจจะต้องมีการฉีดวัคซีนโมเดอร์นาเป็นเข็มที่ 3 เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้กับผู้ที่ได้รับวัคซีนทั้ง 2 ยี่ห้อมาตั้งแต่ช่วงต้นปี
ขณะเดียวกัน ได้มีการเปิดเผยผลการศึกษาอีกชิ้นหนึ่ง จากกลุ่มตัวอย่างในบ้านพักผู้สูงอายุที่รัฐออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา ที่ระบุว่า กลุ่มที่ฉีดวัคซีนโมเดอร์นามีการตอบสนองด้านภูมิคุ้มกันดีกว่ากลุ่มที่ฉีดวัคซีนไฟเซอร์
ในประเด็นนี้ ทางโฆษกของไฟเซอร์ให้ความเห็นถึงผลการศึกษาทั้ง 2 ชิ้นว่า ทางไฟเซอร์ยังเชื่อว่าอาจต้องมีการฉีดวัคซีนกระตุ้นเป็นเข็มที่ 3 ภายใน 6-12 เดือนหลังจากฉีดครบ 2 เข็มแรก เพื่อรักษาระดับการป้องกันให้สูงที่สุด