Advertisement

SHARE

ใครอยากเป็นเศรษฐี ฉันน่ะสิ ฉันน่ะสิ

สมัยก่อนเขาว่ากันว่า คนมีเงินล้านเขาให้นับเป็นเศรษฐี  แต่สมัยนี้ผมว่า อาจไม่ใช่  เพราะค่าครองชีพมันสูงขึ้น เงินหนึ่งล้านบาทก็อาจจะเหมือนไม่ได้มากมายเท่าในอดีต อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าทุกคนในประเทศของเราจะมีเงินเก็บได้ถึงล้านบาท

จำได้ว่าปีก่อน ผมได้อ่านข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทยพบว่า จำนวนบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ของคนไทย มีประมาณ 88 ล้านบัญชี  และในจำนวนบัญชีเงินฝากเหล่านี้มีบัญชีที่มีเงินฝากตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป เพียงแค่ 9.5 แสนบัญชีเท่านั้น  ซึ่งในความเป็นจริง 9.5 แสนบัญชีนี้ ก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่มีเงินเกิน 1 ล้านบาทในประเทศไทยจะมี 9.5 แสนคน เพราะคนที่มีเงินเกินล้านแต่ละคนอาจมีบัญชีมากกว่า 1 บัญชี

ดังนั้น คนไทยที่มีเงินฝากเกิน 1 ล้านบาทจริง คงมีไม่กี่แสนคนเท่านั้น

วันนี้ ในฐานะที่ผมมาประเดิมคอลัมน์ใหม่กับทาง workpoint TODAY เป็นตอนแรก ก็เลยอยากชวนผู้อ่านทุกคนมาลองตั้งเป้าหมายออมเงินให้ถึง 1,000,000 บาทกันครับ

แต่ไม่เอาประเภทบอกว่า ออมเงินให้ถึงล้านภายใน 3 วัน วันแรกเก็บเงิน 100 บาท วันที่สองเก็บเงินอีก 100 บาท แล้ววันที่สามเก็บเงิน 999,800 บาท แค่นี้ก็มีเงิน 1,000,000 บาทแล้วนะครับ เรากำลังพูดถึงการมีเงินล้านบาทจริง ในบัญชี เพียงแต่ไม่ใช่ว่าเราจะต้องมีเงินล้านบาทตอนนี้หรือปีหน้า ผมมาชวนตั้งเป้าหมายให้เรามีเงิน 1 ล้านบาทตอนเกษียณกัน

ถามว่าทำยังไงถึงจะมีเงินเก็บ 1 ล้านบาทได้

ผมขอยกตัวอย่าง นายอดออม เด็กจบใหม่ อายุ 22 ปี เขาตั้งเป้าหมายว่าจะเกษียณเมื่ออายุ 60 ปี และวางเป้าหมายมีเงิน 1 ล้านบาทตอนเกษียณ มาลองใช้สูตรคณิตศาสตร์อย่างง่าย คำนวณกัน ว่าเขาจะต้องออมเงินเดือนละเท่าไหร่

ตอนนี้ นายอดออม อายุ 22 ปี กว่าจะอายุ 60 ปี แปลว่าเขามีเวลาทำงานอีก 38 ปี หรือคิดเป็นเดือนก็เท่ากับ 38 x 12 = 456 เดือน ถ้าเขาต้องออมเงินเท่ากันทุกเดือน โดยหยอดกระปุกไว้ไม่ไปฝากธนาคาร เขาก็จะต้องออมเดือนละ 1,000,000 ÷ 456 = 2,192.98 บาท

แต่ถ้า นายอดออม เปลี่ยนจากการหยอดกระปุก ไปฝากบัญชีเงินฝากออมทรัพย์กับธนาคาร ได้ดอกเบี้ยร้อยละ 0.5 ต่อปี แบบนี้เขาก็จะออมต่อเดือนน้อยลงมาหน่อย เพราะมีดอกเบี้ยมาช่วยออมด้วย นั่นหมายความว่าเขาจะออมเหลือเพียงเดือนละ 1,991.70 บาท

แต่เงินประมาณ 2,000 บาท สำหรับเด็กจบใหม่หลายคนอาจคิดว่า มากเกินไปที่ต้องเอามาออม

ผมเลยลองนั่งเขียนแผนการเงินออมเงินสำหรับ นายอดออม ให้ใหม่ ขอแค่เริ่มต้นออมเดือนละ 300 บาท หรือเฉลี่ยแค่วันละ 10 บาท แล้วหลังจากนั้นเมื่ออายุ 30 ปี 40 ปี และ 50 ปี นายอดออมต้องออมเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ 600 บาท 1,200 บาท และ 2,400 บาท ตามลำดับ โดยมีเงื่อนไขว่า นายอดออมจะต้องไปศึกษาหาความรู้ด้านการลงทุนเพิ่มเติม จนสามารถจัดพอร์ทลงทุนให้ได้ผลตอบแทนเฉลี่ยร้อยละ 5 ต่อปี ซึ่งสำหรับผมแล้ว คิดว่าไม่ได้ยากเกินไปครับ ทีนี้ลองมาดูกันว่า ตอนเกษียณนายอดออมจะมีเงินเท่าไหร่

  • อายุ 22-30 ปี ออมและลงทุนเดือนละ 300 บาท เมื่ออายุ 30 ปี เขาจะมีเงิน 35,322.15 บาท
  • อายุ 31-40 ปี ออมและลงทุนเดือนละ 600 บาท เมื่ออายุ 40 ปี เขาจะมีเงิน 151,345.28 บาท
  • อายุ 41-50 ปี ออมและลงทุนเดือนละ 1,200 บาท เมื่ออายุ 50 ปี เขาจะมีเงิน 435,605.85 บาท
  • อายุ 51-60 ปี ออมและลงทุนเดือนละ 2,400 บาท เมื่ออายุ 60 ปี เขาจะมีเงิน 1,090,124.44 บาท

สรุปแล้ว ตอนอายุ 60 ปี นายอดออมจะมีเงินทั้งสิ้น 1,090,124.44 บาท อ่านว่า หนึ่งล้านเก้าหมื่นหนึ่งร้อยยี่สิบสี่บาทสี่สิบสี่สตางค์

เห็นไหมครับว่าการเก็บเงินให้ถึงล้านบาทนั้น ความจริงแล้วไม่ได้ยากเลย ไม่ได้หมายความเราต้องมีเงินออมหรือเงินลงทุนที่เยอะ เริ่มต้นจากวันละ 10 บาท แต่พอโตขึ้น หน้าที่การงานดีขึ้น เงินเดือนมากขึ้น เราก็สามารถออมมากขึ้นได้เช่นกัน สิ่งสำคัญที่สุดในการออม คือ วินัยและความสม่ำเสมอในการออม บวกกับการขวนขวายหาความรู้ในการลงทุนเพิ่มเติม เพียงเท่านี้นี้เงินเก็บ 1 ล้านบาทก็ไม่ไกลเกินจริง

ถ้าเพื่อน คนไหนยังไม่ได้เริ่มลงมือออมเงินเพื่อการเกษียณ วันนี้ผมก็ขอเชิญชวนเพื่อน เริ่มต้นนับหนึ่งไปด้วยกัน เพื่อน ๆ เริ่มออม ส่วนผมก็จะเริ่มหาความรู้และสาระดี เกี่ยวกับการออมและการลงทุนมาฝากเพื่อน เป็นประจำทุกสัปดาห์ที่คอลัมน์นี้นะครับ

 

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...