เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจและกำลังถูกพูดถึง หลังจาก ‘ดร.ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้พูดภายในงาน Vision for Thailand 2024 ถึงการปฏิรูประบบภาษีของไทยไปสู่ระบบ Negative Income Tax
ซึ่งระบบภาษีแบบ Negative Income Tax ก็มีหลายประเทศที่ใช้ระบบนี้อยู่ เช่น สหรัฐอเมริกา อิสราเอล เกาหลีใต้ สวีเดน ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เป็นต้น
ส่วนไทยถ้าจะมีการปฏิรูประบบภาษีจากเดิมไปสู่ระบบภาษีแบบ Negative Income Tax จะสามารถทำได้จริงไหม แล้วใครที่จะได้ประโยชน์มากที่สุด
[ Negative Income Tax คืออะไร? ]
ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจระบบภาษีแบบ Negative Income Tax กันก่อน คือการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่มีเงินได้ต่ำกว่าระดับที่กำหนดไว้ พูดง่ายๆ คือ รัฐให้ความช่วยเหลือด้านสวัสดิการกับผู้ที่มี ‘รายได้ต่ำกว่าเกณฑ์’ ที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีนั่นเอง โดยการช่วยเหลือก็จะแบ่งเป็นขั้นตามสถานะรายได้
เครื่องมือนี้สามารถใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการจัดสวัสดิการของรัฐบาล โดยระบุตัวผู้ที่สมควรได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลได้อย่างถูกต้อง
ทำให้สามารถดูแลคนจนอย่างเป็นระบบ ช่วยให้รัฐบาลใช้จ่ายเงินงบประมาณเพื่อวัตถุประสงค์ในการแก้ไขปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ตัวอย่างเช่น หากรัฐบาลมีการกำหนดเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำต่อปีที่ 200,000 บาท บุคคลใดที่มีรายได้เท่ากับหรือมากกว่า 200,000 บาท/ปี ก็จะต้องเสียภาษีตามที่รัฐบาลกำหนด
ส่วนบุคคลที่ไม่มีรายได้เลยหรือมีรายได้ต่ำกว่า 200,000 บาท/ปี กลุ่มนี้รัฐบาลจะจ่ายเงินชดเชยตามสัดส่วนที่กำหนด โดยเงินที่นำมาจ่ายก็คือภาษีที่ได้จากคนที่มีรายได้สูง หรืออธิบายง่ายๆ ก็คือ ‘เอาเงินคนรวยมาช่วยคนจน’ นั่นเอง
[ ไทยทำได้ไหม? ]
TODAY Bizview มีโอกาสได้คุยกับ ‘ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย’ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) ถึงความเป็นไปได้ และข้อดี ข้อเสียหากมีการนำระบบภาษีนี้เข้ามาใช้ในประเทศไทย
โดย ‘ดร.พิพัฒน์’ ให้มุมมองเกี่ยวกับประเด็นนี้ว่า ระบบภาษีแบบ Negative Income Tax ถือว่าเป็นระบบภาษีที่ดี และยอมรับว่ารัฐบาลมีแนวคิดที่ดีมากๆ ที่จะนำมาใช้ ซึ่งจะเห็นว่าส่วนใหญ่ประเทศที่ใช้ระบบภาษีนี้จะเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจดีหรือร่ำรวย
ระบบภาษีดังกล่าวมีข้อดี คือทำให้ช่วยคนจนที่จนจริงๆ ได้มากขึ้น ทำให้เห็นสัดส่วนรายได้ของประชากรอย่างชัดเจน และลดการปลอมแปลงรายได้เพื่อขอรับสวัสดิการของคนบางกลุ่ม
ซึ่งหากไทยนำมาใช้จริง อุปสรรคด่านแรกก็คือการที่ยังไม่ทราบว่าจะต้องใช้งบประมาณจำนวนเท่าใด โดยเฉพาะกับประเทศไทยที่มีปัญหาเกี่ยวกับฐานข้อมูลรายได้ของประชากรที่น้อยเกินไป ซึ่งเป็นส่วนสำคัญและส่งผลต่อระบบภาษีดังกล่าวด้วย
[ ข้อดีมีมาก แต่ต้องแก้ปัญหาให้หมดก่อน ]
‘ดร.พิพัฒน์’ เล่าต่อว่า ระบบภาษีแบบ Negative Income Tax ถือว่ามีข้อดี แต่ปัญหาใหญ่ของไทยที่จะส่งผลต่อระบบภาษีดังกล่าวก็คือ คนไทยอยู่ในระบบน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับสัดส่วนของประชากรทั้งประเทศ
เนื่องจากระบบภาษี Negative Income Tax จะมีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อมีฐานข้อมูลรายได้ของประชากรที่มากเพียงพอ เพราะระบบจะมีการจ่ายเงินชดเชยให้ผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ ถ้าไม่มีข้อมูลรายได้ดังกล่าวก็ไม่สามารถจ่ายเงินได้ตามวัตถุประสงค์ แปลว่าความตั้งใจที่จะช่วยคนจนก็อาจจะล้มเหลว
ดังนั้น หากรัฐบาลจะนำระบบภาษีนี้เข้ามาใช้ จำเป็นอย่างมากที่จะต้องแก้ไขปัญหาจุดนี้ และเร่งหาวิธีให้คนไทยกลับเข้ามาอยู่ในระบบให้ได้เสียก่อน ระบบภาษีนี้จึงจะมีประสิทธิภาพมากที่สุด
[ อาจเป็นเครื่องมือช่วยรัฐดูแลคนจน ]
นอกจากนี้ หากนำระบบภาษี Negative Income Tax เข้ามาใช้จริง ก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้คนที่อยู่นอกระบบ ไม่ว่าจะเป็น พ่อค้า แม่ค้า อาชีพอิสระต่างๆ หรือกลุ่มที่ไม่เปิดเผยรายได้ ซึ่งในไทยถือว่ามีค่อนข้างเยอะมากๆ
ดูได้จากสัดส่วนการเสียภาษีต่อปีที่มีคนเสียภาษีในจำนวนที่น้อยมากๆ อย่างที่กล่าวไป ระบบภาษีดังกล่าวมีข้อดี คือทำให้รัฐบาลได้ช่วยคนจนที่จนจริงๆ ไม่ใช่จนหลอกๆ ได้มากขึ้น
โดยในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้ดำเนินนโยบายเพื่อแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำในการกระจายรายได้โดยผ่านการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายสวัสดิการสังคมด้านต่างๆ เป็นจำนวนมาก
ดังนั้น ระบบภาษี Negative Income Tax อาจเป็นกุญแจที่เข้ามาทำให้รัฐบาลหาวิธีแก้ไขปัญหาเรื้อรังที่เกิดขึ้นในไทยได้ เพื่อให้สามารถก้าวต่อไปสู่การปฏิรูประบบภาษีของไทยในอนาคตนั้นเอง
[ สรุป ]
หากใครยังสงสัย TODAY Bizview ขออธิบายสรุปให้เข้าใจง่ายๆ อีกรอบก็คือ ระบบภาษี Negative Income Tax จะทำให้รัฐบาลเก็บภาษีได้มากขึ้นและจ่ายเงินชดเชยให้คนที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์หรือคนจนได้มากขึ้นในเวลาเดียวกัน
แต่ก่อนที่รัฐบาลจะนำมาใช้ได้จะต้องแก้ไขปัญหาให้คนไทยสู่ระบบให้ได้ก่อน ซึ่งแนวคิดนี้ไม่ได้เป็นเเนวคิดที่ใหม่มากนัก
เพราะในอดีตเคยถูกเสนอขึ้นมาแล้ว แต่ต้องยอมรับว่าระบบภาษีนี้ถ้าทำได้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากในการสร้างเครื่องมือที่จะช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยอย่างยั่งยืน
ก็คงต้องรอติดตามต่อไปว่า ในครั้งนี้ที่ระบบภาษี Negative Income Tax ถูกนำกลับมาพูดถึงอีกครั้งรัฐบาลจะสามารถทำให้เกิดขึ้นจริงได้หรือไหม