สดร.เผยภาพ ดาวหางนีโอไวส์ เหนือฟ้าเชียงใหม่เข้าใกล้โลกมากที่สุดหลังดวงอาทิตย์ตกทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นโอกาสสุดท้ายที่จะได้เก็บภาพดาวหางดวงนี้ก่อนที่ความสว่างจะเริ่มลดลงและแสงดวงจันทร์จะเริ่มรบกวน
วันที่ 23 ก.ค.2563 นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการดาราศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) สดร. เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมานักดาราศาสตร์และผู้คนทั่วโลกต่างให้ความสนใจดาวหางนีโอไวส์ ซึ่งเป็นดาวหางสว่างที่สามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่าในหลายพื้นที่ทั่วโลก มีผู้เก็บภาพได้และเผยแพร่ลงในสื่อต่างๆ กันอย่างคึกคัก โคจรเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2563 และจะเข้าใกล้โลกที่สุดวันที่ 23 กรกฎาคม 2563
สำหรับประเทศไทยในช่วงครึ่งแรกของเดือนกรกฎาคม 2563 ดาวหางนีโอไวส์ปรากฏในช่วงรุ่งเช้า ก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น ตำแหน่งใกล้ขอบฟ้ามาก สังเกตได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากเพิ่งโคจรผ่านจุดที่ใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด จึงถูกแสงอาทิตย์กลบ แต่ในช่วงครึ่งหลัง ตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นมา ดาวหางนีโอไวส์เปลี่ยนมาปรากฏในช่วงหัวค่ำ หลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ หลายพื้นที่เริ่มสังเกตเห็นและบันทึกภาพได้ นับจากวันดังกล่าว ดาวหางจะมีความสว่างลดลง เนื่องจากโคจรห่างจากดาวงอาทิตย์ออกไปเรื่อย ๆ วันนี้จึงเป็นโอกาสดีที่คนไทยจะได้ยลโฉมและบันทึกภาพความสวยงามของดาวหางดวงนี้ เนื่องจากเป็นช่วงที่ดาวหางเข้าใกล้โลกที่สุด หลังจากนั้นความสว่างจะลดลงเรื่อย ๆ จนไม่สามารถสังเกตเห็นได้ ในวันดังกล่าว ตรงกับคืนดวงจันทร์ขึ้น 2 ค่ำ อาจมีแสงจันทร์รบกวนเล็กน้อย แต่อุปสรรคสำคัญที่สุดคือสภาพอากาศของประเทศไทยซึ่งอยู่ในช่วงฤดูฝนที่มีเมฆมาก บริเวณใกล้ขอบฟ้ามีเมฆปกคลุมค่อนข้างหนา
สำหรับสถานที่เก็บภาพดาวหางนีโอไวส์ นายศุภฤกษ์ แนะนำว่าควรเป็นสถานที่ที่ฟ้าใส ไม่มีเมฆบดบัง เป็นพื้นที่ค่อนข้างสูง มีมุมมองเปิดกว้างไปทางทิศตะวันตก และสิ่งสำคัญที่สุดของการถ่ายภาพดาวหางคือ ต้องหาตำแหน่งให้เจอ
ผู้ที่สนใจการถ่ายภาพ สามารถศึกษาเทคนิคการถ่ายภาพดาวหาง ได้ที่ http://www.narit.or.th/…/astro-ph…/1200-neowise-photo-artcle