SHARE

คัดลอกแล้ว

แนวโน้ม ‘ไทย’ ถูกดึงเข้าเกมภาษีทรัมป์ 2 เม.ย.

สหรัฐฯ จัดไทยเข้ากลุ่ม ’15 สกปรก’

ไทยเกินดุลสหรัฐฯ ท็อปเท็น

แม้จะยังไม่ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ แต่ก็มีแนวโน้มมากขึ้นเรื่อยๆ ว่า ประเทศไทยอาจหนีไม่พ้นเกมภาษี ‘ทรัมป์’ ในรอบวันที่ 2 เม.ย.นี้

วันนี้สำนักข่าวทูเดย์ จะขอหยิบยกหลักฐาน 2 ชิ้น ที่สะท้อนว่า ไทยกำลังตกเป็นเป้าจริงๆ ผ่านสถิติที่สะท้อนไว้ว่า ไทยเกินดุลการค้าสหรัฐฯ ติดท็อปเท็น ซึ่งเป็นตัวเลขที่รัฐบาลประธานาธิบดีทรัมป์มองว่า เป็นการค้าที่เอารัดเอาเปรียบอเมริกา

ตัวเลขที่ไทยเกินดุลการค้าสหรัฐฯ มหาศาล ถึงขั้นทำให้รัฐบาลทรัมป์จัดให้ไทยอยู่ในกลุ่ม ’15 สกปรก’ (Dirty 15) ทีเดียว

ขณะเดียวกัน ยังมีเอกสารความเห็นอย่างเป็นทางการ ที่เน้นชื่อไทยในฐานะประเทศที่มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ทำร้ายเศรษฐกิจอเมริกันด้วย

[‘ทรัมป์’ ประกาศ 2 เม.ย. วันปลดแอกอเมริกา]

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เดินเกมภาษีมาตั้งแต่เป็นรัฐบาล โดยเริ่มต้นจาก 3 ชาติ ได้แก่ จีน เม็กซิโก และแคนาดา ซึ่งผู้ติดตามสถานการณ์มองว่า ทั้งสามชาตินี้เป็นเหมือน ‘แถวแรก’

การดำเนินมาตรการที่เกิดขึ้น นำไปสู่การบีบทั้งสามชาติด้วยเกมภาษี ให้ดำเนินการในเรื่องที่สหรัฐฯ มองว่าเป็นปัญหา ทั้งเรื่องผู้อพยพ ยาเสพติด หรือแม้กระทั่งเป็นการบีบกลายๆ ให้ทั้งสามชาติหันมาซื้อของหรือลงทุนกับอเมริกามากขึ้น

สิ่งเหล่านี้กำลังจะเกิดขึ้นกับกลุ่มประเทศที่เป็น ‘แถวสอง’ ในวันที่ 2 เม.ย. นี้

ประธานาธิบดีทรัมป์โพสต์ข้อความบน Truth Social โซเชียลมีเดียของตัวเองเมื่อวันที่ 17 มี.ค. ที่ผ่านมา ระบุว่าวันที่ 2 เม.ย. จะเป็นวันปลดแอกของอเมริกา เพราะทางการสหรัฐฯ จะเริ่มเอาความมั่งคั่งคืนมา จากที่เราถูกแย่งไปเพราะความอ่อนแอ ไร้ความสามารถ และเป็นเพราะความไม่ซื่อสัตย์ของเหล่านักการเมืองที่เคยเป็นตัวแทนของอเมริกาในอดีต

จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ระดับสูงสหรัฐฯ สองคน คือ รมว.คลังสหรัฐฯ สก็อตต์ เบสเซนต์ กับที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว เควิน แฮสเซ็ตต์ ระบุว่า มาตรการที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 2 เม.ย. จะมีทั้งมาตรการด้านภาษีและไม่ใช่ภาษี และจะจำกัดวงเฉพาะประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ มากจริงๆ

[’15 สกปรก’ ในมุมมองรัฐบาลทรัมป์ ที่ ‘ไทย’ อยู่ในกลุ่มนี้]

รมว.คลังสหรัฐฯ นิยามกลุ่มประเทศที่ได้ดุลการค้าสหรัฐฯ มหาศาลว่า คือกลุ่ม 15 สกปรก คือ ‘Dirty 15’ โดยอธิบายว่า เป็นประเทศที่คิดเป็น 15% ของชาติคู่ค้าทั้งหมดของสหรัฐฯ แต่สหรัฐฯ ขาดดุลการค้ากับประเทศเหล่านี้เป็นจำนวนมหาศาล โดยน่าจะมีอยู่ราว 10-15 ประเทศ

ในเวลาต่อมามีการเปิดเผยรายชื่อของ Dirty 15 ได้แก่ จีน สหภาพยุโรป เม็กซิโก เวียดนาม ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ แคนาดา อินเดีย ไทย สวิตเซอร์แลนด์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย กัมพูชา แอฟริกาใต้

จะเห็นได้ว่า มีหลายประเทศในอาเซียนที่เข้าข่ายกลุ่มประเทศ 15 สกปรกของประธานาธิบดีทรัมป์ ไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย กัมพูชา รวมถึงประเทศไทยของเราด้วย

ถ้าดูเฉพาะประเทศไทย สถิติเมื่อปีที่แล้วพบว่า ไทยเกินดุลการค้าอเมริกาด้วยตัวเลขถึง 46,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ติดท็อปเท็น โดยอยู่ในอันดับ 10 เทียบกับชาติอาเซียนด้วยกัน อาจน้อยกว่าเวียดนาม ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 3 แต่ไทยก็เกินดุลสหรัฐฯ ในปริมาณที่มากกว่ามาเลเซียกับอินโดนีเซียพอสมควร

นี่เป็นอันดับที่เพิ่มสูงขึ้น เพราะก่อนหน้านี้เราอยู่ในอันดับที่ 12 ซึ่งยิ่งอันดับสูง ก็ยิ่งไม่ใช่ผลดี เพราะมีความเสี่ยงที่รัฐบาลสหรัฐฯ จับตาไทยมากขึ้น

[ความเห็นผู้แทนการค้า ตอกย้ำ ‘ไทย’ อยู่ในเรดาร์อเมริกาขึ้นภาษี]

แต่นอกจากสถิติตัวเลขการค้า ที่สะท้อนข้อเท็จจริงว่าไทยตกอยู่ในความเสี่ยง 10 อันดับแรกอยู่แล้ว ยิ่งตอกย้ำด้วยความเห็นของสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ที่ระบุถึงประเทศไทยโดยตรง

เอกสารความเห็นของสำนักงานผู้แทนการค้าของสหรัฐอเมริกา (USTR) เป็นความเห็นที่ลงวันที่ 11 มี.ค. ที่ผ่านมา อธิบายถึงนโยบายการค้า ‘America First’ ที่เน้นไปถึงการดำเนินการกับประเทศที่อเมริกามองว่า ดำเนินการค้าที่ไม่เป็นธรรมกับสหรัฐฯ เพื่อหามาตรการที่เหมาะสมกับประเทศนั้นๆ ต่อไป

สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล เพื่อรวบรวมข้อมูลแบบรายประเทศ และอาจเป็นการค้าที่ทำร้ายหรือสร้างความเสียหายทั้ง ความเสียหายที่แท้จริงหรือความเสียหายทางเศรษฐกิจต่อแรงงานอเมริกัน โรงงาน เกษตรกร ฟาร์มปศุสัตว์ ผู้ประกอบการ และภาคธุรกิจของอเมริกา

จากการตรวจสอบข้อมูลต่างๆ สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ สรุปว่า จะให้ความสนใจกับกลุ่มประเทศ เช่นกลุ่ม G20 รวมถึงประเทศที่สหรัฐฯ ขาดดุลการค้า โดยยกตัวอย่างประเทศดังต่อไปนี้ ได้แก่ อาร์เจนตินา ออสเตรเลีย บราซิล แคนาดา จีน สหภาพยุโรป อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย เม็กซิโก รัสเซีย ซาอุดีอาระเบีย แอฟริกาใต้ สวิตเซอร์แลนด์ ไต้หวัน ไทย ตุรกี สหราชอาณาจักร และเวียดนาม

เอกสารความเห็นของสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ชี้ว่า ประเทศทั้งหมดนี้คิดเป็น 88% ของการค้าทั้งหมดกับสหรัฐฯ

[สงครามภาษี ‘ทรัมป์’ อาจหั่นจีดีพีไทยถึง 0.5%]

นายบุรินทร์ อดุลวัฒนะ กรรมการผู้จัดการและหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้ไทยต้องเตรียมรับมือกับมาตรการทางการค้าจากสหรัฐฯ โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าที่สหรัฐฯ ต้องการดึงการผลิตกลับประเทศ เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ คอมพิวเตอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า

นอกจากนี้ ไทยอาจต้องพิจารณาเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ เช่น พลังงาน ถั่วเหลือง และข้าวโพด เพื่อลดความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองประเทศ

ซึ่งหากการเจรจาไม่เป็นผลและไทยถูกขึ้นภาษีศุลกากร คาดว่าจะกระทบตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ราว 0.5% และอาจส่งผลต่อการอ่อนค่าของเงินบาท

หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ว่า ไทยควรแก้ปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศ ลดการพึ่งพาการค้ากับประเทศใดประเทศหนึ่งมากเกินไป และรักษาจุดยืนความเป็นกลางระหว่างมหาอำนาจ

เช่นเดียวกับนายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในฐานะประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ประเมินว่า จากภาพรวมมาตรการภาษีของรัฐบาลทรัมป์ 2.0 จะมีผลกระทบทำให้มูลค่าการส่งออกสินค้าของไทย ลดลงประมาณ 56,000 ล้านบาท คิดเป็นผลต่อ GDP ที่อาจจะลดลงราว 0.3%

podcast

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า