ที่ปรึกษา ศบค.รับ เชื้อผสม เดลต้า –โอไมครอนเกิดได้ ขอให้ช่วยกันร่งฉีดวัคซีนเคร่งครัดมาตรการสาธารณสุข
วันที่ 13 ธ.ค. 2564 นพ.อุดม คชินทร ที่ปรึกษาศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) กล่าวถึงการแพร่ระบาดโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน ว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) เพิ่งแถลงข้อมูลก็ชัดเจน ศูนย์ควบคุมเเละป้องกันโรคสหรัฐอเมริกา (ซีดีซี) ยืนยันว่าอาการเจ็บป่วยไม่รุนแรงถือเป็นข่าวดี แต่แพร่ได้เร็วกว่าเดลตา 2 – 5 เท่า และสิ่งสำคัญถ้าดูตัวเลขผู้ติดเชื้อในบ้านเราลดลงมาเรื่อยๆ มีผู้ติดเชื้อวันละ 3,000 กว่าคน เสียชีวิต 20 – 30 คน เป็นตัวเลขที่น่าพอใจถือว่าประชาชนช่วยกันได้ดี
อยากให้ดูข้อแตกต่างระหว่างบ้านเรากับยุโรป แม้จะบริหารจัดการเรื่องวัคซีนมากกว่าบ้านเรา แต่พบผู้ติดเชื้อเป็นหลักหมื่นต่อวัน ที่เห็นชัดเขาต่างจากเราคือไม่ได้เคร่งครัดเรื่องมาตรการ โดยเฉพาะการใส่หน้ากากอนามัย ซึ่งต่างจากคนไทย 99%ใส่หน้ากากอนามัย อยากเตือนว่าอย่าชะล่าใจ เพราะวัคซีนไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่เป็นพื้นฐานป้องกัน เช่น เชื้อโอไมครอน ที่ไม่รุนแรงส่วนหนึ่งต้องให้เครดิตมาจากวัคซีนที่เราฉีดไปเยอะแล้ว
ตัวเลขข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข พบว่ายังมีผู้ที่ไม่ได้ฉีดเข็ม 1 ประมาณ 70,000 คน จะครบ 1 ร้อยล้านโดส ส่วนเข็ม 2 ขาดอยู่ประมาณ 2.3 ล้านคน ดังนั้นขอให้คนที่ลังเลยังไม่ยอมฉีดวัคซีนให้ไปฉีด เพราะช่วยป้องกันได้จริง ถ้าไม่คิดถึงตัวเอง ให้คิดถึงคนรอบข้าง ถ้าติดเชื้อแต่ไม่มีอาการแต่สามารถนำเชื้อไปแพร่ให้พ่อแม่พี่น้องเพื่อนร่วมงานคนอื่นได้ หากคนที่รับเชื้อเป็นผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรค อันตรายเสียชีวิตสูง ซึ่งตัวเลขผู้เสียชีวิตทุกวัน 90 เปอร์เซ็นต์ คือผู้สูงอายุและมีโรคร่วม และในจำนวนนี้ไม่ได้ฉีดวัคซีน
นพ.อุดม กล่าวต่อว่า ขณะนี้วัคซีนได้กระจายไปทั่วประเทศในทุกจังหวัด ยังมีที่ไม่ได้ฉีดกว่า 10 ล้านโดส เป็นซิโนแวค กว่า 2 ล้านโดส แอสตร้าเซเนก้า กว่า 6 ล้านโดส ไฟเซอร์ กว่า 3 ล้านโดส ที่ยังไม่มีคนไปฉีดซึ่งตัวเลขเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ที่ผ่านมา มีตัวเลขผู้ฉีด 50,000 คนเท่านั้น เราตั้งเป้าจะให้ฉีดจบ 100 ล้านโดสภายในเดือน พ.ย. ก็ยอมรับว่าไม่ได้ตามเป้าเพราะมีคนที่ลังเลไม่มาฉีด แต่ก็ขอให้ภายในเดือน ธ.ค. นี้ ฉีดให้ได้ครบ 1 ร้อยล้านโดส คือ 70 เปอร์เซ็นต์ที่ฉีดครบ 2 เข็ม ขอให้มาฉีดเพื่อปกป้องคนรอบข้าง ปกป้องประเทศชาติ ให้เศรษฐกิจเดินได้ และปกป้องโอไมครอนเพราะถึงอย่างไรเราหนีไม่พ้นแน่นอน
นพ.อุดม กล่าวว่า ขณะนี้พบผู้ติดเชื้อโอไมครอน 8 รายและกำลังจะมีเข้ามาอีกและหลายประเทศใกล้บ้านเรา เช่น เกาหลี ผู้ติดเชื้อโอไมครอนไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศ แต่เกิดจากภายในและกลายพันธุ์ของมันเอง เวลานี้กระจายไปทั่วโลกแล้ว ดังนั้นบ้านเราหนีไม่พ้น เราต้องเจอแน่ ทั้งนี้ปีใหม่อยากให้ไปเที่ยวอยากให้จัดงานแต่ขอให้ระมัดระวังสวมหน้ากากอนามัยและพยายามอย่าอยู่ร่วมกันเป็นเวลานานเกิน 2 ชั่วโมง เพราะจะมีโอกาสในการแพร่เชื้อสูงมาก
เมื่อถามว่าห่วงเรื่องไฮบริดลูกผสมระหว่างเดลตากับโอไมครอน อาจทำให้เชื้อรุนแรงขึ้นหรือไม่ นพ.อุดม กล่าวว่า เป็นไปได้แน่นอนและการจะกลายพันธุ์ได้ต้องกระจายและแพร่เชื้อไป ยิ่งแพร่เชื้อมากก็มีโอกาสกลายพันธุ์ได้มากถ้าเราตัดขั้นตอนไม่ให้แพร่กระจายได้โอกาสกลายพันธุ์จะลดลงซึ่งเป็นหลักการทางการแพทย์ แต่ถ้าเราช่วยกันตามมาตรการสาธารณสุข จะเป็นการลดและช่วยป้องกันไม่ให้กลายพันธุ์ได้ด้วย