Advertisement

SHARE

OnePlus (วันพลัส) เฉลิมฉลองอายุครบ 7 ปี ในวันที่ 17 ธันวาคม 2020 ด้วยการออกโปรโมชั่นพิเศษมากมาย พร้อมเปิดตัวรุ่นล่าสุด “OnePlus Nord N10 5G: LINE FRIENDS Special Box Set” ในราคาเพียง 11,490 บาท แต่คุณภาพยังคงอัดแน่นเหมือนเดิม เพื่อตอบแทนลูกค้าที่ให้ความเชื่อมั่นและไว้วางใจ เพราะไม่ง่ายเลยที่สตาร์ทอัพอายุน้อยฉายา “นักฆ่าเรือธง” อย่าง OnePlus จะพาแบรนด์มายืนในจุดที่คนในวงการมือถือยอมรับ และเข้าไปนั่งอยู่ในใจลูกค้าผู้ภักดีต่อแบรนด์ยักษ์มาก่อนได้

แม้จะดำเนินการมาได้เพียง 7 ปี แต่ OnePlus สามารถเอาชนะค่ายมือถือเรือธงอย่างไอโฟนและซัมซุงได้อย่างขาดลอยในอินเดีย ด้วยยอดขายที่สูงที่สุดในโทรศัพท์รุ่น OnePlus 8 และได้รับการยกย่องในโทรศัพท์รุ่น OnePlus 8 Pro ว่าเป็น “The Best Premium Phone” หรือโทรศัพท์ระดับพรีเมี่ยมที่ยอดเยี่ยมที่สุดประจำปี 2020 จากเว็บไซต์ T3.com ซึ่งเป็นสื่อที่วิจารณ์ฟังก์ชั่นของมือถืออย่างตรงไปตรงมา

 

จากจุดเริ่มต้น สู่ปีที่ 7

OnePlus พัฒนาทุกวัน ไม่มีหยุด

แน่นอนว่าเส้นทางตลอดระยะเวลา 7 ปี ที่ผ่านมา ต้องแลกมาด้วยความพยายามและการพัฒนาตัวเองทุกวันอย่างไม่เคยหยุดนิ่ง ดังสโลแกนของ OnePlus ที่ว่า “Never Settle” ผสานกับแนวคิดการใช้งานแบบ Fast & Smooth ที่เร็วแรง ลื่นไหล เน้นสเป็ค ฟังก์ชันการใช้งาน รวมถึงการเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพสูง ดีไซน์เรียบง่าย

โดยเน้นไปที่ฟีเจอร์หรูเหมือนของฝรั่งและเกาหลี แต่ราคาถูกสุดๆ เพียงหลักหมื่นต้นๆ เพื่อที่ให้ใครๆ ก็สามารถเป็นเจ้าของได้ ซึ่งเป็นการ “เข้าใจ” และ “เข้าถึง” ความรู้สึกของผู้บริโภคอย่างยิ่ง หลังจากไอโฟนและซัมซุง ซึ่งเป็นต้นแบบของสมาร์ทโฟนที่คนทั้งโลกอยากเป็นเจ้าของ แต่เพราะราคาสูงลิ่ว จึงเปิดโอกาสให้แบรนด์ใหม่ๆ จากจีนเข้ามาทำตลาด ดังเช่น OnePlus ที่ในรอบ 7 ปีนี้ เปิดตัวสมาร์ทโฟนที่ปฏิวัติวงการมาแล้วถึง 8 รุ่น วางขายมากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก ซึ่งจุดเด่นคือผลิตโทรศัพท์ที่มีคุณภาพดีที่สุดเพียงปีละ 1 รุ่น เท่านั้น

พีท เหลา

ย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้น OnePlus ก่อตั้งขึ้นในปี 2013 โดย “พีท เหลา” อดีตวิศวกรฮาร์ดแวร์และผู้บริหารจากค่าย OPPO ที่ต้องการโฟกัสไปยังสมาร์ทโฟนอย่างเดียว เขาจึงลาออกและชวน คาร์ล เป่ย ลูกน้องคนสนิท (ปัจจุบันลาออกแล้ว) ที่อายุแค่ 24 ปี ซึ่งเป็นอัจฉริยะอายุน้อย และลูกทีมอีก 3 คน มาก่อตั้งบริษัท OnePlus ด้วยกัน

จุดมุ่งหมายของ พีท เหลา คือ ผลิตโทรศัพท์คุณภาพทัดเทียมกับอันดับ 1 ในตลาด แต่มีราคาถูกกว่า ดังนั้น พวกเขาจึงพัฒนา OnePlus ทุกวัน ลองผิดลองถูกจนได้สมดังความตั้งใจ แล้วใช้พลังแห่งการ “บอกต่อ” แทนเม็ดเงินค่าโฆษณา นั่นหมายความว่า OnePlus จะต้องได้รับการยอมรับจากผู้ใช้ และใช้ดีจนถึงขั้นบอกกันปากต่อปาก จากคนหนึ่งบวกไปอีก 1 (Plus) ไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นอาณาจักรขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในที่มาของชื่อ OnePlus นั่นเอง

ในขณะเดียวกัน พนักงานในแบรนด์นี้จะต้องมีไฟแรงๆ ด้วย ซึ่งสปิริตเหล่านี้เองที่สะท้อนออกมาเป็นชื่อแบรนด์และสโลแกนของสินค้า ชื่อ OnePlus มีความหมาย 2 ระดับ ระดับแรกคือ เป้าหมายของแบรนด์ ที่ไม่ได้เพียงต้องการเป็นที่หนึ่งในใจของผู้บริโภคและในตลาดสมาร์ทโฟน แต่เป็นยิ่งกว่าที่หนึ่ง

 

วิวัฒนาการสมาร์ทโฟนแต่ละรุ่นของ OnePlus

กับการพัฒนาสเป็คที่ดียิ่งขึ้นเรื่อยๆ

หลังจากใช้เวลาผลิตอยู่ 6 เดือน ในที่สุดโทรศัพท์รุ่นแรกของแบรนด์ก็เปิดตัวในเดือนเมษายน ปี 2014 ในชื่อรุ่น OnePlus One ซึ่งสร้างเอกลักษณ์ให้คนจดจำด้วยความอินดี้คือ ไม่เปิดขายในทันที แต่จัดกิจกรรมร่วมสนุก หาผู้โชคดีที่จะได้โทรศัพท์ OnePlus และผู้โชคดีเหล่านั้นเมื่อได้เครื่องแล้ว ก็จะส่ง Invite เชิญเพื่อนได้ 3 คนให้ไปซื้อในระบบออนไลน์

มาดูสเป็คกันบ้าง OnePlus One อัดแน่นไปด้วยไอเทมคุณภาพสูงสุด เช่น กล้องหลัก 13 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลช LED คู่ ถ่ายวิดีโอ 4K มีอ็อปชั่น Time Lapse ส่วนกล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล แบตเตอรี่ความจุ 3,100 mAh เรียกได้ว่าคุณภาพยอดเยี่ยมในราคาที่น้อยกว่าแบรนด์อื่น 1 เท่าตัว ซึ่งเป็น “ราคาที่เอื้อมถึง”

OnePlus One

พอมีการเปิดขายอย่างเป็นทางการ ยอดขายของ OnePlus One จึงพุ่งทะยานไปที่ 1.5 ล้านเครื่องในปีเดียว ทุบสถิติที่บริษัทตั้งเป้าเอาไว้เพียง 50,000 เครื่องเท่านั้น

ที่น่าทึ่งคือ หลังเปิดตัวบริษัทมาแค่ 3 ปี OnePlus มียอดผู้ใช้ถึง 36 ประเทศทั่วโลก ทว่าบริษัทยังมีขนาดเล็กมาก มีพนักงานเพียง 800 คน ดังนั้น OnePlus 2 จึงปล่อยออกมาในปีถัดมาคือ 2015 และเปิดตัวปีละรุ่นๆ มานับจากนั้น เพื่อให้มีเวลาพัฒนาสิ่งที่ดีที่สุด และคนซื้อก็จำได้ง่ายด้วย

แล้ว OnePlus 2 ก็ได้มาสานต่อความดีงามให้รุ่นพี่ จนได้รับฉายาว่า “สมาร์ทโฟนสเป็คเรือยอร์ช ราคาเรือหางยาว” ซึ่งยังคงไอเทมคุณภาพสูงสุด เช่น กล้องหลัก 13 ล้านพิกเซล และกล้องหน้า 5 ล้านพิกเซลเหมือนเดิม แต่เพิ่มความจุแบตเตอรี่เป็น 3,300 mAh พร้อมหน่วยประมวลผล Snapdragon 810, RAM 4 GB, ROM 64 GB แถมยังรองรับ LTE และมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออีกต่างหาก ถือว่า “กล้ามาก” ในการอัดไอเทมสุดหรูในราคาเพียงหลักหมื่นต้นๆ และสยายปีกออกเป็น 3 รุ่น คือ A2001, A2003 และ A2005 โดยทั้งสามรุ่นมีรูปร่างและสเป็คเหมือนกัน ต่างกันเพียงเครือข่ายที่รองรับไม่เหมือนกันเท่านั้น

OnePlus 2

จากนั้นในปี 2016 OnePlus 3 ก็ออกมาตอกย้ำความ “กล้ามาก” แบ่งเป็น OnePlus 3 กับ OnePlus 3T ที่ ณ เวลานั้นนับเป็นสมาร์ทโฟนที่มีสเป็คแรงที่สุด ทดสอบ antutu ได้อันดับ 1 เลยทีเดียว สเป็คเทพเช่นเคย เช่น snap 820, RAM 6 GB, ROM 64 GB กล้องหลัก 16 ล้านพิกเซล F2.0 ถ่ายแสงน้อยได้สวย รวมทั้งมี ois eis กันสั่นมาครบครัน และมีระบบช่วยลด noise อีกด้วย

OnePlus 3

แล้วเปิดตัวรุ่นต่อไปคือ OnePlus 5 ในปี 2017 ซึ่งเป็นรุ่นที่แพงที่สุดเท่าที่เคยมีมา แบ่งออกเป็น 2 รุ่น คือ OnePlus 5 และ OnePlus 5T มี 6 GB/ 64 GB ราคาประมาณ 16,300 บาท และรุ่น 8 GB / 128 GB ราคาประมาณ 18,300 บาท มาด้วยสเป็คเทพยิ่งขึ้น เช่น ความจุแบตเตอรี่ 3,300 mAh แต่รองรับ Dash Charge (5V 4A) มาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 5.5 นิ้ว สีสันสวยงาม ดีไซน์บางขึ้นเพื่อให้จับถนัดมือ ระบบการทำงานลื่นไหลไม่แพ้สมาร์ทโฟนเรือธงตัวใดๆ ในตลาด ด้วย Snapdragon 835, RAM 8GB, ROM UFS2.1 และ GPU Adreno 540 กล้องหลัก 16 ล้านพิกเซล รองรับการบันทึกไฟล์ RAW ที่สำคัญคือมี Oxygen OS ที่ค่อนข้างเบา เปิดแอปฯ ต่างๆ ได้ไวมาก และชาร์จไฟได้เร็วมากๆ

OnePlus 5

แน่นอนว่าหลายคนต่างรอคอยรุ่นต่อไปของ OnePlus อย่างใจจดใจจ่อ และแล้วในปี 2018 น้องใหม่อย่าง OnePlus 6 ก็คลอดออกมา ปลุกกระแสตลาดมือถือให้ลุกฮืออีกครั้ง ด้วยฟีเจอร์ระดับไฮเอนด์ ในราคาไม่ถึง 20,000 บาท ! เช่น ชิปเซ็ต Snapdragon 845 พร้อม RAM สูงสุด 8 GB, ROM สูงสุด 256 GB, จอ Optic AMOLED ไร้ขอบ 6.28 นิ้ว, กล้องคู่ OIS 20 ล้านพิกเซล (f/1.7), กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล (f/2.0), แบตเตอรี่ Dash Charge 3,300 mAh, เทคโนโลยี Gigabit LTE และระบบเสียง Dirac บนบอดี้พรีเมี่ยมที่ไม่กลัวน้ำ

OnePlus 6

และเมื่อปีที่แล้ว (2019) OnePlus ก็ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนซีรีส์ OnePlus 7 โดยปล่อยออกมา 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นธรรมดาอย่าง OnePlus 7 และตัวท็อปอย่าง OnePlus 7 Pro สมาร์ทโฟนที่พลิกภาพลักษณ์จาก Flagship Killer (นักฆ่าเรือธง) สู่ ‘Super Flagship’ ต่อด้วย ‘OnePlus 7T Series’ ที่แบ่งออกเป็นทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ OnePlus 7T, One Plus 7T Pro และ OnePlus 7T Pro McLaren Edition

OnePlus 7

ภาพรวมความเทพของสเป็ค OnePlus 7 เช่น ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ครอบด้วย Oxygen OS หน้าจอ Optic AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว และ 6.67 นิ้ว CPU Snapdragon 855, RAM 6/8/12GB, ROM 128/256GB กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล (f/2.2) เลนส์หลัก 48MP (f/1.6) มี OIS, เลนส์ซูมออพติคอล 3x ความละเอียด 8MP (f/2.4) OIS + เลนส์ Ultra-wide angle 117 องศา ความจุแบตเตอรี่รองรับได้สูงสุดถึง 4000 mAh รองรับ Warp Charge 30W เป็นต้น

ตอกย้ำความพรีเมียมในราคาที่จับต้องได้มากที่สุดในปี 2563 ด้วย OnePlus 8 ที่อัดสเป็คมาแบบจัดใหญ่จัดเต็มเช่นเคย แบ่งเป็น 2 รุ่น คือ OnePlus 8 และ OnePlus 8 Pro โดยรอบนี้ รุ่น Pro จัดเต็มทั้งหน้าจอ Fluid AMOLED ที่มีความละเอียด QHD+ และค่ารีเฟรชเรทที่สูงถึง 120Hz, ชิปเซ็ต Snapdragon 865, หน่วยความจำแบบ UFS 3.0, RAM LPDDR5, กล้องหลัง 4 ตัว, ระบบชาร์จไว เป็นต้น นอกจากนี้ยังมี ‘OnePlus 8T 5G’ ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน ก็อัดแน่นด้วยคุณสมบัติที่ตอบโจทย์สายเทคโนโลยีอย่างเต็มที่ โดย OnePlus เดินหน้าตีตลาดทั่วโลกอย่างเต็มสูบ มี Robert Downey เป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์

OnePlus 8

สำหรับประเทศไทย OnePlus ได้ลงตลาดอย่างจริงจังเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา และนำมือถือรุ่นดังอย่าง OnePlus 6 เข้ามาขาย ตามด้วย OnePlus Nord Series และ OnePlus 8T 5G และสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดจากการโหวตของหลายสำนัก นั่นคือ OnePlus 8 PRO ตามด้วย OnePlus 8T 5G จะถูกนำเข้ามาวางขายอย่างเป็นทางการในไทยด้วยเช่นกัน เป็นการขยาย Segment ของสมาร์ทโฟนของแบรนด์ OnePlus ที่เพิ่มฐานลูกค้าหรือผู้ใช้งานก็ขยายเพิ่มเป็นวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเช่นกัน

สนุกไม่ยั้ง ปังไม่หยุด

ครบรอบ 7 ปี OnePlus จัด 7 เซอร์ไพรส์

พร้อมเปิดตัวสมาร์ทโฟนน้องใหม่ราคาต่ำหมื่น !!

ความปังยังไม่จบ เพราะล่าสุด OnePlus เจ้าของฉายา “นักฆ่าเรือธง” ได้รุกคืบท้าชิงตลาดสมาร์ทโฟนระดับกลาง โดยเมื่อเดือนสิงหาคม 2563 ที่ผ่านมาได้เปิดตัว ‘OnePlus Nord’ ซึ่งเป็น Lite Flagship รุ่นแรกของแบรนด์ และตอกย้ำปรากฏการณ์ครองใจผู้บริโภคอีกต่อ ด้วยสมาร์ทโฟนคุณภาพสเป็คเทพในราคาที่ต่ำกว่า 10,000 บาท !!!

โดยเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา OnePlus ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนน้องใหม่ล่าสุดอย่าง ‘OnePlus Nord N10 5G’ ที่ครั้งนี้มาพร้อมคอนเซปต์ ‘สนุกไม่ยั้ง ปังไม่หยุด’ ตอบโจทย์และเปิดประสบการณ์ให้ทุกคนได้มีโอกาสสัมผัสกับความคุ้มค่าของการใช้งานที่ดีเยี่ยมและลื่นไหล อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยฟีเจอร์และประสิทธิภาพอัดแน่น ในราคาเพียง 9,990 บาท ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของ OnePlus ในการท้าชิงตลาดสมาร์ทโฟนระดับกลางในราคาที่จับต้องได้

พิเศษขึ้นไปอีก เพราะ OnePlus Thailand ได้มอบเซอร์ไพรส์ใหญ่ถึง 7 เซอร์ไพรส์ ในโอกาสการก่อตั้งครบรอบ 7 ปีของ OnePlus ในวันที่ 17 ธันวาคม 2563 สำหรับแฟนๆ OnePlus ทุกท่านตลอดเดือนธันวาคม 2563 โดยก่อนหน้านี้ได้จัดกิจกรรม OnePlus Father Day – วันพ่อกับ OnePlus ซึ่งเป็นหนึ่งในเซอร์ไพรส์ที่ทาง OnePlus ได้จัดขึ้นที่ศูนย์การค้า Central World ลาน Beacon Zone ชั้น 1 เมื่อวันที่ 5-6 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา โดยได้รับความสนใจอย่างยิ่ง เพราะภายในงานมีการแจก OnePlus Nord N10 5G ฟรีถึง 100 เครื่อง รวมทั้ง Nintendo + Ring fit จำนวน 10 รางวัล และรางวัลต่างๆ อีกมากมาย รวมมูลค่ากว่า 1.4 ล้านบาท ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก

ใครที่อยากเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนเกรดเอในราคาที่ถูกกว่าแบรนด์อื่น OnePlus ยังคงมอบเซอร์ไพรส์ตลอดทั้งเดือน ด้วยการจัดโปรโมชั่นราคาพิเศษและสิทธิพิเศษให้กับแฟนๆ อีกมากมาย ที่ขนกันมาทั้ง OnePlus Nord, OnePlus 8T 5G, OnePlus 8T 5G Boxset ซึ่งล้วนเป็นสมาร์ทโฟนระดับท็อปของแบรนด์ทั้งนั้น

และเซอร์ไพรส์ใหญ่ล่าสุดที่ทาง OnePlus จัดให้ในวันครบรอบ วันที่ 17 ธันวาคม 2563 ก็คือ การประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับทาง ไลน์ เฟรนด์ แบรนด์ชั้นนำระดับโลก เปิดตัวรุ่นพิเศษสำหรับ OnePlus Nord N10 5G: LINE FRIENDS Special Box Set เพื่อเอาใจแฟนๆ ที่ชื่นชอบคาแรกเตอร์ LINE FRIENDS ซึ่งจะมาพร้อมอุปกรณ์เสริมแท้สุดพรีเมียมอีกมากมาย ที่โดดเด่นด้วยลวดลายของ LINE FRIENDS characters บราวน์และผองเพื่อนที่กำลัง ‘สนุกไม่ยั้ง ปังไม่หยุด’ บนตัวกล่อง Box Set, เคสสมาร์ทโฟนรุ่น OnePlus Nord N10 5G และของพรีเมียมอีกมากมาย ในราคาเพียง 11,490 บาท ผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ทั้ง AIS, DTAC, TG Fone และ Com7 และช่องทางออนไลน์ LAZADA, Shopee, JD Central, Thisshop และ LINE Official Account

บอกเลยว่างานนี้ คุ้มสุดๆ รีบจับจองเป็นเจ้าของกันได้แล้ววันนี้ !!

เพื่อไม่ให้พลาดกับความพรีเมียมในราคาที่จับต้องได้ และรู้เซอร์ไพรส์ต่อไปก่อนใคร ติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมกับ OnePlus ประเทศไทย ได้ที่ https://www.oneplus.com/th และ Facebook Fanpage: OnePlus Thailand  >>> https://www.facebook.com/oneplusthailand/

#OnePlusNordN10_5G #LINEFRIENDSspecialboxset #สนุกไม่ยั้งปังไม่หยุด #OnePlus

 

(Advertorial)

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...