{{-- --}}
Advertisement

SHARE

วันที่ 13 มี.ค. นายธวัชชัย ลัดกรูด ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 1 อุดรธานีพร้อมด้วยนายชีวภาพ ชีวธรรม ผอ.สำนักป้องกันและรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ นายพัฒนะ ศิริมัย ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้ราชบุรี หน่วยปราบปรามพิเศษ และหัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพรเข้าตรวจสอบพื้นที่ ที่ดินบนดอยเขาขะยามจำนวนกว่า 1,200 ไร่ ในหมู่ที่ 14 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี

ตามที่ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ได้ร้องเรียนให้ตรวจสอบ ซึ่งที่ดินดังกล่าวเป็นของนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดานายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ได้ซื้อต่อมาจากโรงงานน้ำตาลแห่งหนึ่ง ว่ามีการรุกพื้นที่ป่าสงวน แม้ว่าปัจจุบันจะมีการส่งมอบที่ดินบางส่วนให้กับชุมชนได้ดำเนินจัดทำเป็นป่าชุมชนแล้ว แต่ยังถือว่าเป็นความผิดสำเร็จ และพบว่ามีการตัดต้นไม้ไปแล้วหลายไร่ในที่ดินดังกล่าว

จากการลงพื้นที่เข้าตรวจสอบในที่ดินดังกล่าว โดยมี น.ส.ปารีณา ร่วมสังเกตการณ์ แต่ไม่มีตัวอทนของนางสมพร ร่วมด้วย พบว่ามีต้นไม้ขึ้นแต่ไม่เป็นป่ารก มีการปลูกต้นยูคาลิปตัสจำนวนมาก ส่วนทางเดินรถเป็นไปอย่างยากลำบากบางช่วงรถไม่สามารถเข้าไปได้ต้องเดินเท้าเข้าไป เจ้าหน้าที่ได้ไปตรวจตามจุดต่างๆ ที่ น.ส.ปารีณา สงสัย โดยเฉพาะพื้นที่ติดกับป่าสงวน ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเดินย้อนกลับไปในแนวเขตตามเอกสารสิทธิ์ ที่ตัวแทนของแม่ธนาธรได้มาดำเนินการชี้แนวเขตไว้ก่อนหน้านี้

นายธวัชชัย ลัดกรูด ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 1 อุดรธานี

หลังการตรวจสอบนายธวัชชัย กล่าวว่า ที่ดินออกเป็น 3 ส่วน คือ 1.ที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์ครอบครองจะให้กรมที่ดินเป็นหน่วยงานตรวจสอบว่าได้เอกสารสิทธิ์ในการครอบครองถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ 2. ที่ดินที่กรมป่าไม้ได้มอบให้ ส.ป.ก. เป็นผู้ดูแล ให้ ทาง ส.ป.ก.ตรวจสอบ และ 3.ส่วนที่เหลือหากกรมป่าไม้พบมีการกระทำผิดกฎหมาย อธิบดีกรมป่าไม้สั่งมาแล้วว่า ให้ดำเนินการในมาตรฐานเดียว


วันนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าการถือครองที่ดินของนางสมพร ผิดกฎหมายหรือไม่ ซึ่งต้องให้ทางนางสมพร มานำชี้ให้ได้ว่าตรงไหนเป็นพื้นที่ของนางสมพร ซึ่งต้องนำชี้ในขอบเขตของเขา จึงต้องใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบเพราะที่ดินส่วนใหญ่มีเอกสารสิทธิ์ครอบครองชัดเจน
.
เมื่อสอบถามถึงกรณีว่ามีที่ดินบางส่วนอยู่ในเขตป่าสงวน นายธวัชชัย กล่าวว่า เดิมที่ดินแปลงนี้เป็นป่าสงวนทั้งหมด แต่มีการมอบให้ ส.ป.ก.ดูแลทั้งหมด และมีการนำไปออกเอกสารต่อมา สำหรับความแตกต่างกับกรณีที่ดินของ น.ส.ปารีณา คือ ที่ดินของนางสมพร ที่มีการนำชี้ก่อนหน้านี้มีเอกสารสิทธิ์ ซึ่งการตรวจสอบต้องเป็นหน้าที่ของกรมที่ดิน และ ส.ป.ก.ยืนยัน แล้วกรมป่าไม้จะทำไปตามขั้นตอน

ด้าน น.ส.ปารีณา กล่าวว่า แม้ที่ดินจะมีเอกสารสิทธิ์แต่ว่าสภาพของที่ดินเป็นยังไงเป็นลักษณะป่าหรือเปล่า เห็นด้วยตาอยู่แล้ว ต่อไปก็เป็นในเรื่องของการตรวจสอบว่าสภาพอย่างนั้นมันมีเอกสารสิทธิ์ได้อย่างไร และตนตั้งข้อสังเกตว่า ก่อนหน้านี้ที่เป็นข่าว มีที่ดินที่เป็น ภทบ.5 อยู่ด้วย แต่วันนี้ก็ไม่มีการชี้พื้นที่ส่วนนี้ และวันที่มีคนของเขามาชี้ก่อนหน้านี้ก็จะชี้ในส่วนที่มีเอกสารสิทธิ์เท่านั้น และวันนี้ที่ดูก็มีบางส่วนที่ไปตรวจแล้วพบว่ามีการพ่นสีแดงไว้ ซึ่งผู้นำชุมชนอ้างว่าเป็นการพ่นเล่นๆ นั่นคือ ส่วนที่เป็น ภทบ.5 ที่อยู่ในเขตป่าหรือไม่
.
“ให้สื่อมวลชนนำเสนอข่าวไปให้สังคมตัดสิน ก็จะเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่าจะต้องดูว่าใครครอบครองตรงนั้น ใครตัดไม้ตรงนั้น ในเมื่อตัวแทนของคุณแม่สมพร ไม่ได้ชี้ในส่วนของที่ดินในส่วนที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ที่มีการปรากฏตามสื่อต่างๆ ตั้งแต่แรกเริ่มเลย”
.
ทั้งนี้ ข้อมูลตามที่ น.ส.อรสา เศรษฐปราโมทย์ ผู้แทนนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ เจ้าของที่ดิน ได้นำมาแสดงไว้จำนวน 77 แปลง เนื้อที่ 3,098 ไร่ ประกอบด้วยโฉนดเนื้อที่ 3,098 ไร่ 1 งาน 27.3 ตารางวา ตามการนำชี้และตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งในครั้งนั้น น.ส.อรสา ได้นำเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินมาแสดงเป็นเอกสารโฉนดที่ดิน นส.3 ก, นส.3, นส.2 และ ภบท.5 ซึ่งในเอกสารสิทธิมีอยู่รวมทั้งสิ้นประมาณ 2,700-2,800 ไร่ นอกนั้นเป็น นส.2 กับ ภบท.5 (เป็นเอกสารการจับจอง) มีรายละเอียดแยกเป็น โฉนด จำนวน 1 แปลง, นส.3ก จำนวน 55 แปลง, นส.3 จำนวน 14 แปลง และ นส.2 จำนวน 7 แปลง รวม 77 แปลง

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...