‘จิราพร’ ยก ‘เศรษฐา’ ใช้แค่งบฯ ไปต่างประเทศ เจรจาบริษัทยักษ์ใหญ่ ทำให้ไทยมีโอกาสได้รับการลงทุน นับล้านล้านบาท สวนกลับฝ่ายค้าน นี่แหละผลงานรัฐบาลที่สืบทอดชื่อเสียงบริหารเศรษฐกิจ
น.ส.จิราพร สินธุไพร สส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย อภิปราย ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 วาระแรก วันสุดท้าย ในวันนี้ (5 ม.ค. 67)โดยสรุป แม้รัฐบาลมีเวลาจำกัดแค่ 114 วันในการจัดทำร่างพ.ร.บ.ประมาณ ปี 67 แต่ก็ยังสามารถทำงบประมาณที่สอดคล้องกับนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา อย่างไรก็ตาม ชื่อโครงการเหมือนเดิมแต่ไม่ได้หมายความผลลัพธ์จะต้องเหมือน ยกตัวอย่าง โครงการผลผลิตการขับเคลื่อนการอำนวยการบริหารราชการของนายกรัฐมนตรี ในเล่มงบประมาณ ปี 2566 กับปี 2567 จะพบชื่อแบบเดียวกันเป๊ะ ภายใต้โครงการนี้จะมีรายการค่าใช้จ่ายเดินทางไปต่างประเทศ ชื่อเหมือนเดิมแต่ผลลัพธ์จากการเดินทางไปต่างประเทศของนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน ไม่เหมือนเดิมแน่นอน เพราะเพียงแค่ 3 เดือนที่ผ่านมา นายกฯ ยังสามารถเจรจาดึงบริษัทยักษ์ใหญ่เข้ามาลงทุนในไทยมากมาย เฉพาะที่ตอบรับแล้วมีมูลค่าการลงทุนหลายแสนล้านบาท ที่แปลว่าศูนย์ต่อท้ายกัน 11 ตัว และยังมีอีกหลายบริษัทที่อยู่ระหว่างการหารือในรายละเอียด รวมทั้งหมดนี้ ไทยมีโอกาสจะได้รับการลงทุนจากต่างประเทศโดยตรง จากฝีมือการเจรจาของนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน คิดเป็นมูลค่านับล้านล้านบาท
“นี่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศโดยไม่ต้องใช้งบก้อนใหญ่จากงบประมาณรายจ่ายประจำปี ใช้เพียงแค่งบประมาณในการเดินทางไปต่างประเทศเพื่อเจรจาเท่านั้น และนี่คือตัวอย่างของใช้งบประมาณตามชื่อโครงการเหมือนเดิมแต่ผลลัพธ์ไม่เหมือนเดิม เพราะคนที่ใช้งบประมาณคือนายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่ไม่ใช่แค่ใช้งบประมาณเป็นแต่มีวิสัยทัศน์และมุมมองที่แตกต่างจากเดิม และนี่แหละค่ะผลงานของรัฐบาลที่สืบทอดต่อกันมาว่า มีชื่อเสียงในด้านการบริหารเศรษฐกิจ” น.ส.จิราพร กล่าว
น.ส.จิราพร กล่าวในตอนท้ายด้วยว่า รัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล จึงไม่ใช่เพียงแค่คิดใหญ่ทำเป็น แต่ยังได้ลงมือทำจริง ไม่ใช่เพียงแค่พูดแล้วไม่ได้ทำ ขอขอบคุณนายกฯ เศรษฐา และพรรคร่วมรัฐบาลที่ตัดสินใจตั้งรัฐบาลให้เร็วที่สุดทำให้ประเทศไทย มีรัฐบาลใหม่ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ และนโยบายใหม่ และร่างพ.ร.บ.งบประมาณฉบับใหม่ฉบับนี้ ท้ายที่สุด ตนและสส.พรรคเพื่อไทย พร้อมรับหลักการร่างพ.ร.บ.งบฯ ปี 67