Advertisement

SHARE

‘เป๊ปซี่’ จับมือพันธมิตรใหม่ ‘ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว’ รุกตลาดสตรีทฟู้ดไทย ส่งเครื่องดื่มขวดพลาสติก PET ขนาด 300 มล. ราคา 10 บาท วางขายในรถเข็นของชายสี่ฯ ที่มีสาขาทั่วไทยกว่า 4,500 สาขา

วันที่ 8 ก.ย. 2563 นายโอเมอร์ มาลิค กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทเล็งเห็นความสำคัญของการเข้าร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความเกี่ยวเนื่องและเกื้อหนุนกัน การร่วมมือผสานความชำนาญ และประสบการณ์ในธุรกิจของทั้ง 2 บริษัท จะนำมาซึ่งการเพิ่มศักยภาพในหลายด้าน เช่น การจัดส่งสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ และการทำการตลาดให้เข้าถึงลูกค้าเป้าหมายทั่วประเทศ

“ความร่วมมือในครั้งนี้ เพื่อแสดงให้เห็นว่า เป๊ปซี่นั้นเป็นเครื่องดื่มสำหรับทุกคน สามารถรับประทานร่วมกับอาหารได้หลากหลายประเภท รวมถึงสตรีทฟู้ดอย่างบะหมี่เกี๊ยวที่เป็นที่ชื่นชอบของคนไทย โดยเฉพาะชายสี่บะหมี่เกี๊ยว ซึ่งเป็นแบรนด์สตรีทฟู้ดที่ครองใจคนไทยมานาน” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจฯ ระบุ

ความร่วมมือในครั้งนี้ ยังสะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ของซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ในการขยายฐานผู้บริโภคให้ครอบคลุมทุกกลุ่มในประเทศไทยทั้งคนเมืองและต่างจังหวัด โดยการหาพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อนำแบรนด์ของเป๊ปซี่ไปอยู่ในทุกที่และทุกเวลาที่ผู้บริโภคต้องการ

(พันธ์รบ กำลา ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ บริษัท ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว จำกัด)

“คนที่อยู่ต่างจังหวัดเวลาอยากดื่มเป๊ปซี่ขึ้นมา ต้องออกไปหาซื้อตามร้านค้า แต่ต่อไปนี้ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว จะเอาเป๊ปซี่ไปให้ดื่มให้ทั่วเลย จะอยู่ไกลแค่ไหน เราเข้าถึงหมด” นายพันธ์รบ กำลา ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ บริษัท ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว จำกัด กล่าว

ปัจจุบันชายสี่บะหมี่เกี๊ยวมีสาขาราว 4,500 สาขา มีศูนย์กระจายสินค้าทั้งหมด 7 แห่งครอบคลุมไปตามจุดต่างๆ เพื่อจัดส่งเส้นบะหมี่สดใหม่ให้แก่แฟรนไชส์ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ มีระบบโลจิสติกส์ขนส่งทางรถกว่า 100 คัน เท่ากับเครื่องดื่มเป๊ปซี่จะถูกขนส่งไปกับรถของชายสี่บะหมี่เกี๊ยวด้วย โดยวิ่งไปตามเส้นทางที่ครอบคลุมรถเข็นชายสี่บะหมี่เกี๊ยวทั่วประเทศ ถือเป็นกลยุทธ์ที่สร้างความแข็งแกร่งให้ทั้งสองแบรนด์ เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน และที่สำคัญสร้างโอกาสทางธุรกิจที่มากขึ้น

“ผมดีใจมากที่ได้เป็นพันธมิตรกับเป๊ปซี่ ต่อไปนี้ชายสี่ฯ จะเอาเป๊ปซี่เข้าไปให้คนในต่างจังหวัดดื่มถึงที่เลย ผมว่ามันเข้ากันนะ บะหมี่ร้อนๆ กินคู่กับเป๊ปซี่เย็นๆ มันชื่นใจ” นายพันธ์รบ กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2555 ที่ ‘เป๊ปซี่’ แยกตัวกับ บริษัทเสริมสุข จำกัด (มหาชน) และมีบริษัทแม่ของเป๊ปซี่เข้ามาบริหารแทน ทำให้เป๊ปซี่ไม่มีโรงงานผลิตขวดแก้วของตัวเอง และต้องหันมาผลิตเฉพาะขวดพลาสติก PET แต่ทว่า ศึกน้ำอัดลมสีดำในไทยที่เป๊ปซี่มีคู่แข่งแข็งแกร่งอย่าง ‘โค้ก’ ซึ่งยังคงผลิตเครื่องดื่มขวดแก้ว ทำให้ เป๊ปซี่ตีตลาดร้านอาหารและสตรีทฟู้ดไทยยากขึ้น เนื่องจากรสนิยมของคนไทยเวลาไปร้านอาหารไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็ก มักจะนิยมที่สั่งน้ำอัดลมจากขวดแก้วมากกว่าขวดพลาสติก

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...