{{-- --}}
Advertisement

SHARE

พิธา ชี้สภาต้องรับร่างแก้ รธน. ฉบับปชช.  ย้ำ ส.ส.รัฐบาล สว. อย่าเบี่ยงเบนเจตนารมณ์ของประชาชน ยืนยันก้าวไกลลงมติทั้ง 7 ร่าง เพื่อหาทางออกประเทศ แก้ไขวิกฤติการเมือง

วันที่ 17 พ.ย. 2563  พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจปิดเส้นทางสัญจรปกติโดยรอบอาคารรัฐสภาวันนี้ เพื่อป้องกันกลุ่มผู้ชุมนุมที่จะเดินทางมาเพื่อติดตามการประชุมรัฐสภาโดยการประชุมในวันนี้มีวาระ เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้ง 7 ฉบับว่าวันนี้(17 พ.ย. 2563) การเดินทางมีความยากลำบากเนื่องจากมีการรักษาความปลอดภัยที่หนาแน่น ห้ามรถโดยสารสาธารณะเข้า เปิดช่องการจราจรเพียงหนึ่งช่อง ซึ่งอาจทำให้การสัญจรไม่สะดวกเท่าที่ควร

โดยขณะนี้สถานการณ์ยังคงปกติอยู่ กลุ่มผู้ชุมนุมเเละมวลชนยังไม่ได้เข้ามายังบริเวณหน้าพื้นที่อาคารรัฐสภา ในกรณีที่ผู้ชุมนุมเดินทางมาติดตามการทำงานของตัวแทนพวกเขาในวันนี้ถือว่าเป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ ตนในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่รู้สึกกดดันและจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดทั้งนี้ขอวิงวอนไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องที่จะควบคุมการชุมนุมรอบรัฐสภาว่าขอให้มีความเห็นอกเห็นใจประชาชน ใช้มาตรฐานเดียวกันในการดูแลประชาชนไม่ว่าฝ่ายใด อีกอย่างการประชุมรัฐสภาในวันนี้เป็นวาระของสังคมที่ประชาชนต้องการเข้ามาติดตาม โดยเฉพาะร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ( ilaw ) ที่จะเข้าสู่การพิจารณาในสองวันนี้ ที่ประชาชนเข้ายื่นเสนอรายชื่อกว่า 100,000 คน  ซึ่งคนที่จะเข้ามาร่วมชุมนุมที่รัฐสภา คงเป็นผู้ที่ยื่นรายชื่อในร่างดังกล่าว

ทั้งนี้พรรคก้าวไกลได้เตรียมความพร้อมในอภิปรายอย่างเต็มที่ทั้งในส่วนของการรับทราบรายงานศึกษาของคณะกรรมาธิการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญก่อนรับหลักการของรัฐบาล เเละร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ( ilaw ) เเละจะสนับสนุนให้ร่างของประชาชนเป็นร่างหลัก เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไปในวาระ 2 – 3  ซึ่งเเน่นอนนอนว่าพรรคก้าวไกลได้มีการพูดคุยกันในถึงในรายละเอียดของร่างรัฐธรรมนูญแต่ละฉบับอย่าถี่ถ้วนแล้ว

เบื้องต้นพรรคก้าวไกลจะลงมติรับทั้ง 7 ร่าง ทั้งนี้ได้ตั้งข้อสังเกตฝ่ายรัฐบาลและสว มีความพยามที่จะอภิปรายถึงข้อเสียของร่างประชาชนซึ่งพรรคก้าวไกลได้อภิปรายเหตุมีผลเพื่อทำความเข้าใจต่อสาธารณะไว้อย่างเต็มที่เพื่อ หักล้างข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริง

ตนจึงอยากฝากไปถึงฝ่ายรัฐบาลและสมาชิกวุฒิสภาว่า อย่าเบี่ยงเบนเจตนารมณ์ของประชาชนด้วยนิติวิธี หรือเรื่องไม่เป็นเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการยกเลิกพระราชบัญญํติประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับเรื่องของปปช.ไป หรือเรื่องที่จะบอกว่าการใช้ร่างรัฐธรรมนูญของฉบับประชาชน ( ilaw ) มีนักการเมืองฝ่ายค้านได้ประโยชน์ ซึ่งไม่ใช่ความจริงเเต่อย่างใด อยากจะให้ทุกท่านดูเจตจำนงค์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง “

ส่วนกรณีที่วิปรัฐบาล จะรับร่างเพียง 2 ร่างคือ ของรัฐบาลเเละฝ่ายค้านนั้น พิธา กล่าวว่า ในกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย อยากให้ทุกท่านมองเห็นถึงการทางออกให้ประเทศ ในการเเก้ไขรัฐธรรมนูญร่วมกัน ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อขอเรียกร้องของประชาชน เเละให้มองถึงมิติในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่าขณะนี้เป็นเพียงวาระเเรกในการรับหลักการ หากส.ส.รัฐบาล เเละสว.เห็นด้วยกับหลักการในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256 ของร่าง 1(ร่างของรัฐบาล) เเละร่าง 2(ร่างของฝ่ายค้าน) นั้น ท่านก็คงต้องเห็นด้วยกับหลักการของร่าง 7ร่าง(ร่างของI-Law) ที่เป็นร่างของประชาชนด้วย โดยเพื่อเป็นการคลี่คลายสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น ตนคิดว่ารัฐบาลเเละสว.ควรจะรับในหลักการทั้ง 3 ร่าง

ซึ่งในเรื่องของภาพรวมที่ต้องใช้ระยะเวลาในแก้ไขรัฐธรรมนูญพอสมควร เเต่ในเรื่องของมิติระยะสั้น หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง กรณีนายรัฐมนตรีลาออก คณะรัฐมนตรีทั้งหมดก็ต้องสิ้นสภาพ เเต่สมาชิกวุฒิสภาไม่ได้สิ้นสภาพไปด้วย โดยในกรณีนี่สำคัญที่จะเป็นกุญเเจปลดล็อกคือ การแก้ไข้ในมาตรา 272 ที่ทางพรรคร่วมฝ่ายค้านเเละพรรคก้าวไกลเสนอ เพื่อเป็นทางออกในแก้ไขปัญหา เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการสร้างความสมานฉันท์เเละความปรองดองของคนในประเทศ

ทั้งนี้ หัวพรรคก้าวไกล กล่าวถึงความสำคัญที่รัฐสภาต้องรับร่างฉบับประชาชน ( ilaw ) ว่า ร่างของ ilaw มีความครอบคลุมเเละครบถ้วน เเละที่สำคัญที่สุดคือเป็นร่างที่มาจากข้อเรียกร้องประชาชน โดยแท้จริง

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...