ฝุ่นพิษ PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือเริ่มลดลง แต่ยังคงส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเชียงราย เเละแม่ฮ่องสอน เช้านี้ ค่าฝุ่นยังคงทะลุเกิน 100 มคก./ลบ.ม. ขณะที่เชียงใหม่ติดอันดับ 4 เมืองที่อากาศเเย่ที่สุดในโลก
วันนี้(17 มี.ค. 2563) เวลา 10.00 น. เว็บไซต์วัดคุณภาพอากาศ air4thai รายงานคุณภาพอากาศในพื้นที่ภาคเหนือ พบค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่งสูงเกินค่ามาตรฐานใน 13 จุด พื้นที่ 6 จังหวัด ตรวจวัดค่าได้ 531-127 มคก./ลบ.ม.(ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม) เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ซึ่ง 5 จังหวัดที่มีค่าฝุ่นมากที่สุด คือ
-ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย วัดค่าได้ 127 มคก./ลบ.ม.
-ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน วัดค่าได้ 114 มคก./ลบ.ม.
-ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน วัดค่าได้ 72 มคก./ลบ.ม
-ต.เมืองคอง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ วัดค่าได้ 70 มคก./ลบ.ม.
-ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก วัดค่าได้ 60 มคก./ลบ.ม.
ด้านจังหวัดเชียงราย หลังจากมีกระแสลมพัดมาตลอดทั้งวัน และการระดมฉีดพ่นละอองน้ำทั้ง 18 อำเภอ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้ค่าฝุ่น PM 2.5 ที่ปกคลุมจังหวัดเชียงรายติดต่อมานาน 5 วัน เริ่มลดลง แต่ค่าฝุ่นยังคงเกินค่ามาตรฐาน ซึ่งการตรวจวัดค่า PM 2.5 ที่อำเภอแม่สาย เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้(17 มี.ค. 2563) วัดได้ 127 มคก./ลบ.ม. เช่นเดียวกับในตัวเมืองเชียงรายค่า PM 2.5 วัดได้ 78 มคก./ลบ.ม. ทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นเริ่มดีขึ้น การขับขี่ยานพาหนะมองเห็นได้ไกลกว่า 1 กิโมเมตร
ขณะที่ เว็บไซต์วัดคุณภาพอากาศจากทั่วโลก airvisual รายงานคุณภาพอากาศ หรือ US AQI จากหัวเมืองต่างๆ พบจังหวัดเชียงใหม่ ค่าฝุ่นพุ่งสูงติดอยู่ในอันดับที่ 4 ของโลก ดัชนีคุณภาพอากาศวัดได้ 185 US AQI ค่าฝุ่น PM 2.5 สูง 120.9 มคก./ลบ.ม. (µg/m3) ปรากฏแถบสีแดง อยู่ในระดับมีผลต่อสุขภาพ