{{-- --}}
Advertisement

SHARE

 

วันที่ 19 ม.ค. ในห้วงสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 เข้าขั้นวิกฤตในหลายพื้นที่ประเทศไทย  3 พรรคการเมืองใหญ่ได้แสดงความคิดเห็นและแนวทางเฉพาะหน้าในการรับมือกับปัญหา

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ แถลงข่าว กรณีแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ว่า พรรคพลังประชารัฐสนใจในการแก้ไขปัญหาในระยะสั้น 2 เดือนนี้ และร่วมมือกับทีมนักวิชาการ เพื่อแก้ปัญหาในระยะกลางและระยะยาว รวมทั้งป้องกันปัญหาในช่วงปีหน้า
.
สำหรับฝุ่นพิษเป็นปัญหาทั่วโลก ส่วนประเทศไทยในช่วง 2 ปีนี้ค่อนข้างหนัก จึงต้องร่วมมือกันทั้งรัฐบาล ภาควิชาการ ภาคเอกชน ตั้งเป็นศูนย์ประสานงานด้านฝุ่น PM2.5
.
ด้าน น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.กทม. และคณะทำงานด้านสิ่งแวดล้อมพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า จะมีการเปิดศูนย์ประสานงานด้านฝุ่น PM2.5 อย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้า โดยนายสนธิรัตน์ได้มอบหมายให้ตนเป็นผู้อำนวยการศูนย์ เพื่อช่วยกันคิด หาทางสู้กับปัญหาฝุ่นและผลักดันนโยบายแก้ไขได้จริง
.
พร้อมจะประสานงานกับภาควิชาการ จัดหาองค์ความรู้มอบแก่ประชาชน รวมถึงเทคโนโลยีที่สามารถให้ประชาชนช่วยเหลือตัวเองในเบื้องต้นได้ เช่น การประกอบอุปกรณ์จับฝุ่น PM2.5 เป็นละอองน้ำประมาณ 15 ไมครอน ในสัปดาห์หน้าจะเผยแพร่วิธีประกอบอุปกรณ์เพื่อให้ประชาชนนำไปใช้ได้ทันที
.
นอกจากนี้ยังมีการพูดถึง มอส ซึ่งเป็นพืชที่สามารถกรองดัก ฝุ่นในอากาศได้เป็นอย่างดีเทียบเท่ากับต้นไม้เป็น 100 ต้น ซึ่งสัปดาห์หน้าจะนำเสนอข้อมูลทั้งหมด

ด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และ ส.ส. กทม. ของพรรค ลงพื้นที่ตลาดรุ่งเจริญ เขตยานนาวา และวงเวียนสมเด็จพระเจ้าตากสิน แจกหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ให้กับประชาชน ก่อนจะไปแจกต่อที่ ตลาดมาวิน พระราม2 ,หมู่บ้านเศรษฐกิจ บางแค และช่วงเย็นที่สยามสแควร์ และบริเวณสถานีรถไฟฟ้าเอกมั
.
นายธนาธร กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ว่า ขณะนี้หากทำในเชิงรูปธรรมคงยาก แต่รัฐบาลควรเร่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้านการบรรเทาผลกระทบสุขภาพประชาชน ด้วยการให้ข้อมูลเพื่อตระหนักถึงปัญหา รวมถึงการแจกหน้ากากป้องกันฝุ่นให้กับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีรายได้น้อย และเข้าไม่ถึงหน้ากากอนามัยชนิดที่กันฝุ่น PM2.5 ได้
.
และหากช่วงไหนค่าของฝุ่นละอองมีมากจนส่งผลต่อสุขภาพ ก็ควรมีการปิดเรียนชั่วคราว เพื่อไม่ให้ลูกหลานต้องมาอยู่ที่โรงเรียน ซึ่งเป็นมาตรการที่หลายประเทศที่ประสบปัญหานำมาใช้ รวมทั้งต้องคิดล่วงหน้าว่าหากปีหน้าต้องเผชิญปัญหาอีกจะทำอย่างไร
.
“อย่าลืมนะครับว่าช่วงเวลานี้ของปีที่แล้ว เราก็พูดถึงปัญหานี้แบบเดียวกัน แต่มันไม่มีความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหานี้ในระยะกลาง ระยะยาว คงจะต้องเริ่มทำตั้งแต่ตอนนี้เพื่อไม่ให้ปีหน้าพบเจอปัญหาซ้ำอีก”

ขณะที่ น.ส.สรัสนันท์ อรรณพพร ส.ส.ขอนแก่น และรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศว่า ประเทศไทยมีปัญหาเชิงโครงสร้าง ไม่มีหน่วยงานใดมีบทบาทรับผิดชอบโดยตรงด้านพัฒนาและพิทักษ์สิ่งแวดล้อม
.
เมื่อมีปัญหาเช่น ฝุ่น PM2.5 จึงไม่มีใครออกตัวรับปฎิบัติหน้าที่รัฐบาลก็ไม่มีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำในการออกมาตรการที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
.
น.ส. สรัสนันท์ กล่าวว่า ตนได้เสนอญัตติด่วนต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาแต่งตั้ง ”องค์กรพิทักษ์สิ่งแวดล้อม“ ที่จะเป็นหน่วยงานที่รวมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง ศึกษาออกแบบแผนบูรณาการด้านสิ่งแวดล้อมระยะยาว
.
“หลายๆประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ก็มี Environmental Protection Agency – EPA ที่คอยทำหน้าที่โดยตรง, ประเทศจีนที่สามารถแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศได้ภายใน 6 ปี โดยให้ความสำคัญกับงบประมาณพิทักษ์สิ่งแวดล้อม ราว 10 ล้านล้านบาท ในปี พ.ศ. 2561 เทียบเท่า ร้อยละ 4.2 ของรายจ่ายงบประมาณ, ส่วนประเทศเกาหลีใต้เน้นการประชาสัมพันธ์ที่ฉับไวซื่อตรงกับประชาชนและออกมาตราการเร่งด่วนอย่างทันที”
.
รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมารัฐบาลยังนิ่งเฉยรอให้กระแสสังคมชินกับปัญหา ไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพ ผลักภาระให้ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายรับน้อยที่ไม่มีแม้กระทั่งหน้ากากป้องกันฝุ่น
.
ที่สำคัญโรคภัยต่างๆ ที่เป็นผลจากมลพิษทางอากาศต้องรวมอยู่ในสวัสดิการรักษาฟรีด้วย

 

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...