Advertisement

SHARE

วันที่ 2 ก.ค. ในการอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 วันที่สอง นายรังสิมันต์ โรม ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำ 2564 โดยสรุปได้พูดถึงการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ โดยระบุว่า ปีนี้ กอ.รมน. ได้เพิ่มงบข่าวกรอง 926 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 17 ล้านบาท แบ่งเป็น งบข่าวกรองเชิงรุก จำนวน 369 ล้านบาท ใช้งบมวลชนด้านความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนภาคใต้นอกแผนบูรณาการอีก 665 ล้านบาท โดย กอ.รมน.มีงบสร้างความแตกแยก 1,034 ล้านบาท

ขณะที่เว็บไซต์พูโลนี ที่ ส.ส.วิโรจน์ ลักขณาอดิศร เคยอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็ยังคงอยู่ มีการอัปเดต บทความแตกแยก โจมตีองค์กรสิทธิมนุษยชน ประชาชนที่เห็นต่างจากรัฐบาลอย่างไม่หยุดหย่อน จึงขอตั้งคำถามว่า นี่คือส่วนหนึ่งของการเพิ่มประสิทธิภาพข่าวกรองด้วยหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดเป็นโครงการผูกพันงบประมาณ ตั้งแต่ปี 2560 – 2565 วงเงินรวม 611 ล้านบาท โดยเป็นงบปี 2564 จำนวน 122 ล้านบาท รวมทั้งการเก็บดีเอ็นเอประชาชนในพื้นที่จำนวนมาก และการลงทะเบียนผู้ใช้ซิมโทรศัพท์มือถือ เก็บรูปถ่าย และข้อมูลบัตรประชาชน

รังสิมันต์ ย้ำว่า การจัดทำงบประมาณเช่นนี้ สะท้อนแนวนโยบายที่ไม่ไว้ใจประชาชน ไม่เชื่อในกระบวนการพูดคุยอย่างสันติสุข มองถึงการบังคับใช้กฎหมาย อาวุธ และโฆษณาชวนเชื่อเข้าครอบงำอย่างเดียว ไม่ต่างอะไรกับการสร้างห้องทดลองมนุษย์ที่มีชื่อว่าสามจังหวัดชายแดนใต้ มีหนูทดลองกว่า 2 ล้านคน เพื่อทดสอบนวัตกรรมการควบคุม ล้างสมองคน และเป็นได้ว่า รัฐบาลจะนำมาปรับใช้กับคนทั้งประเทศ

“หากรัฐบาลยังคงจัดสรรงบบนฐานของความไม่ไว้วางใจประชาชนตั้งแต่ต้น แล้วจะยังเหลืออะไรให้ประชาชน ไว้วางใจรัฐได้ และเมื่อประชาชนไม่ไว้วางใจรัฐแล้ว กระบวนการไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนถาวร ก็คงไม่มีวันเกิดขึ้นได้ หากรัฐบาลมีความจริงใจต่อประชาชนก็จงล้มเลิกโฆษณาชวนเชื่อเสีย ปรับลดงบความมั่นคงให้ลงมากกว่านี้ หยุดงานข่าวกรองที่รุกล้ำข้อมูลส่วนบุคคลแบบล้นเกิน  หยุดสร้างสายข่าวที่เปรียบเสมือนทูตแห่งความแตกแยก แล้วเอางบเหล่านั้นมาเพิ่มพูนให้กับกระบวนการสร้างสันติภาพ การเยียวยาประชาชนที่ถูกกระทำโดยรัฐ การสร้างพื้นที่ที่ผู้คนอยู่ร่วมกัน โดยยังคงอัตลักษณ์ของตนเองเอาไว้ได้ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ พิสูจน์ให้เห็นถึงความจริงใจให้เห็นผ่านการจัดสรรงบประมาณ ที่ท่านได้จัดสรรมา” นายรังสิมันต์ ระบุ

จากนั้น พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ชี้แจงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการจัดงบประมาณในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวโดยสรุปว่า งบประมาณปี 64  ตั้งไว้ 9,731 ล้านบาท ลดลงจากปี 63 จำนวน 910 ล้านบาทเศษ คิดเป็น 8.55% แยกเป็นงบด้านการพัฒนา 5,261 ล้านบาท งบด้านความมั่นคง 4,470 ล้านบาท โดยรัฐบาลเน้นการพัฒนาในพื้นที่เพื่อให้ประชาชน มีเศรษฐกิจที่ดีขึ้น มีรายได้ต่อหัวที่ดีขึ้น โดยวางแผนต่อเนื่องไปถึงปี 65

ส่วนเรื่องโครงการพูดคุยสันติสุข เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่กำหนดให้การพูดคุยสันติสุขเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความสันติสุขและยั่งยืน งบประมาณลดลง เพื่อปรับรูปแบบกิจกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์แต่เป้าหมายตัวชี้วัดยังคงเดิม ส่วนโครงการที่เกี่ยวกับเรื่องแนวคิดที่ไม่ถูกต้อง แต่เป็นส่งเสริมให้อยู่รวมกันภายใตสังคมพหุวัฒนธรรม และไม่ได้ดำเนินการกับเด็กเยาวชน แต่เป็นการให้ความรู้กับครู ผู้ปกครอง  ในการอบรมบุตรหลานเพื่อสร้างเด็กที่มีคุณธรรมตามหลักศาสนา มีอัตลักษณ์ท้องถิ่นเพื่อจะเติบโตให้มีความคิดทางบวก ไม่แสวงหาความรุนแรง ที่สำคัญคือมีหลักการแนวคิดที่จะใช้ชีวิตร่วมกันอย่างปกติสุข

สำหรับเรื่องการลงทะเบียนซิมการ์ด พล.อ.ชัยชาญ ระบุว่า เพื่อปกป้องประชาชน และรักษาสิทธิของประชาชนที่ถูกผู้ก่อเหตุปลอมแปลงข้อมูลไปใช้ก่อเหตุ ซึ่งก็พบว่าทำให้การก่อเหตุระเบิดน้อยลง ขณะที่การเก็บดีเอ็นเอประชาชน ทำเฉพาะที่จำเป็น ไม่ได้บังคับ ส่วนการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อป้องกันการเกิดเหตุ และเป็นเครื่องมือติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี

นอกจากนี้เรื่องเว็บไซต์พูโลนี โดยยืนยันว่า กอ.รมน.หรือรัฐบาลไม่ได้มีนโยบายที่จะปฏิบัติการเพื่อให้ร้ายกับกลุ่มบุคคลใดๆ แต่ปัจจุบันเว็บต่างๆ มีจำนวนมากที่มีการเผยแพร่ข่าวลวง ข่าวปลอมบิดเบือนข้อมูลข้อเท็จจริง มีการโจมตีการทำงานของรัฐบาล เจ้าหน้าที่ บางเพจหมิ่นเหม่จาบจ้วงสถาบัน การดำเนินการของหน่วยงานก็เพื่อติดตาม ตรวจสอบ ป้องกันการเผยแพร่ข่าวลวงนั้นโดยการให้่ข่าวที่ถูกต้องชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนได้รับทราบและกระจายข่าวสารในภาพกว้าง

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...