รองนายกฯ เผย เตือน “ห้าง ร้านค้า” จำหน่ายสุรา หากคุมการขายเหล้า-เบียร์ไม่ให้ประชาชนยื้อแย่งซื้อกันไม่ได้ จะถูกพิจารณาสั่งปิด
วันที่ 5 พฤษภาคม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีประชาชนแย่งซื้อเหล้า-เบียร์ หลังคลายล็อก ผ่อนปรนให้ขายได้ในบางพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมาว่า จะต้องใช้วิธีเตือนก่อน เพราะยังไม่ถึงขนาดว่าผิดอะไร ต่างคนต่างก็ยังไม่คุ้นกันอยู่ วันนี้เราก็ใช้วิธีเตือนแล้วจัดระบบกันใหม่
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเป็นห่วงกันว่าอาจสุ่มเสี่ยงที่จะมีการติดเชื้อโควิด-19 นายวิษณุ กล่าวว่า เราก็รู้อยู่ บอกแล้วว่าทุกคนก็ต้องระวังตัวเอง ห้างสรรพสินค้าก็ต้องระวังด้วย เพราะมันอันตรายกับทั้งผู้บริโภคและคนขาย รวมถึงทางห้างสรรพสินค้าด้วย
“เรื่องนี้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดูกันอยู่ ถ้าสมมติว่ามันคุมไม่อยู่ อาจจะต้องห้ามหรือปิดเฉพาะแห่ง ห้างนั้น ร้านนั้น เฉพาะแห่งไป ร้านอื่นไม่เกี่ยว แต่หากลุกลามมาก ก็อาจจะปิดเป็นกิจการ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น 17 ห้างโดนหมด 6 กิจการก็โดนหมด อย่างในต่างจังหวัดร้านอาหารที่เปิด จะเปิดหมด แต่ถ้าร้านไหนไม่ระมัดระวัง ไม่มีมาตรการป้องกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดก็สามารถปิดเฉพาะร้านนั้นได้ร้านเดียว” รองนายกฯ กล่าว
นายวิษณุ กล่าวต่อว่า สำหรับบางจังหวัดที่ยังเปิดให้ขายเหล้าอยู่ ก็จะเป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดที่จะประเมินความเสี่ยงเอง มันมีคำสั่ง 2 ระดับที่ต้องเข้าใจคือ คำสั่งกลางของรัฐบาล ซึ่งกำหนดไม่ให้ดื่มในร้าน ส่วนอีกระดับคือ ระดับผู้ว่าราชการจังหวัด
ซึ่งทางผู้ว่าจะไปพิจารณาเองตามกฏหมายโรคติดต่อ ไม่ได้สั่งตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งก็ต้องดูเป็นจังหวัดๆ ไป แต่ที่สำคัญจังหวัดไหนใช้อำนาจของพ.ร.บ.โรคติดต่อ สั่งปิดแล้ว วันหลังจะเปลี่ยนเป็นเปิดไม่ได้ ต้องมาให้ส่วนกลางเป็นผู้อนุญาต เพราะตอนสั่ง อาจเห็นว่าจะต้องเข้ม แต่พออยู่ไป ไปเปิดเพราะเห็นว่าไม่เป็นไรแล้ว แต่จะมีผลกระทบอย่างอื่นที่ทางจังหวัดนึกไม่ออก แต่รัฐรู้ อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะพิจารณาประมาณ 14 วัน เพราะทางแพทย์บอกว่า 14 วัน อาการจะปรากฏ
“หากร้านไหนทำผิด โดยชุดที่เข้าไปตรวจสอบไปตรวจเจอ กรณีแบบนี้ 3 วัน หรือวันรุ่งขึ้น ก็ปิดเลย อย่างวันนี้ก็เริ่มปิดแล้ว มีรายงานมาแล้วเป็นการปิดเฉพาะแห่ง เป็นร้านอาหารในกทม. เขาเตือนแล้วไม่ฟัง ซึ่งก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร” รองนายกฯ ระบุ